วีซ่า ประเทศไทย เผยผลสำรวจคนไทย มองโควิด-19 หนุนไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเร็วขึ้น 4-5 ปี ภายในปี 69 จากเดิมใช้เวลา 10 ปี ระบุ 82% ใช้ชีวิตไร้เงินสดนานถึง 8 วัน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนใช้คอนแทคเลสเป็น 20% ภายในสิ้นปีนี้
สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้การสำรวจทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปี 2563 ของวีซ่า ครั้งที่ 7 จากคนจำนวน 1,000 คน อายุ 18-65 ปี รายได้ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน พบว่า หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 คนไทยมองว่า ภายในปี 2569 ไทยจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Cociety) ซึ่งใช้เวลาเพียง 4-5 ปี จากเดิมที่คาดว่าจะใช้เวลานานถึง 10 ปี หรือปี 2573
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจพบว่า 4 ใน 5 หรือประมาณ 82% ใช้ชีวิตแบบไร้เงินสด และโดยเฉลี่ยคนไทยสามารถใช้ชีวิตโดยไม่พึ่งเงินสดได้นานถึง 8.1 วัน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 19% และสามารถอยู่ได้ 1 เดือน เพิ่มจาก 3% เป็น 4% ขณะที่คนไทยพกเงินสดน้อยลงมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 51% จากเดิมอยู่ที่ 30% เนื่องจากคนหันมาใช้จ่ายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

ทั้งนี้ จะเห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยรับรู้และคุ้นเคยกับการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดมากที่สุด 94% ตามด้วยวิธีการชำระเงินแบบแตะเพื่อจ่ายผ่านสมาร์ทโฟน 92% และการแตะเพื่อจ่ายผ่านบัตรคอนแทคเลส (Contactless) 89% ส่วนในด้านของการใช้งานจริงนั้น 45% ของผู้ทำแบบสอบถามเลือกชำระเงินแบบแตะเพื่อจ่ายผ่านสมาร์ทโฟนมากที่สุด ตามมาด้วยการสแกนชำระผ่านคิวอาร์โค้ด 42% และแตะเพื่อจ่ายผ่านบัตรคอนแทคเลส 41%
อย่างไรก็ดี ภายในสิ้นปี 2564 วีซ่าพยายามเพิ่มสัดส่วนธุรกรรมการจ่ายผ่านบัตรคอนแทคเลสเป็น 20% ของธุรกรรมทั้งหมด จากเดิมที่อยู่ราว 15% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาจากอดีตอยู่ที่สัดส่วน 0.1% ของธุรกรรมทั้งหมด
โดยมองว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนธุรกรรมจะสอดคล้องกับการเปลี่ยนบัตรเดบิต-เครดิตที่หมดอายุของธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากบัตรรุ่นใหม่จะเป็นคอนแทคเลส รวมถึงการเปลี่ยนเครื่องรับบัตร (EDC) ที่รับชำระได้ 4 in 1 ได้ ทั้งนี้ ยอดการใช้ธุรกรรมการใช้ผ่านคอนแทคเลสเฉลี่ยกว่า 2 ล้านรายการต่อเดือน
“ในช่วงไม่มีกี่ปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้บริโภคที่หันมาเลือกใช้วิธีการชำระเงินในรูปแบบดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมายิ่งเป็นเสมือนตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น ซึ่งปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนพร้อมกันทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน เราเชื่อว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปอย่างถาวร”
สำหรับตลาดประเทศ ถือเป็นตลาดใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของเอเชีย โดยมีจำนวนผู้ถือบัตรกว่า 70-80 ล้านใบ และมีประชากรที่เข้าถึงบัญชีธนาคารสัดส่วนค่อนข้างสูงถึง 83% ทำให้สัดส่วนการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์สูงถึง 72% และใช้เงินสดเพียง 28% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการกระตุ้นการใช้ผ่านบริการรับโอนเงินรูปแบบใหม่ (พร้อมเพย์) และเข้าถึงอินเตอร์เน็ต 78% มีสมาร์ทโฟน 134% และใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก 79%
สำหรับวีซ่า ทั่วโลก 200 ประเทศ และฐานลูกค้ากว่า 3,500 ล้านบัญชี ทั้งบัตรเครดิต เดบิต และพรีเพด มีธนาคารพาณิชย์พันธมิตร 15,300 แห่ง ร้านค้า 70 ล้านร้านค้า จำนวนธุรกรรมกว่า 1 แสนล้านรายการ คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่าย 11 ล้านล้านดอลลาร์
“วีซ่า เราจะยังมุ่งมั่นพัฒนาและร่วมมือกับทุกภาคส่วนในระบบนิเวศการชำระเงินเพื่อช่วยให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าตามแผนการฟื้นฟู และเติบโตต่อไปในอนาคต”