เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดฉากเอเชียนเกมส์ ไอจิ-นาโกย่า เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงร่วมขบวนทัพนักกีฬาไทย
Biz Movement เปิดฉากเอเชียนเกมส์ ไอจิ-นาโกย่า เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงร่วมขบวนทัพนักกีฬาไทย
‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
Economic ‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
Columns อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
Economic ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
Economic พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
Biz Movement NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
Finance SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
SD CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
Biz Movement จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
ดูทั้งหมด

สุพัฒนพงษ์ เชียร์คนไทยใช้เงินออมแสนล้านช่วยดันจีดีพีโต 4%

25 มี.ค. 2564 | 12:02น.

สุพัฒนพงษ์ ขึ้นเวทีสัมมนามติชน แนะพลิกโควิด เป็นโอกาส เชียร์คนไทยเจียดเงินออมแสนล้านมาใช้จ่ายช่วยชาติ กระตุ้นจีดีพี ปี 64 โต 4% พลิกจากปี 63 ติดลบ 6%

ชูกลยุทธ์ 4D ฟื้นประเทศ รับยุค Post Covid หนุนลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย New S Curve “อีวี-สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์” มาแน่ มั่นใจปี 65 เป็นปีแห่งการลงทุนเพื่ออนาคต พร้อมชง ศบศ. เคาะเปิดประเทศ นำร่อง ภูเก็ต ต.ค.นี้ บูมรับ ‘นักท่องเที่ยวสูงวัยเกษียณ’ กำลังซื้อสูง เป้าหมาย 1 ล้านคน

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง“พลิกโควิด เป็นโอกาส ประเทศไทยไปต่อ” ในงานสัมมนา “ปี 2021 ประเทศไทยไปต่อ” ที่ บมจ.มติชน จัดขึ้นวันที่ (25 มี.ค. 2564) ว่า ในปีนี้รัฐบาลยืนยันตัวเลขจีดีพีไทยจะขยายตัว 4% แม้ว่าในช่วงต้นปีทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าจีดีพีไทยจะขยายตัวเพียง 2.7% ไม่เกิน 3% เพราะยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากรายได้การท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัว

“อยากให้ข้อมูลว่าในปี 63 ที่หลายสิ่งดูแย่ลง แต่การออมของคนไทยเติบโตขึ้นถึง 11% คิดเป็นเงินหลายแสนล้านบาท ก็อยู่ที่พวกเราว่าจะช่วยประคับประคองประเทศไทยไปได้ขนาดไหน ที่ต้องพูดเพราะกองทุนไอเอ็มเอฟประเมินต้นปีว่าไทยจะขยายตัว 2.7% เพราะรายได้จากการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้น แต่เราต้องการให้ขยาย 4% ยังขาดอยู่ 1% คิดเป็นมูลค่า 1.6 แสนล้านบาท

ถ้าประชาชนเสียเงินออมมาใช้ช่วยชาติก็จะเป็นส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจากนี้จะมีการพิจารณามาตรการเพื่อกระตุ้นให้มีการดึงเงินออมออกมาใช้โดย concept จะเป็นเรื่องโค-เพย์ แต่ต้องดูอีกทีว่าจะมีลักษณะที่แตกต่างจากช็อปช่วยชาติอย่างไร”

สำหรับในปี 2563 ที่ผ่านมา จีดีพีไทยติดลบเพียง 6% จากที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะติดลบมากกว่า 7 ถึง 8% เพราะไทยพึ่งพารายได้จากการส่งออกและท่องเที่ยวมากกว่า 20% ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด สะท้อนว่าไทยบอบช้ำไม่มาก ทั้งยังมีอัตราการว่างงานเพียง 1.7%

