เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ไฟไหม้โรงกลั่นน้ำมันในอินโดนีเซีย 950 ชีวิต หนีเอาชีวิตรอด

29 มี.ค. 2564 | 15:04น.

นักดับเพลิงในอินโดนีเซียกำลังพยายามดับไฟไหม้ครั้งใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้นที่โรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ

วันที่ 29 มีนาคม 2564 บีบีซี รายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นที่โรงกลั่นน้ำมันบาลองกันของบริษัทน้ำมันเปอร์ตามินาของทางการอินโดนีเซีย เมื่อเวลา 00.45 น. ของวันจันทร์ ตามเวลาท้องถิ่น

เหตุไฟไหม้ครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 5 ราย ขณะที่ประชาชนประมาณ 950 คน ต้องอพยพไปยังที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้สูญหายจำนวนหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุสาเหตุไฟไหม้ที่ชัดเจน

ภาพจากทีวีและโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นถึงเปลวไฟขนาดใหญ่ที่ลุกโชนเมื่อช่วงเช้ามืดวันจันทร์ โดยมีควันพวยพุ่งสูงเหนือโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดชวาตะวันตก

“เราได้กลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงก่อนเป็นอย่างแรก กลิ่นฉุนมากจนทำให้จมูกเจ็บไปหมด ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงคล้ายฟ้าผ่า” ประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่น “เมโทรทีวี” ตามรายงานของรอยเตอร์ส

ตามรายงานของหน่วยจัดการภัยพิบัติระบุว่า มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย ที่ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลด้วยอาการสาหัส ขณะที่อีก 15 ราย มีแผลไฟไหม้เล็กน้อย

เหตุการณ์หายนะ

“เจอโรม วิราวัน” ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำอินโดนีเซีย รายงานว่า โรงกลั่นน้ำมันบาลองกันคือหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย และยังเป็นโรงกลั่นน้ำมันที่สำคัญมากที่สุด เนื่องจากเป็นโรงกลั่นน้ำมันที่ป้อนเชื้อเพลิงและปิโตรเคมีไปยังพื้นที่ในกรุงจาร์กาตา

ตอนนี้มีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจและโรงงานพลาสติกและเคมีภัณฑ์อย่างไรบ้าง แม้ว่าบริษัทน้ำมันเปอร์ตามินาจะแจงต่อสาธารณชนว่า การส่งเชื้อเพลิงให้กับประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบและยังมีการส่งเชื้อเพลิงต่อไป

แต่หลายคนกำลังต้องการคำตอบว่าเหตุไฟไหม้ร้ายแรงครั้งนี้เกิดขึ้นกับโรงกลั่นน้ำมันของรัฐได้อย่างไร

ดร.เคอร์ทูบี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของบริษัทน้ำมันเปอร์ตามินา ให้สัมภาษณ์ทางทีวีว่า โรงกลั่นน้ำมันบาลองกัน ซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2537 เป็นโรงกลั่นที่ค่อนข้างใหม่เมื่อเทียบกับโรงกลั่นอื่น ๆ ของเปอร์ตามินา

นายเคอร์ทูบี ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการกิจการพลังงานของสภาผู้แทนราษฎร ยังได้เรียกร้องให้มีการประเมินระยะทางระหว่างโรงกลั่นน้ำมันแห่งอื่น ๆ รวมถึงเขตที่อยู่อาศัยด้วย

Antara Foto/Dedhez Anggara/ via REUTERS

ในโซเชียลมีเดีย มีการเรียกร้องให้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเหตุการณ์นี้เป็นการก่อวินาศกรรมหรืออุบัติเหตุกันแน่

อีกทั้งยังมีการตั้งคำถามถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานว่าได้มาตรฐานหรือไม่ โดยชาวเน็ตรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า ผู้ที่เป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้จำเป็นต้องถูกนำตัวขึ้นศาล

ผู้ที่อยู่อาศัยในหมู่บ้านใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ถูกอพยพไปยังค่ายหลายแห่ง ท่ามกลางความยากลำบากจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19

ด้านบริษัทน้ำมันเปอร์ตามินาเผยว่า ยังไม่ทราบสาเหตุไฟไหม้ รู้เพียงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงฝนตกหนักและมีฟ้าผ่า

ในการแถลงข่าวในวันจันทร์ ทางบริษัทระบุว่า เหตุไฟไหม้ครั้งนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายต่อความสามารถในการกลั่นน้ำมัน และหวังว่าการดำเนินการต่าง ๆ จะกลับสู่ภาวะปกติในอีก 5 วันข้างหน้า

เหตุไฟไหม้คครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณถังกลั่น โดยไม่สร้างความเสียหายต่อตัวโรงงาน ตามรายงานของรอยเตอร์ที่อ้างข้อมูลจาก “นิกเก วิทยาวาตี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทน้ำมันเปอร์ตามินา

บริษัทน้ำมันยังเผยด้วยว่า ทางบริษัทได้ปิดโรงกลั่นน้ำมันที่เกิดเหตุแล้ว และได้ดำเนินการควบคุมการไหลของน้ำมัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเพิ่มเติม

โรงกลั่นน้ำมันบาลองกัน ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงจาร์กาตาไปทางตะวันออกประมาณ 250 กิโลเมตร และมีขนาดอย่างน้อย 340 เฮกตาร์ สามารถผลิตน้ำมันได้ 125,000 บาร์เรลต่อวัน