เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
Tech ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
Finance กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
ชำแหละต้นทุนรัฐ ข้าราชการ 1 คนใช้เงิน 40 ล้าน ‘อ.สุนิสา’ ชี้ลด 3 หมื่นตำแหน่ง “น้อยเกินไป”
Politics ชำแหละต้นทุนรัฐ ข้าราชการ 1 คนใช้เงิน 40 ล้าน ‘อ.สุนิสา’ ชี้ลด 3 หมื่นตำแหน่ง “น้อยเกินไป”
ออมสิน ชี้ครูสมัครใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยแล้ว 80,000 บัญชี ปิดรับ 31 ต.ค.นี้
Finance ออมสิน ชี้ครูสมัครใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยแล้ว 80,000 บัญชี ปิดรับ 31 ต.ค.นี้
ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
Real Estate ดาต้าเซ็นเตอร์ ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม พุ่งไร่ละ 6-8 ล้าน
ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
Biz Movement ทรงวาดจ่อปั้น ‘Old Town & Riverside’ เชื่อม 3 ย่านประวัติศาสตร์ ตลาดน้อย-ทรงวาด-จักรวรรดิ
ธอส. ส่งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% เขย่าตลาด พร้อมสลากออมทรัพย์ดอกเบี้ย 1.2%
Finance ธอส. ส่งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% เขย่าตลาด พร้อมสลากออมทรัพย์ดอกเบี้ย 1.2%
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์รับหุ้นใหม่ ดึง New Economy-บริษัทต่างชาติเข้าตลาด เริ่ม 11 ก.ย.นี้
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดล็อกเกณฑ์รับหุ้นใหม่ ดึง New Economy-บริษัทต่างชาติเข้าตลาด เริ่ม 11 ก.ย.นี้
NC ผนึก Panasonic ตั้งศูนย์วิจัย ‘Lifestyle Labo’ ต่อยอดนวัตกรรมบ้านยุคใหม่ สู่ ‘สภาวะน่าสบาย’
Real Estate NC ผนึก Panasonic ตั้งศูนย์วิจัย ‘Lifestyle Labo’ ต่อยอดนวัตกรรมบ้านยุคใหม่ สู่ ‘สภาวะน่าสบาย’
ศุภจี ถก USTR เร่งปิดดีลการค้า สหรัฐให้ความมั่นใจไทย จะได้อัตราภาษีเป็นธรรม
Politics ศุภจี ถก USTR เร่งปิดดีลการค้า สหรัฐให้ความมั่นใจไทย จะได้อัตราภาษีเป็นธรรม
ดูทั้งหมด

เลือกช็อปกองทุน เสนอขาย IPO โค้งสุดท้ายปลายเดือน เม.ย. นี้

21 เม.ย. 2564 | 13:10น.
กองทุน Fund Graph

ส่องกองทุนเสนอขาย IPO ช่วงโค้งสุดท้ายปลายเดือน เม.ย. นี้ จับธีม “กัญชา-หุ้นจีน-ธุรกิจที่ยั่งยืน-RMF”

ท่ามกลางความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสาม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หลายแห่ง ยังเดินหน้าเฟ้นหาการลงทุนที่น่าสนใจมาตอบโจทย์บรรดานักลงทุน ธีมไหนดี ธีมไหนเด่น ธีมไหนมีโอกาส ก็มีการจัดตั้งกองใหม่ขึ้นมาซับพอร์ต โดยช่วงปลายเดือน เม.ย.นี้ ก็มีเสนอขายกันอยู่หลายกอง

กองทุนกัญชา IPO 19-27 เม.ย.

ที่สร้างกระแสฮือฮา ล้อไปกับกระแส “กัญชง-กัญชา” ตอนนี้ ก็คือ กองทุนเปิด MFC Global Cannabis Fund (เอ็มเอฟซี โกลบอล แคนนาบิส) หรือ “MCANN” ของทาง บลจ. เอ็มเอฟซี (MFC) ที่กำลังเปิดให้จองซื้อหน่วยลงทุน โดยเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 19 – 27 เม.ย.นี้ หลังจากมีการจัดงานสัมมนา “กัญชา โอกาสการลงทุนที่มีอนาคต” เพื่อโปรโมตกองทุนไปเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวันกัญชาโลก (Weed Day)