“เรื่องโควิดไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ในรอบ 100 ปี เกิดขึ้นครั้งหนึ่ง เรามีภาพจำไว้เล่าให้ลูกหลานฟัง ว่าเรารับมืออย่างไร และเราพิสูจน์มาแล้วในการระบาดระลอกใหม่ เมื่อเดือนธันวาคม 2563 มีผู้ติดเชื้อเป็นหมื่น ๆ เพราะเราเลือกจะตรวจสอบเชิงรุก ทำให้มีการพบจำนวนผู้ติดเชื้อจำนวนมาก แต่ลดลงเหลือหลักร้อยใน 3 สัปดาห์ เราพบวิถีการควบคุมการระบาดเกิดขึ้นแล้ว”

ส่วนเรื่องวัคซีน ที่มีการพูดว่าประเทศฉีดก่อนมีจำนวนวัคซีนมากกว่า แต่สิ่งที่สำคัญคือจำนวนวัคซีนที่คอมมิทของเรามีมากถึง 63 ล้านโดส สำหรับประชาชนที่อายุ 18 ปีขึ้นไป เพียงพอจะฉีดคนละ 2 โดส และจะทยอยซื้อเพิ่มขึ้น มีการเตรียมงบประมาณสาธารณสุขไว้ 50,000 ล้านบาท

“การบริหารจัดการวัคซีน และการฉีดวัคซีนที่เป็นระบบจะทำให้เราเข้าสู่ภาวะปกติหรือเข้าสู่ช่วงปลายปลายของโควิด เราเตรียมขยายการเติบโตปี 64 จึงเป็นปีที่สำคัญมากเป็นรอยต่อระหว่าง covid และ post-covid ซึ่ง รัฐบาลยังมีหน้าที่ต้องประคับประคอง โดยมีโครงการช่วยเหลือทั้งเราชนะ เรารักกัน ม.33 คนละครึ่ง เพื่อเป็นการดูแลผลกระทบของประชาชน”

นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ที่นี่การตั้งฉายารัฐบาลชุดนี้ว่ามีการกู้หนี้สาธารณะสูงขึ้นหรือ Very กู้ นั้น ก็ถูกต้องกู้จริงตลอดเวลาการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีมีการลงทุนไปแล้วรวม 2.6 แสนล้านบาท หากภาระเกี่ยวกับการเยียวยาโควิดและการชดเชยโครงการรับจำนำข้าวก็จะเหลือเป็นเม็ดเงินที่ลงทุน 1.7-1.8 ล้านล้านบาท ใน 162 โครงการ วงเงินรวมกว่า 2 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการดึงเงินงบประมาณมาเสริมด้วย

“รัฐบาลลงทุนในแนวนอนคนไทยจึงมองไม่เห็นไม่เหมือนการสร้างตึก 100 ชั้น 1,000 ชั้น มันเห็นง่าย แต่ที่ถ้ามองจากบนเครื่องบินจะเห็นว่ามีการขยายโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ มากมายเช่นปีนี้สายสีแดง ปีหน้าสายสีชมพู ถนนเสร็จทุกปี โดยเฉพาะเส้นทางกรุงเทพ-กาญจนบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางที่สร้างการเชื่อมโยงกับภูมิภาคทั้งจีนอาเซียน

และไม่ใช่มีแค่โครงสร้างพื้นฐานทางถนน แต่ยังมีสายส่งและระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการขายไฟระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น ลาวไปสู่มาเลเซีย กำลังจะไปสู่สิงคโปร์ รัฐบาลเห็นชอบสนับสนุนเงินกู้ในการช่วยสร้างสายส่งเพื่อเชื่อมโยงเข้าไปอย่างเมียวดี ย่างกุ้ง เป็นการเตรียมแผนในระยะยาว”

ในส่วนของการส่งเสริมการลงทุนภาคอุตสาหกรรมรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายในอีอีซีรวม 12 กลุ่มอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์ไฟฟ้า สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ เมดิคอล เกษตร เป็นต้น ซึ่งจะสอดคล้องกับทิศทางของประเทศในยุคหลังโควิด Post Covid

โดยใช้กลยุทธ์ 4Ds (DIGITALIZATION  DECARBONIZATION DECENTRALIZATION และ DE-REGULATION ) ในการเปลี่ยนผ่าน

