เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ดูทั้งหมด

ป.ป.ส.เทหมื่นล้าน ปั้นนิคมราชทัณฑ์ สร้างงาน-ลดคุกแออัด

05 มี.ค. 2564 | 07:42น.
ราชทัณฑ์

ผันงบฯ ป.ป.ส.หมื่นล้านปั้นนิคมราชทัณฑ์ สร้างงานให้ผู้พ้นโทษ สกัดนักโทษทำผิดซ้ำ กำหนดประเภทแรงงาน 2 กลุ่มพักโทษได้ทดลองฝึกงาน และกลุ่มพ้นโทษตามระเบียบ เลี่ยงข้อจำกัดกฎหมายเรื่องเวลาทำงาน เอกชนใช้พื้นที่ไม่ต้องขออนุญาตก่อสร้างโรงงานเอง เปิดตัวเลขเรือนจำแออัดทั่วประเทศ เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยามีผู้ต้องขังเกินกว่า 1,000 คน

แหล่งข่าวกระทรวงแรงงาน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมราชทัณฑ์ได้รายงานความคืบหน้าว่า เนื่องจากจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศ มีจำนวนกว่า 600,000 ราย ทำให้เกิดความแออัด เพราะจำนวนนักโทษมากกว่าศักยภาพของเรือนจำ 2-3 เท่า อีกทั้งงานบางประเภทแรงงานไทยไม่ทำจึงส่งผลให้ขาดแคลนแรงงาน

ขณะนี้ได้กำหนดกรอบการศึกษาถึงความเป็นไปได้ 2 ส่วน คือ

1) ผู้ต้องขังที่ได้รับการพักโทษหรือยังเป็นนักโทษ อาจจะทำเป็นโรงงานทดลองหรือฝึกงาน

และ 2) ผู้พ้นโทษตามระเบียบ แต่ติดปัญหาว่าเมื่อพ้นโทษแล้ว ไม่มีผู้ประกอบการยอมรับเข้าทำงาน จึงเกิดเป็นแนวคิดที่จะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมและนำโรงงานไปตั้งในนิคมดังกล่าว

โดยในกรณีที่นำงานเข้าไปทำในเรือนจำผู้ต้องขังสามารถทำงานได้ 4 ชั่วโมงต่อวัน แต่หากทำงานในพื้นที่นิคมสามารถทำงานได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงแนวทางการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์โดย “ความต้องการ” ของคณะอนุกรรมการ เนื่องจากผู้ต้องขังส่วนใหญ่ที่ 80% มีความผิดใน “คดียาเสพติด” ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ เพื่อให้ผู้ต้องขังที่พักโทษระหว่าง 5-7 ปีได้ทดลองทำงาน เพื่อให้มีทักษะที่ผู้ประกอบการต้องการ

สำหรับงบประมาณที่จะนำมาพัฒนานิคมราชทัณฑ์นั้น มีงบประมาณมาจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตั้งเป้าไว้ที่ 10,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามาใช้บริการในพื้นที่ และเตรียมที่จะนำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อยู่ในระหว่างรวบรวมความเห็นจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

ในเบื้องต้นมีการนำเสนอจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งกรมราชทัณฑ์เห็นสอดคล้องว่า ควรมีมาตรการจูงใจนักลงทุนด้วยการให้สิทธิประโยชน์ในลักษณะเดียวกันกับการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้ผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่นิคม สามารถนำรายจ่ายจากการจ้างแรงงานนักโทษไปลดหย่อนภาษีได้ 3 เท่า และในกรณีที่ผู้ประกอบการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 5 ปี

อีกทั้งสถานที่ในการจัดตั้ง บริหารจัดการนิคมดังกล่าวให้เป็นความรับผิดชอบของกรมราชทัณฑ์ และผู้ประกอบการเป็นเพียงผู้เช่าใช้พื้นที่ ส่วนในกรณีที่ผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนก่อสร้างโรงงานนั้น ไม่ต้องดำเนินการขอใบอนุญาต (รง.4)

