เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
News พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
ดูทั้งหมด

ปลุกแบรนด์เก่าคืนชีพ กระแสกล้องเรโทรมาแรง

24 ต.ค. 2560 | 23:46น.

คอลัมน์ Market Move

วงการกล้องถือเป็นวงการที่กระแสเรโทรหรือการย้อนยุคมาแรง เห็นได้ชัดจากการดีไซน์กล้องและเลนส์ของทุกแบรนด์ที่พยายามออกแบบให้เหมือนกล้องฟิล์มแมนวลทั้งรูปทรงที่มีเหลี่ยมมุมชัดเจน การใช้วัสดุโลหะและหนังเทียม รวมถึงการหันมาใช้ลูกบิดเพื่อปรับตั้งค่าต่าง ๆ ซึ่งดูจะเป็นที่ถูกใจของผู้บริโภคเช่นกัน จึงไม่น่าแปลกที่ผู้ผลิตกล้องและเลนส์รายเก่า ๆ ที่เคยล้มหายตายจากไประหว่างช่วงรอยต่อยุคฟิล์ม-ดิจิทัลจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาเพื่อโดดเข้าร่วมกระแสนี้ด้วย

ล่าสุดในหน้าสื่อต่างประเทศได้ปรากฏชื่อ “ยาชิกา” (Yashica) อดีตผู้ผลิตกล้องและเลนส์สัญชาติญี่ปุ่นซึ่งห่างหายจากวงการไปนานกว่า 10 ปี หลังถูกเคียวเซร่าซื้อกิจการในปี 2526 และเปลี่ยนมือไปอยู่กับ “เอ็มเอฟ เจบเซ่น กรุ๊ป” (MF Jebsen Group) บริษัทโฮลดิ้งสัญชาติจีนเมื่อปี 2551

โดยครั้งนี้ยาชิกากลับมาพร้อมกับโปรเจ็กต์ระดมทุนผลิตกล้องดิจิทัลรุ่นใหม่ ในชื่อ Yashica Y35 ซึ่งดีไซน์ตามแบบกล้องยอดนิยมรุ่น Yashica Electro 35 ที่ผลิตช่วงปี 2509-2520 และมีจุดเด่นเป็นระบบ “ดิจิฟิล์ม” (digiFilm) ที่ยกระดับการดีไซน์กล้องสไตล์เรโทรไปอีกระดับ ด้วยขั้นตอนการใช้งานเหมือนกล้องฟิล์ม ไม่ว่าจะเป็นการต้องใส่กลักฟิล์มเข้าไปในตัวกล้อง และดันก้านเลื่อนฟิล์มเพื่อขึ้นฟิล์มก่อนถ่ายภาพทุกครั้ง รวมถึงภาพที่ได้จะมีลักษณะแตกต่างกันไปตามชนิดกลักฟิล์มที่ใส่เข้าไป เช่น ภาพสี-ขาวดำ หรืออัตราส่วนแบบจัตุรัส เป็นต้น

และที่สำคัญ กล้องรุ่นนี้ยังไม่มีจอแอลซีดีสำหรับดูภาพที่ถ่ายไปแล้วด้วย ซึ่งบริษัทเองก็ไม่ได้มองว่านี่เป็นข้อเสียของ Y35 แต่อย่างใด แต่เป็นข้อดีเสียอีก ที่ทำให้ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพได้มีเวลาคิด และพิถีพิถันกับการถ่ายรูปต่าง ๆ มากขึ้น

“การถ่ายด้วย Y35 ก็เหมือนการเดินทางไปสู่ความจริง ด้วยฟังก์ชั่นของกล้องที่ไม่ได้มอบความพึงพอใจแบบสำเร็จรูปให้กับผู้ถ่าย ไม่มีจอให้ดูภาพ ไม่มีปุ่มลบภาพที่ไม่ต้องการ คุณไม่สามารถปิดบังความผิดพลาดใด ๆ ที่เกิดขึ้นได้ ช่องมองภาพของกล้องตัวนี้ก็อาจจะเชื่องช้ากว่ากล้องตัวอื่นเล็กน้อย ดูสวยงามไม่เท่า ซึ่งนำพาพวกเราไปสู่ช่วงเวลาที่เคยให้ความสำคัญกับการบรรจงถ่ายรูปออกมาในแต่ละชอต การตัดสินใจกดชัตเตอร์ที่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราเห็นว่าองค์ประกอบทุกอย่างนั้นสมบูรณ์แล้ว”

ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มโครงการในวันที่ 10 ต.ค. จนถึงวันที่ 16 ต.ค. มีผู้ร่วมลงทุนในโปรเจ็กต์นี้แล้ว 6,117 คนคิดเป็นเม็ดเงินรวมกัน 8.4 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เกินกว่าเป้าหมายซึ่งตั้งไว้ที่8 แสนดอลลาร์ฮ่องกงไปมากกว่า 10 เท่าตัวและทางยาชิกาได้ประกาศอัพเกรดฟังก์ชั่นของกล้องรุ่นนี้เพิ่มอีกหากสามารถระดมทุนได้ถึง 9 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เช่น เพิ่มขนาดรูรับแสงจาก f/2.8 เป็น f/2.0 ทำให้เชื่อได้ว่าอีก 33 วันที่เหลือจะมีผู้เข้าลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ยาชิกายังลอนช์เลนส์สำหรับสมาร์ทโฟนอีกด้วย โดยมีจุดขายเป็นดีไซน์แบบ 2 อิน 1 มีทั้งเลนส์ไวด์องศารับภาพ 110 องศา และเลนส์แมโครกำลังขยาย 15 เท่า ในราคา 385 ดอลลาร์ฮ่องกง

นอกจากยาชิกาแล้ว ในปี 2017 นี้ ยังมีแบรนด์กล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพรายอื่นประกาศคืนสังเวียนด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น “เซนิท” (Zenit) แบรนด์กล้องและเลนส์สัญชาติรัสเซียที่หยุดสายการผลิตกล้องฟิล์มไปตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งสำนักข่าว “อาร์เอ็นเอส” (RNS) ของรัสเซีย รายงานว่า เซนิทจะเริ่มผลิตกล้องและเลนส์อีกครั้ง โดยเล็งรุกตลาดระดับไฮเอนด์ด้วยกล้อง

มิเลอร์เลสแบบฟูลเฟรมและเลนส์ไวด์แสงที่มีรูรับแสงกว้างถึง f/0.95 สำหรับกล้องของตนเองและโซนี ตามเป้าที่จะท้าชนกับ “ไลก้า” (Leica) คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2561 ที่จะถึงนี้

ส่วนอีกแบรนด์ที่จะกลับเข้าสู่ตลาดคือ “โกดัก” (Kodak) ซึ่งเตรียมเปิดสายการผลิตฟิล์มสไลด์สำหรับกล้อง 35 มม.รุ่นขวัญใจช่างภาพ อย่าง “เอคทาโครม” (Ektachrome) อีกครั้ง โดยจะเริ่มทดลองขายแบบจำกัดจำนวนในช่วงปลายปีนี้ ก่อนจะผลิตและขายแบบเต็มที่ในปีหน้า เช่นเดียวกับ “โพลารอยด์” (Polaroid) ที่เตรียมกลับมาผลิตกล้องฟิล์มอีกครั้งในชื่อ OneStep 2 ชูจุดขายเรื่องดีไซน์คลาสสิกและเลนส์คุณภาพสูงส่วนฟิล์ม 8 รูป ราคาแพ็กละ 16 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเปิดให้สั่งจองกล้องพร้อมฟิล์มในราคา 100 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีกำหนดส่งสินค้าในเดือน ต.ค.นี้

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้น่าจะทำให้ตลาดกล้องทั่วโลกคึกคักยิ่งขึ้น ซึ่งต้องดูกันว่าบรรดาแบรนด์เก่าแก่จะสามารถเบียดชิงส่วนแบ่งจากผู้เล่นปัจจุบันได้หรือไม่ และหลังจากนี้จะมีแบรนด์ใดฟื้นจากความตายขึ้นมาอีกบ้าง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กล้อง