โดย Digitalization ไทยมีความพร้อมในระบบสาธารณูปโภคค้างห้าสี่เอไอดาต้าเซ็นเตอร์, De cabonization การพัฒนาอุตสาหกรรมตามเป้าหมายที่จะต้องมีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งไทยมีการส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า และสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์

“โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มการผลิตให้ได้ 30% ในปี 2030 ควบคู่กับการส่งเสริมดีมานด์การใช้ในประเทศ โดยในวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 จะมีประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางในการส่งเสริมตามที่ได้ตั้ง 4 คณะอนุกรรมการไปวานนี้ว่าให้ไปศึกษาแนวทางการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าตามเป้าหมายว่า ต้องมีนโยบายอย่างไร ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมในการเป็นฐานการผลิตของ 2 อุตสาหกรรมอยู่แล้ว”

DECENTRALIZATION คือต่อไปฐานการผลิตทั่วโลกจากกระจายไปยังประเทศต่าง ๆ ไม่ไปกระจุกอยู่ที่เดียวอีกต่อไปแล้ว อย่างน้อยจะต้องมี 2-3 ฐานการผลิตในประเทศต่าง ๆ ซึ่งประเทศไทยก็คือประเทศเป้าหมายในการลงทุน

ขณะเดียวกันจะมีการส่งเสริมการเชื่อมโยงความเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical hub) และการท่องเที่ยว ถ้าเราเปิดประเทศได้เร็วขึ้นกว่าเป้าหมายที่ต้องการในเดือนตุลาคม ก็จะมีส่วนช่วยส่งเสริมจีดีพีให้เติบโตได้ 4% ตามเป้าหมาย

“ภูเก็ตจะเป็นประจังหวัดโมเดลต้นแบบในการเปิดรับนักท่องเที่ยว โดยจะมีการหารือในที่ประชุม ศบศ. ถึงแนวทางในการเปิดรับนักท่องเที่ยวในวันพรุ่งนี้“

นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ต่อไปเป้าหมายการท่องเที่ยวของเราจะไม่ใช่การมุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว 40 ล้านคนแต่เรายังมีช่องทางที่จะดึงดูดผู้สูงอายุที่เกษียณจากตะวันตก มาอยู่ในประเทศไทย คนกลุ่มนี้นอกจากจะมีเงินบำนาญเดือนละ 60,000 บาทแล้ว ยังมีออนท็อปเป็นเงินช่วยเหลือต่าง ๆ ซึ่งไทยจะเชื่อมโยง Bilateral หลายประเทศเราไม่ต้องดึงดูดถึง 40 ล้านคนขอแค่ 1 ล้านคนกลุ่มนี้เข้ามา เราก็ได้เงินแล้ว 2 ล้านล้านบาทแล้ว

ซึ่งรัฐบาลจะต้องเข้าไปช่วยแก้ไขกฎระเบียบอำนวยความสะดวกเช่นเรื่องเวิร์คเพอร์มิตวีซ่าที่คนเกษียณอายุสูงวัย จะต้องมารายงานตัว 90 วัน ต้องแก้ โดยจะมีการประชุม ease of doing business ในวันพรุ่งนี้

“ปีนี้เป็นปีที่สำคัญที่สุดเป็นปีที่ต้องช่วยกัน เพราะรัฐบาลจะยืนยันคงเป้าหมาย 4% จากที่หลายสำนักคาดการณ์ว่าจีดีพีโตแค่ 2 ถึง 3% เรายังเหลือส่วนต่างอีก 1% ประมาณ 1.5 ถึง 1.6 แสนล้านบาท เราต้องช่วยกันประคับประคอง ปีก่อนเราติดลบ 6% ถ้าปีนี้ได้ 4% ปีหน้าอีก 2% ก็จะกลับมา ผมมองว่าปี 65 จะเป็นปีแห่งการลงทุนสร้างอุตสาหกรรมใหม่สร้างอนาคตให้คนรุ่นถัดไปเข้มแข็ง”