‘ไอ.ซี.ซี.’ บุกตลาดอาหารเสริม ชูโฮมช็อปปิ้งเจาะ ‘ซิลเวอร์เอจ’
ตลาดอาหารเสริม 2 หมื่นล้านคึกคัก “บีเจ รีไวฟ์ฯ” โดดร่วมวง ส่งบีเจ คิวเท็น พลัส ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์บุกตลาด จับกลุ่มพรีเมี่ยม-ซิลเวอร์เอจ 40 ปีอัพ พร้อมเดินหน้าทำการตลาดออนไลน์-ออนแอร์ทีวีเต็มสูบ ตั้งเป้าเจาะกลุ่ม รพ.-ส่งออกเจาะ CLMV
นางรมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเจ รีไวฟ์ เซลล์ จำกัด ในเครือ ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้ชื่อ “บีเจ” เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้เริ่มทดลองทำตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ภายใต้แบรนด์ บีเจ ผ่านทางออนไลน์มาตั้งแต่ช่วงปี 2562 และได้ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ
ปีนี้บริษัทจึงตั้งใจผลักดันสินค้าเข้าสู่ตลาดอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสการเติบโตทั้งจากปัญหาการแพร่ระบาดโควิด ที่เป็นปัจจัยเอื้อให้กลุ่มผู้บริโภคหันมารับประทานอาหารเสริมเพื่อดูแลสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับแนวโน้มของประชากรที่เริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัยมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนที่จะทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีแนวโน้มการเติบโตมากขึ้น โดยปัจจุบันตลาดนี้มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 2 หมื่นล้านบาท
เบื้องต้นบริษัทได้ลอนช์อาหารเสริมบีเจ คิวเท็น พลัส ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ (BJ Q10 Plus Citrus Bioflavonoids) โดยมีโคเอ็นไซม์คิวเท็นที่ได้จากธรรมชาติ นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นเป็นตัวชูโรง เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมี่ยมที่ต้องการรักษาสุขภาพแบบองค์รวม โดยเฉพาะกลุ่มซิลเวอร์เอจ หรือกลุ่มผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ขณะเดียวกัน ก็มีแผนจะส่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ ออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มบำรุงกระดูกและข้อเข่า ที่คาดว่าจะเริ่มวางตลาดภายในช่วงไตรมาส 2-3 นี้
นางรมิดากล่าวต่อไปว่า ส่วนแนวทางการทำตลาด บริษัทมีนโยบายเน้นไปที่ช่องทางออนไลน์และออนแอร์ผ่านสื่อทีวี โดยช่องทางออนไลน์จะทำคอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพและกลไกการทำงานของคิวเท็น เพื่อสร้างความเข้าใจและเป็นการสื่อสารผลิตภัณฑ์ไปในตัว ซึ่งปัจจุบันมีออฟฟิเชียลหลักทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม และเว็บไซต์สำหรับจำหน่ายสินค้าแล้ว
ส่วนด้านออนแอร์จะโฆษณาประชาสัมพันธ์ และขายสินค้าผ่านทางทีวี เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาช่องทางโฮมช็อปปิ้งเริ่มมีการปรับตัวสูงขึ้น จากปัจจัยผู้บริโภคอยู่บ้าน จึงหันมารับชมสื่อทีวีเป็นสื่อหลัก จึงถือเป็นโอกาสที่ดีหากจำหน่ายในช่องทางดังกล่าว
“โดยจะเริ่มออนแอร์ในช่อง SHOP CHANNEL ทั้งกล่องพีเอสไอ ผ่านช่อง 45 และ 445 กล่องจีเอ็มเอ็มแซด ช่อง 39, 46 และ 109 กล่องทรูวิชั่นส์ ช่อง 52 และ 341 ซึ่งช่องเหล่านี้กลุ่มทาร์เก็ตหลักเป็นกลุ่มแม่บ้าน เจ้าของกิจการ คนวัย 40 ปีขึ้นไป ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่บริษัทวางไว้”
ส่วนอนาคตอาจทำการตลาดผ่านช่องทางออฟไลน์ เช่น การจัดงานเสวนา ทำบูทในงานสุขภาพต่าง ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ด้านช่องทางออฟไลน์ บริษัทมีแนวคิดส่งสินค้าเจาะกลุ่มโรงพยาบาล ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมพรีเซนต์สินค้า นอกจากนี้อาจใช้แพลตฟอร์มของ ไอ.ซี.ซี.ฯบางส่วน หรือให้พนักงาน ไอ.ซี.ซี.ฯช่วยแนะนำและจำหน่ายสินค้า และ ไอ.ซี.ซี.ฯเป็นผู้จัดการส่งสินค้าให้ลูกค้า ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่พนักงาน ส่วนช่องทางค้าปลีกและเชนร้านยา คาดว่าต้องชะลอออกไปก่อน เนื่องจากสินค้าเพิ่งเริ่มทำการตลาดอย่างจริงจังไม่นาน ประกอบกับช่องทางดังกล่าวยังได้รับผลกระทบจากโควิด ทราฟฟิกน้อยลงจึงอาจยังไม่ตอบโจทย์ในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นสำหรับปีแรกนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ประมาณ 15 ล้านบาท ถือเป็นการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะส่งออกผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายในกลุ่มประเทศ CLMV ด้วย โดยขณะนี้ได้เริ่มส่งสินค้าไปจำหน่ายในประเทศเวียดนาม ที่บริษัทได้เข้าไปทำตลาดตั้งแต่ปี 2563 เป็นการร่วมกับพาร์ตเนอร์ ที่ทำการตลาดทั้งหน้าร้านและทางออนไลน์ ส่วนลาวและกัมพูชายังอยู่ระหว่างการติดต่อขอเครื่องหมายทางการค้าและการหาพาร์ตเนอร์ ส่วนประเทศเมียนมา ต้องชะลอแผนออกไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่แน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อต้นปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัท ไอ.ซี.ซี.ฯก็ได้มีการส่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้แบรนด์บีเอสซี แฮปปี้ เอจ เข้ามาทำตลาด อาทิ คอลลาเจนที่เน้นจับกลุ่มผู้สูงวัย โดยเน้นวางจำหน่ายในร้านซูรูฮะ ร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงาม รวมทั้งการนำเข้ามาจำหน่ายในมาร์เก็ตเพลซ ทั้งลาซาด้าและช้อปปี้