เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ต.ค. 69) ปรับลง 0.89% อยู่ที่ 80,079 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ต.ค. 69) ปรับลง 0.89% อยู่ที่ 80,079 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (26 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (26 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
รัฐบาล โต้ข่าวปลอม “โอนค่าน้ำชา 7 ล้านให้อนุทิน“ คาดต้นทางอยู่ ตปท.
Politics รัฐบาล โต้ข่าวปลอม “โอนค่าน้ำชา 7 ล้านให้อนุทิน“ คาดต้นทางอยู่ ตปท.
แผนแก้หนี้กองทุนน้ำมัน รีดโรงกลั่น-ขอเงินคลังแทนภาษี
Economic แผนแก้หนี้กองทุนน้ำมัน รีดโรงกลั่น-ขอเงินคลังแทนภาษี
โตโยต้า วอนรัฐเร่งมาตรการภาษีรถกระบะฟื้นยอด
Automotive โตโยต้า วอนรัฐเร่งมาตรการภาษีรถกระบะฟื้นยอด
กลับมาอีกครั้ง ‘เพลินจิตแฟร์’@โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
SD กลับมาอีกครั้ง ‘เพลินจิตแฟร์’@โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
Business 5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
Real Estate การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
Finance เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
ดูทั้งหมด

“ชิเซโด” ทุ่มงบผุดโรงงาน ย้ำอิมเมจ… เมด อิน เจแปน

02 พ.ย. 2560 | 18:50น.

คอลัมน์ MARKET MOVE

“เมดอินเจแปน” หรือสินค้าที่ผลิตในญี่ปุ่นดูจะยังคงความขลังในสายตาของผู้บริโภคชาวเอเชีย โดยเฉพาะในแดนมังกรที่คนจำนวนมากยอมข้ามน้ำข้ามทะเลไปช็อปสินค้าต่าง ๆ ในญี่ปุ่น เพื่อให้ได้สินค้าที่เชื่อว่าปลอดภัยและมีคุณภาพสูงกว่าการผลิตจากแหล่งอื่น

ปรากฏการณ์นี้ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มหันมาพิจารณาใช้ญี่ปุ่นเป็นฐานผลิตสินค้าอีกครั้ง หลังจากกระจายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ อาทิ จีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตลอดช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาเพื่อควบคุมต้นทุน

สำนักข่าว “นิกเคอิ” รายงานว่า ชิเซโด (Shiseido) ผู้ผลิตสินค้าความงามสัญชาติญี่ปุ่นได้ประกาศปรับโครงสร้างฐานการผลิตสินค้าเพื่อรองรับดีมานด์ทั้งในและนอกประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ด้วยการเน้นให้ญี่ปุ่นเป็นฐานการผลิตหลักอีกครั้ง

หวังชูจุดขายเรื่อง “เมดอินเจแปน” โดยทุ่มเงิน 839 ล้านเหรียญสหรัฐ ตั้งโรงงานใหม่ที่อำเภอโทชิกิ ทางเหนือของกรุงโตเกียว

พร้อมกับเพิ่มกำลังผลิตของโรงงานที่โอซากา ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างขึ้นเป็น 2 เท่าจากแผนเดิม

การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการสร้างโรงงานใหม่ของบริษัทบนแผ่นดินญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในรอบ 36 ปี

โรงงานใหม่ทั้ง 2 แห่งจะเน้นผลิตสินค้ากลุ่มสกินแคร์ อาทิ โลชั่นสำหรับผิวหน้าและคอนดิชั่นเนอร์ โดยโรงงานที่อำเภอโทชิกิ ซึ่งมีกำหนดเดินสายการผลิตในปี 2562 จะรับผิดชอบสินค้าระดับกลางสำหรับขายในประเทศ

ส่วนโรงงานที่โอซากามีกำหนดเดินเครื่องจักรในปี 2563 จะผลิตสินค้าระดับบนรองรับทั้งตลาดต่างประเทศและในประเทศ

นับเป็นความเคลื่อนไหวต่อเนื่องจากการย้ายโรงงานผลิตสกินแคร์ แบรนด์ “อิริคเซอร์” (Elixir) จากเวียดนามกลับมายังญี่ปุ่นเมื่อช่วงต้นปี

“มาซาฮิโกะ อุโอทานิ” ประธานและซีอีโอของชิเซโด อธิบายว่า ผู้บริโภคในต่างประเทศโดยเฉพาะจีนยังให้ความสำคัญและความเชื่อมั่นกับสินค้าที่ผลิตในญี่ปุ่นสูงมาก

เห็นได้จากยอดขายของบริษัทที่เติบโตต่อเนื่องด้วยการส่งออกไปยังตลาดเอเชียและการจับจ่ายของนักท่องเที่ยว โดยคาดว่ายอดขาย 3 ไตรมาส เม.ย.-ธ.ค. จะสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9.65 แสนล้านเยน

ดังนั้นเพื่อเน้นย้ำจุดแข็งดังกล่าวจากนี้ไปสินค้า “เมดอินเจแปน” จะเป็นหัวหอกในการทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อรองรับความต้องการลูกค้าทุกกลุ่ม

ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวที่มาญี่ปุ่น ผู้บริโภคท้องถิ่นในแต่ละประเทศ รวมถึงชาวญี่ปุ่นเอง

โดยเมื่อโรงงานใหม่เปิดทำการจะทำให้บริษัทมีฐานการผลิตในญี่ปุ่นรวม 4 แห่ง คือ โทชิกิ, ไซตามะ, ชิสุโอกะและโอซากา

นอกจากนี้อาจเพิ่มกำลังผลิตและจำนวนคนงานของโรงงานในชิสุโอกะและไซตามะด้วยเช่นกัน เพื่อปั้นยอดขายให้ถึง 1 ล้านล้านเยน และมีกำไรจากการดำเนินงาน 1 แสนล้านเยนภายในปี 2563 ตามเป้าที่วางไว้

“กลยุทธ์นี้จะช่วยให้ชิเซโดได้เปรียบคู่แข่งทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นรายอื่น และแบรนด์ต่างชาติ”

สอดคล้องกับตัวเลขของสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของญี่ปุ่น ซึ่งระบุว่า ปี 2559 เป็นปีแรกที่ยอดส่งออกเครื่องสำอางสูงกว่านำเข้า ด้วยมูลค่าการส่งออกสูงถึง 2.67 แสนล้านเยนเติบโต 29% จากปีก่อนหน้า

และช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 นี้การส่งออกยังเติบโตได้สูงกว่า 30% จนมีโอกาสแตะ 3 แสนล้านเยนเป็นครั้งแรก

หากแผนการของชิเซโดสำเร็จ จากนี้ต้องจับรอดูว่าจะมีแบรนด์ญี่ปุ่นรายไหนเลือกเดินตามรอย ย้ายฐานการผลิตกลับไปยังประเทศบ้านเกิดอีกบ้าง รวมท่าทีของแบรนด์เกาหลี-จีนว่าจะรับมืออย่างไร