“ทางกรมราชทัณฑ์มีเป้าหมายชัดเจนไว้อยู่แล้วว่า จะแก้ปัญหาความแออัดของนักโทษในเรือนจำอย่างไร อีกทั้งสำหรับผู้ต้องขังที่กำลังจะพ้นโทษ หรืออยู่ระหว่างเตรียมการพ้นโทษ ได้มีอาชีพ มีรายได้ และเป็นคนดีของสังคม ภายหลังจากพ้นโทษ เนื่องจากเมื่อมีประวัติการเป็นนักโทษแล้วจะหางานทำยาก เพราะนายจ้างก็จะกังวลว่าจะเกิดปัญหาจากการใช้แรงงานเหล่านี้ ทำให้กลับไปกระทำความผิดซ้ำและสุดท้ายก็กลับเข้ามาในเรือนจำอีก โจทย์นี้สำคัญมากและยังไม่มีใครที่จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างจริงจัง” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ยังหารือถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญา ILO หรือองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization) ที่ว่า ผู้ต้องขังในส่วนที่ได้รับการ “พักโทษ” และ “พ้นโทษ” ในประวัติส่วนตัวยังคงมีการระบุว่ามีคดีอยู่นั้น ไม่สามารถไปทำงานต่างประเทศได้ ซึ่งอาจจะต้องพิจารณาในรายละเอียดว่าจะสามารถแก้ไขในข้อจำกัดนี้อย่างไร

อีกทั้งประเด็นในกรณีที่เป็น “สินค้าส่งออก” อย่างเช่น การส่งออกไปประเทศสหรัฐอเมริกา ที่กฎหมายระบุว่า “ไม่รับสินค้า” ที่นำเข้ามาจากการใช้แรงงานนักโทษในเรือนจำนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแก้ไขในประเด็นเหล่านี้อย่างไร

ทั้งนี้ พื้นที่จัดตั้งนิคมดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างศึกษาความเหมาะสมโดยกรมราชทัณฑ์ โดยแนวคิดของการจัดหาพื้นที่แหล่งงานใน 4 ภาค คาดว่าจะมีโครงการนำร่อง 1 แห่งในภาคกลาง เช่น จังหวัดสมุทรปราการ, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี และระยอง เป็นต้น การจัดหาพื้นที่อาจเป็นรูปแบบเช่าพื้นที่ราชพัสดุ หรือซื้อที่ดิน ซึ่งจะต้องรอผลการศึกษาของกรมราชทัณฑ์

รายงานข่าวจากกรมราชทัณฑ์ระบุว่า ตามรายงานแสดงสภาพความแออัดของผู้ต้องขังในเรือนจำ/ทัณฑสถาน (5 ก.พ. 2564) รวม 10 เขตนั้น เขตที่ 1 รวม 17 จังหวัด มีผู้ต้องขังเกินจำนวนคือ เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องขังเกิน 1,043 ราย คิดเป็น 46.25% เรือนจำจังหวัดสระบุรี 62 ราย คิดเป็น 2.65% พื้นที่เขต 2 รวม 18 แห่ง มีผู้ต้องขังเกินจำนวน 4 แห่ง คือ เรือนจำจังหวัดจันทบุรี, นครนายก, สระแก้ว, กบินทร์บุรี

พื้นที่เขต 3 รวม 26 แห่ง มีผู้ต้องขังเกินจำนวน 10 แห่ง เช่น เรือนจำกลางคลองไผ่ บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, สุรินทร์ และเรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ เป็นต้น พื้นที่เขต 4 รวม 11 แห่ง มีผู้ต้องขังเกินจำนวน เช่น เรือนจำกลางขอนแก่น, อุดรธานี ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น และมหาสารคาม เป็นต้น พื้นที่เขต 5 รวม 26 แห่ง มีเพียงเรือนจำอำเภอเทิง ที่มีผู้ต้องขังเกินศักยภาพ พื้นที่เขต 6 รวม 26 แห่ง มีผู้ต้องขังเกินศักยภาพคือ สุโขทัย, อุตรดิตถ์, อุทัยธานี

พื้นที่เขต 7 รวม 18 แห่ง มีผู้ต้องขังเกินศักยภาพ 3 แห่ง เรือนจำกลางนครปฐม, ประจวบคีรีขันธ์ และเรือนจำพิเศษราชบุรี พื้นที่เขต 8 รวม 28 แห่ง มี 10 แห่ง ที่มีผู้ต้องขังเกินศักยภาพ เช่น ทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช เรือนจำพิเศษนครศรีธรรมราช, กระบี่, พังงา, ภูเก็ต เรือนจำอำเภอหลังสวน เรือนจำอำเภอทุ่งสง พื้นที่เขต 9 รวม 17 แห่ง มีผู้ต้องขังเกินศักยภาพ 5 แห่ง เช่น เรือนจำจังหวัดตรัง, นราธิวาส, สงขลา เป็นต้น และพื้นที่เขต 10 รวม 17 แห่ง มีผู้ต้องขังเกินศักยภาพเพียงแห่งเดียว คือ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมราชทัณฑ์