ลุ้น สรรหา กสทช.ชุดใหม่ จับตาผลสอบคุณสมบัติ
ยังคงไม่นิ่งสำหรับการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ชุดใหม่ โดยความเคลื่อนไหวล่าสุด เมื่อที่ประชุมวุฒิสภาครั้งที่ 20 พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ เพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. มีกำหนด 15 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564
ประเด็นหลักที่กลายเป็นข้อถกเถียงและมีการตั้งคำถามมากที่สุด คือ ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการพิจารณาคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และการตีความในการพิจารณาคุณสมบัติ
“ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา” กสทช.ชุดปัจจุบัน กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วุฒิสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้น 15 คน เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ ประวัติและความประพฤติของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 14 คน ซึ่งถ้าไม่มีปัญหา ขั้นตอนต่อไปก็สามารถเสนอให้วุฒิสภาลงมติต่อได้ ทุกอย่างจะดำเนินการไปตามกระบวนการทางกฎหมาย นั่นคือ การสรรหา กสทช.ชุดใหม่จะแล้วเสร็จในสมัยประชุมครั้งที่ 2 นี้
อย่างไรก็ตาม หากเกิดปัญหาขึ้นอย่างกรณีคณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วว่า บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อขาดคุณสมบัติ ก็เป็นเรื่องที่ต้องหารือในวุฒิสภาว่า จะดำเนินการอย่างไร
เพราะการสรรหา กสทช.ในสมัยที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปฏิบัติหน้าที่แทนวุฒิสภานั้นสนช.เคยตั้งข้อสังเกตว่า การส่งมา 2 คน กฎหมายบังคับให้เลือก 1 คน หาก 2 ใน 1 คน ขาดคุณสมบัติ เท่ากับต้องเลือก 1 จาก 1 คนเท่านั้น ซึ่งจะได้คะแนนแค่ 1 เสียงก็สามารถเป็นกรรมการ กสทช.ได้เลย ทำให้ สนช.พยายามแก้ไขกฎหมายในส่วนของกระบวนการสรรหา กสทช. ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก
“สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ มาจากปัญหาการตีความของกฎหมายว่า การตรวจสอบคุณสมบัติเป็นหน้าที่ของใคร ซึ่งคณะกรรมการสรรหา กสทช. บอกว่าไม่มีหลักเกณฑ์การตรวจสอบคุณสมบัติ ส่วนวุฒิสภา ก็บอกว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ในการตรวจสอบคุณสมบัติ
ส่วนวุฒิสภามีหน้าที่เพียงแต่งตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาตามข้อบังคับ ทำให้เกิดปัญหา แต่จะเลือกไม่เลือก ขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติเจอข้อมูลอะไร ถ้าไม่มีปัญหาก็เลือกเร็ว
แต่ถ้ามีปัญหา ทางวุฒิสภาก็ต้องตัดสินใจกันว่าจะไปต่ออย่างไร แต่ถ้าลงมติเลือกไม่ทันสมัยประชุมนี้ ก็ต้องถามว่าการแก้ไขกฎหมายในส่วนของกระบวนการสรรหาจะเสร็จพร้อมกันหรือไม่”
สมมุติว่า เปิดประชุมสมัยหน้า มีการเปิดวาระให้แก้ไขเรื่องกฎหมาย การสรรหา วุฒิสภาก็ต้องตัดสินใจว่าจะแก้ไขกฎหมายก่อน หรือจะสรรหาก่อนซึ่งเป็นดุลพินิจของวุฒิสภา
“กสทช.ประวิทย์” กล่าวต่อว่า ถ้าวุฒิสภาตัดสินใจแก้ไขปัญหาก่อน เท่ากับกระบวนการสรรหา กสทช.ครั้งนี้จะพับไป แต่ถ้าเลือกลงมติก่อน แล้วแก้กฎหมายสรรหาทีหลัง
ซึ่งตามกฎหมายแล้วผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อต้องลาออก 15 วัน แล้วรอขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ หากระหว่างนั้นมีการประกาศใช้กฎหมายใหม่ขึ้น ท้ายสุดก็ต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่อยู่ดี ซึ่งจะเริ่มทำอะไรก่อนหรือหลังเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ตอนนี้ต้องรอคณะกรรมาธิการตรวจสอบคุณสมบัติก่อน
ด้าน พลตรีสุพิชาติ เสนานุรักษ์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก 1 ในผู้สมัครกรรมการ กสทช. เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ผ่านการคัดเลือกด้านกฎหมายต่อประธานวุฒิสภา เมื่อ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา
และเตรียมยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง แต่อาจต้องยืดออกไปก่อน เนื่องจากรวบรวมเอกสารหลักฐานยังไม่เสร็จ ประกอบกับรอผลการตรวจสอบคุณสมบัติทั้ง 14 รายชื่อจากคณะกรรมาธิการด้วย
“เท่าที่ทราบยังไม่มีผู้สมัครรายใดเข้ายื่นหนังสือต่อประธานวุฒิสภาอีก มีเฉพาะตนที่ได้ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะผู้ที่ผ่านการคัดเลือกด้านกฎหมาย 1 ใน 2 ราย เพราะพบว่ามี 1 รายขาดคุณสมบัติ
ทั้งนี้ก็ยังรอผลการตรวจสอบคุณสมบัติ แต่หากวุฒิสภาจะดำเนินการสรรหา กสทช.ต่อ ก็จะดำเนินการฟ้องต่อศาลปกครองทันที โดยจะฟ้องคลุมทั้ง 7 ด้าน เพราะ 8 คน จาก 14 คนที่ขาดคุณสมบัติ แม้ศาลปกครองอาจรับฟ้องเฉพาะด้านกฎหมายที่ตนเองเป็นผู้เสียผลประโยชน์เท่านั้น”
พลตรีสุพิชาติกล่าวว่า การสรรหา กสทช.ครั้งล่าสุด ผิดปกติหลายจุด เช่น ปกติสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ต้องประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติก่อนเปิดให้แสดงวิสัยทัศน์ต่อ
แต่กลับเปิดให้แสดงวิสัยทัศน์ ทั้งที่ผู้สมัครบางส่วนส่งหนังสือโต้แย้งเรื่องการขาดคุณสมบัติของผู้สมัครบางส่วน ดังนั้นเมื่อส่งรายชื่อผู้ที่ขาดคุณสมบัติไป เท่ากับว่าวุฒิสภาก็ลงมติไม่ได้
ผลตรวจสอบคุณสมบัติผู้ผ่านคัดเลือกทั้ง 14 คน ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายเดือน ก.พ.นี้ จะเป็นเช่นไร และส่งผลต่อการสรรหา กสทช.ชุดใหม่อย่างไรเป็นเรื่องที่ต้องลุ้นกันต่อ