ทั้งนี้ “MCANN” เป็นกองทุนกัญชากองแรกของประเทศไทย ที่ทาง บลจ.เอ็มเอฟซี จัดตั้งขึ้นเพื่อการเข้าไปลงทุนในตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศ ที่มีนโยบายลงทุนในธุรกิจเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทางกัญชา (Marijuana) หรือกัญชง (Hemp) ที่ถูกกฎหมาย
เน้นลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวกับการวิจัยกัญชาทางการแพทย์ ทั้งด้านพัฒนายา (Pharmaceutical)และเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) เช่น Global X Cannabis ETF(POTX) ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทางกัญชากัญชง หรือ Amplify Seymour Cannabis ETF (CNBS) ที่เป็นกองทุน Cannabis ETF

นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ตราสารทางการเงินอื่น ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) ด้วย

กองทุนหุ้นเทคฯ จีน IPO 20-26 เม.ย.

ขณะที่ทาง บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) จับกระแสเศรษฐกิจจีนที่เติบโตสูง และ มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง ฟื้นตัวได้เร็วหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเปิดเสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ China Technology (SCB China Technology (SCBCTECH) มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท เสนอขาย IPO ระหว่างวันที่ 20 – 26 เม.ย.นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท

ซึ่งกองทุน SCBCTECH เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการกระจายการลงทุนในหุ้นบริษัทชั้นนำในกลุ่มเทคโนโลยีของจีน เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ได้แก่ Invesco China Technology ETF (CQQQ) (กองทุนหลัก) ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค (NYSE Arca) ประเทศสหรัฐฯ และบริหารงานโดย Invesco Distributors, Inc. หนึ่งในผู้นำบริษัทจัดการกองทุนขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยสินทรัพย์กว่า 1.39 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยกองทุนหลักจะเน้นลงทุนกลุ่ม Information Technology, Communication Services หรือ Consumer Discretionary เป็นต้น อีกทั้งยังสร้างโอกาสการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนตามดัชนี FTSE China Incl A 25% Technology Capped Index โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของจีนด้วยการคัดเลือกหลักทรัพย์ภายใต้ดัชนีอ้างอิงที่ถูกสร้างมาจาก 2 ดัชนีหลัก คือ FTSE China Index และ The FTSE China A Stock Connect CNH Index

หลังจากนั้นจะคัดเลือกหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโดยอิงจากเกณฑ์การแบ่งอุตสาหกรรม (Industry Classification Benchmark) ของ FTSE โดยยึดแหล่งที่มาของรายได้หลักของธุรกิจ โดยกำหนดสัดส่วนการลงทุนใน A shares จะต้องไม่เกิน 25% ของมูลค่าทั้งหมด กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในสกุลเงินต่างประเทศที่กองทุนถืออยู่เทียบกับสกุลเงินบาทไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนในต่างประเทศ

ทั้งนี้ กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 58.33% เทียบกับดัชนีอ้างอิง FTSE China Incl A 25% Technology Capped Index อยู่ที่ 60.01% (ที่มา: Fund Factsheet จาก Invesco China Technology ETF ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2563)

กองทุนบัวหลวง เสนอขาย 3 กองรวด

ด้านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง หรือ กองทุนบัวหลวง (BBLAM) นำเสนอให้เลือกลงทุนถึง 3 กองทุน ในช่วงนี้

โดยกองแรก ได้แก่ กองทุนรวมบัวหลวงธนสารพลัส 4/21 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย หรือ BP4/21 (AI) ซึ่งเป็นกองทุนที่มีกำหนดอายุโครงการ (เทอมฟันด์) อายุ 6 เดือน เสนอขาย IPO ระหว่างวันที่ 21-27 เม.ย. นี้ เสนอขายในราคา 10 บาทต่อหน่วย และผู้ลงทุนจะต้องจองซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 500,000 บาท

ถือเป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนที่มองหาการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสม

กองทุนนี้ เป็นเทอมฟันด์ อายุประมาณ 6 เดือน จะระดมเงินจากผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อยและผู้มีเงินลงทุนสูง ซึ่งเป็นผู้ลงทุนที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพย์สินที่กองทุนลงทุน และสามารถยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ เพื่อแสวงหาโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสม ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในประเทศยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ BP4/21 (AI) จะนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเป็นการลงทุนในต่างประเทศ เฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งจะป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของเงินต้นและดอกเบี้ยที่คาดว่าจะได้รับทั้งหมด (Fully Hedge)

