Skip to content

อีไอซี หั่นจีดีพีปี’64 เหลือ 2.2% จาก 3.8%

27 ม.ค. 2564 | 17:25น.
อีไอซี หั่นจีดีพีปี’64 เหลือ 2.2% จาก 3.8%

อีไอซีปรับประมาณการจีดีพีปี 2564 เหลือ 2.2% จากคาดการณ์เดิม 3.8% จาก 3 ปัจจัยหลัก เหตุจำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นช้ากว่าคาดเหลือ 3.7 ล้านคน จาก 8.5 ล้านคน ตามการแจกจ่ายวัคซีน การส่งออกหดตัวเหลือ 4% จากแรงกดดันบาทแข็ง-ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน เผยโควิด-19 ระลอกใหม่กดอุปสงค์ในประเทศชะลอตัว พร้อมเกาะติด 6 ปัจจัยเสี่ยง

ดร.ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า การระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 ในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทยส่งผลกระทบโดยตรงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 โดย EIC ปรับประมาณการจีดีพีปี 2564 จาก 3.8% ลงเหลือ 2.2% จากสาเหตุหลักดังนี้

ดร.ยรรยง ไทยเจริญ

โดย 1.การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศมีแนวโน้มช้ากว่าที่คาด โดยถึงแม้ว่าจะเริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ในหลายประเทศแล้ว และไทยอาจจะเปิดให้มีผู้ที่ฉีดวัคซีนสามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยลดข้อจำกัดการกักตัวลง แต่การเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศจะฟื้นตัวอย่างชัดเจนก็ต่อเมื่อประเทศต้นทางต่างมีภาวะภูมิคุ้มกันหมู่แล้ว

โดย EIC ประเมินว่าประเทศพัฒนาแล้วจะทยอยมีภูมิคุ้นกันหมู่ในช่วงไตรมาสที่ 2-3 ของปี 2564 ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของไทยจะทยอยมีภูมิคุ้นกันหมู่ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/2564 (เช่นจีน) ไปจนถึงไตรมาสที่ 4/2565 (เช่น CLMV) ซึ่งช้ากว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ EIC จึงปรับประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2564 ลงเหลือ 3.7 ล้านคน จาก 8.5 ล้านคน โดยเป็นการฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี โดยเฉพาะในไตรมาส 4 เป็นหลัก

2. ภาคการส่งออกมีแนวโน้มชะลอกว่าคาดในช่วงครึ่งแรกของปีตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง (soft patch) จากการกลับมาระบาดของ COVID-19 รวมถึงปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และการแข็งค่าของเงินบาท อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ถูกนำออกมาใช้ในหลายประเทศ การปิดเมืองแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น และการเร่งฉีดวัคซีนซึ่งจะนำไปสู่การมีภูมิคุ้นกันหมู่ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว จะทำให้เศรษฐกิจโลก และการส่งออกไทยฟื้นตัวได้ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี โดย EIC คาดมูลค่าการส่งออกจะขยายตัวได้ 4.0% จาก 4.7% ในปีนี้

ขณะที่ 3.ในส่วนของอุปสงค์ในประเทศ ข้อมูลเร็วบ่งชี้ว่าการระบาดระลอกใหม่ได้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีลักษณะ face-to-face อย่างมาก โดย EIC คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือนในการควบคุมการระบาดระลอกใหม่ ซึ่งแม้ผลกระทบน่าจะไม่รุนแรงเท่ากับการระบาดระลอกแรก เนื่องจากการปิดเมืองเป็นแบบเฉพาะเจาะจง และมีมาตรการภาครัฐที่ช่วยบรรเทาผลกระทบ แต่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะส่งผลกระทบซ้ำเติมปัญหาแผลเป็นทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME และแรงงานในธุรกิจด้านบริการที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว

สำหรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น EIC คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.5% ต่อเนื่องในปี 2564 เนื่องจาก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังเป็นไปอย่างช้า ๆ และไม่ทั่วถึงและมีความไม่แน่นอนสูง อีกทั้งภาระหนี้ของทั้งครัวเรือนและภาคธุรกิจยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังเผชิญวิกฤต ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำจะเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่าย และประคับประคองการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้ กนง. อาจพิจารณาลดดอกเบี้ยได้อีก 0.25% หากการระบาดยังยืดเยื้อกว่าคาดเป็นเวลานานจนทำให้เศรษฐกิจซบเซาหรือกลับมาหดตัวอีกครั้ง

“ในภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มเป็นไปอย่างช้า ๆ เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องจักรสำคัญทั้งในแง่มูลค่าทางเศรษฐกิจและการจ้างงานยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งจะทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมมีความแตกต่างระหว่างภาคธุรกิจค่อนข้างสูง รวมถึงยังมีความไม่แน่นอนและความเสี่ยงด้านต่ำอยู่มาก”

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาในปี 2564 ได้แก่ 1.ระยะเวลาในการควบคุมการระบาดระลอกใหม่ 2.ความล่าช้าในการกระจายวัคซีนในไทยอย่างแพร่หลาย 3.แผลเป็นทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพระบบการเงินผ่านการผิดนัดชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้น 4.ปัญหาเสถียรภาพการเมืองในประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน 5.ภัยแล้ง จากระดับน้ำในเขื่อนที่ยังอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และ 6.ค่าเงินบาทที่แข็งเร็วกว่าคู่ค้าคู่แข่ง ซึ่งอาจกระทบต่อการฟื้นตัวของภาคส่งออกและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP) อีไอซี (SCB EIC)