ตราสารหนี้ต่างประเทศที่กองทุนนี้เข้าไปลงทุนได้ ประกอบด้วย ตราสารหนี้ภาครัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน รวมถึงตราสารหนี้ภาคเอกชน และตราสารหนี้อื่นๆ ที่เสนอขายในต่างประเทศ โดยต้องรับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ณ วันที่ลงทุน อยู่ในระดับที่ลงทุนได้ หรือ Investment Grade ทั้งยังสามารถลงทุนในเงินฝากต่างประเทศได้ นอกจากนี้อาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ BP4/21 (AI) ไม่มีค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ซึ่งในการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนกองทุนนี้ เป็นการรับซื้อคืนโดยอัตโนมัติ 1 ครั้ง ภายในวันทำการก่อนวันครบกำหนดอายุโครงการ โดยบริษัทจัดการจะประกาศวันที่รับซื้อคืนอัตโนมัติให้ผู้ลงทุนทราบ ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่จดทะเบียนกองทุน

ขณะที่การจ่ายเงินคืนเมื่อครบอายุกองทุน จะจ่าย 1 ครั้ง ภายในวันที่เลิกกองทุนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีรายชื่อในทะเบียน ณ วันเลิกกองทุน ตามวิธีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้แจ้งไว้ในใบคำขอเปิดบัญชี (โอนเข้าบัญชี / เช็ค) โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถแจ้งความประสงค์ไว้ได้ว่าเมื่อกองเทอมฟันด์ครบอายุ ให้สับเปลี่ยนเข้ากองทุนเปิดบัวหลวงธนทวี (B-TNTV) หรือกองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ภาครัฐ (B-TREASURY)

นอกจากนี้ กองทุนบัวหลวง ยังเปิดขายหน่วยลงทุนให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) อีก 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลธีมเมติกออพพอร์ทูนิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-GTORMF) และ กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นฟิวเจอร์เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-FUTURERMF) ระหว่างวันที่ 21-27 เม.ย. นี้ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการลงทุนเตรียมพร้อมสำหรับการเกษียณพร้อมประหยัดภาษี มีทางเลือกการลงทุนในกลุ่มกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่หลากหลาย ครบรสชาติยิ่งขึ้น

โดยหากนักลงทุนต้องการลงทุนในต่างประเทศแบบกระจายความเสี่ยงมากหน่อย ก็เลือก B-GTORMF ที่ลงทุนในหุ้นหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกที่ใช้นวัตกรรมเพื่อการเติบโต หรือ ถ้าต้องการคัดสรรลงทุนหุ้นต่างประเทศแบบเน้นๆ เฉพาะกลุ่ม ก็เลือก B-FUTURERMF ได้

สำหรับ B-GTORMF เป็นกองทุนที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Wellington Global Innovation Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน S-ACC (USD) เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) นโยบายการลงทุนจะกระจายลงทุนในหุ้นหลากหลายอุตสาหกรรมที่มีการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมเพื่อการเติบโต โดยเน้นหาหุ้นที่เป็นผู้นำของแต่ละอุตสาหกรรม

ส่วน B-FUTURERMF เป็นกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ เน้นลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวกับเทรนด์อนาคต โดยมี Theme หลัก คือ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีผู้จัดการกองทุนของกองทุนบัวหลวงเลือกลงทุนในกองทุน (Fund Selection) และลงทุนตรงในหุ้น (Stock Selection) ต่างประเทศ ของบริษัทที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องหรือได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการบริโภคในอนาคต ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ ที่พัฒนามาเพื่อรองรับแนวโน้มการบริโภค การดำเนินธุรกิจ และเศรษฐกิจในอนาคต

โดยทั้ง กองทุน B-GTORMF และ B-FUTURERMF มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นกับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยกองทุนไม่มีนโยบายการจ่ายเงินปันผล เป็นไปตามหลักเกณฑ์กองทุน RMF ตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

กองทุนตราสารหนี้โลก เพื่อความยั่งยืน IPO 19-27 เม.ย.นี้

ถือเป็นกองทุนแรกของประเทศไทย ที่คัดสรรตราสารหนี้คุณภาพทุกประเภททั่วโลก โดยพิจารณาผู้ออกตราสารหนี้จากปัจจัยเชิงบวกที่ส่งผลสนับสนุนต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) เพื่อตอบโจทย์แนวคิดด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนเพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า (Sustainable investing for a better tomorrow)

ทั้งนี้ การลงทุนที่ยั่งยืน (Sustainable Investing) เป็นรูปแบบการลงทุนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เป็นแนวคิดการลงทุน ที่รวมประเด็นสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) (ESG) เข้ากับกระบวนการลงทุน ซึ่งแนวคิดการลงทุนตามธีม ESG นั้นเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตและเป็นที่นิยมอย่างมากในทศวรรษนี้ โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่นสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

ปัจจุบันนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการลงทุนอย่างยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งการพิจารณาการลงทุนในตราสารหนี้ของบริษัทที่มุ่งเน้นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) หรือที่เรียกกันว่า ESG โดยการใช้ข้อมูล ESG มาผนวกในการวิเคราะห์ (ESG Integration) เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยทางสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำต่างๆได้มีการนำปัจจัยด้าน ESG มาเป็นหนึ่งในการประเมินอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารหนี้ ซึ่งจะทำให้เกิดความตื่นตัวต่อการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG ของบริษัทผู้ออกตราสารหนี้เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีนักลงทุนที่เข้าร่วมลงนามเพื่อดำเนินธุรกิจและลงทุนภายใต้แนวทางของ UN PRI มากกว่า 3,000 ราย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นถึง 120% ภายในช่วงระยะเวลาเพียง 5ปี และนักลงทุนเหล่านี้มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารถึง 103 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (ข้อมูลจาก www.unpri.org) ซึ่งจะทำให้เกิดมูลค่าเงินลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับ ESG ในด้านต่าง ๆตามมา

แม้ว่าการลงทุนในกองทุน ESG อาจเป็นสิ่งที่ยังไม่ได้รับความสนใจมากนักในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การลงทุนอย่างยั่งยืนนี้อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงพอร์ตการลงทุนได้ อีกทั้งการลงทุน ESG นั้นเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตมากขึ้นโดยเฉพาะในต่างประเทศ ซึ่งทาง บลจ.ยูโอบีมองว่าเป็นจังหวะที่ดีที่นักลงทุนไทยควรเริ่มหันมาศึกษาการลงทุน

กองทุนบอนด์ทั่วโลก ลงทุนขั้นต่ำ 1 พันบาท

ด้าน บลจ.กรุงไทย (KTAM) ก็อยู่ระหว่างเปิดขายกองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก อายุโครงการประมาณ 1 ปี คือ กองทุนเปิดกรุงไทย โกลบอล ฟิกซ์ อินคัม 1Y20 (KTGF1Y20) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 23 เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในซีรีส์ของกองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก อายุโครงการประมาณ 1 ปี โดยสามารถระดมทุนตั้งแต่ ก.ค. 2563 ที่ผ่านมา รวม 19 ซีรีส์ ได้แล้วกว่า 61,000 ล้านบาท ทั้งนี้ สามารถลงทุนได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท (ผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนในช่วงประมาณ 1 ปีได้ และกองทุนนี้อาจลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม ดังนั้น หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก)

สำหรับกองทุน KTGF1Y20 มีนโยบายการลงทุนในทรัพย์สินประเภทตราสารหนี้ รวมกันทุกขณะไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนมี นโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก และ/หรือตราสารการเงินที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับ ที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) และ/หรือลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในทรัพย์สินประเภท ตราสารหนี้

อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่า ที่ สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ทั้งนี้ กองทุนจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เสนอขายในต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้ลงทุนได้ ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่า ทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขายในประเทศ ได้แก่ เงินฝาก ตราสารทางการเงิน ตราสารแห่งหนี้ และ/หรือ ลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก. ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

และอาจลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ

โดยหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ที่คาดว่าจะมีการลงทุนเกินกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนของกองทุน KTGF1Y20 คือ กองทุน Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2022 – VII C (USD)-Accumulation ที่บริหารโดย Invesco บลจ.ระดับโลก โดยเน้นลงทุน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมในตราสารหนี้ ในภูมิภาคเอเชียที่อยู่ในสกุลเงิน USD ที่ออกโดยผู้ออกตราสารที่ถูกพิจารณาคัดเลือกโดยดุลยพินิจของผู้จัดการ (เช่น รัฐบาล หน่วยงานรัฐบาล องค์การระหว่างประเทศที่มีลักษณะเหนือรัฐ (Supranational Entities) กลุ่มบริษัท สถาบันการเงิน และกลุ่มธนาคาร)

ซึ่งอาจรวมถึงผู้ออกตราสารที่อยู่ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ และกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ในกองทุนนี้ หมายถึง ประเทศทุกประเทศในทวีปเอเชีย ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น แต่รวมถึง ประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

สนใจลงทุนกองไหน อยากลงทุนธีมอะไร ก็ลองเลือกช็อปกันดู แต่อย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดแต่ละกองทุนก่อนตัดสินใจลงทุน