ประยุทธ์ ตั้ง “คณะกรรมการบริหารจัดการวัคซีนแบบเบ็ดเสร็จ” นั่ง หัวโต๊ะบัญชาการเอง จับมือเอกชน ระดมฉีดวัคซีน วันละ 3 แสนคน เป้าหมาย 30 ล้านคนภายใน 3 เดือน
วันที่ 26 เมษายน 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ แถลงภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เรียกคณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ
ที่มี นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เป็นประธาน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ กรรมการบริหาร และกรรมการกำกับดูแลความเสี่ยงธนาคารกรุงไทย ร่วมหารือ ก่อนประชุมร่วมกับภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ในวันที่ 28 เมษายนนี้ ว่า
ที่ประชุมได้หารือถึงสถานการณ์การบริหารจัดการการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนร่วมกับภาคเอกชน เช่น การจัดสถานที่ หรือ รับวัคซีนบางส่วนไปเพื่อฉีดให้กับภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม
นายดนุชากล่าวว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายว่า ระยะเวลา 3 เดือนข้างหน้าจะฉีดวัคซีนให้ได้อย่างน้อย 30 ล้านคน หรือ วันละ 3 แสนคน และภายในสิ้นปี 64 จะต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 50 ล้านคน โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป โดยแบ่งออกเป็นการฉีดให้กับประชาชนทั่วไปและภาคเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการวัคซีนแบบเบ็ดเสร็จ (single command) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เนื่องจาก Line of command ยังไม่เป็น single command มากนัก ดังนั้น เพื่อให้เกิดการสั่งการที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ
นายดนุชากล่าวว่า ยังมีการหารือถึงการนำระบบของธนาคารกรุงไทยมาช่วยสนับสนุนเรื่องการเข้าถึงวัคซีน เพื่อสำรวจจำนวนประชากรทั้งหมดที่ต้องการฉีดวัคซีนมีจำนวนเท่าไหร่และจัดการในภาพรวมเรื่องวัคซีนทั้งหมด เนื่องจากแอบพลิเคชั่นไลน์ “หมอพร้อม” เป็นกลุ่มคนที่มีข้อมูลอยู่ในสถานพยาบาล ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดต้องเก็บไว้ในที่เดียวกันเพื่อการบริหารจัดการ
นายดนุชากล่าวว่า สำหรับการนำผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล ในส่วนของผู้ป่วยที่ตกค้างอยู่ประมาณ 1,400 คน ทยอยเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลแล้วประมาณ 800 คน
“ท่านนายกฯ สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงแรงงานรับผิดชอบในเรื่องการคัดกรอง (ผู้ประกันตน) ส่วนสถานที่คัดกรองผู้ป่วยได้จัดไว้ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก รามคำแหง เพื่อส่งต่อโรงพยาบาลสนาม สถานพยาบาล เช่น hospitel และโรงพยาบาล ต่อไปตามอาการ” นายดนุชากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Prayut Chan-o-cha ระบุว่า เช้าวันนี้ ผมได้หารือทีมที่ปรึกษา เรื่องยกระดับการกระจายวัคซีนเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนสูงสุด เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายดังนี้ครับ
1. ผลักดันให้มีการจัดหาวัคซีนให้ได้เพิ่มมากขึ้นในทุกวิถีทาง โดยมีเป้าหมาย 10-15 ล้านโดสต่อเดือน จากวัคซีนที่มีความหลากหลายในปัจจุบัน โดยรัฐและเอกชนจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด
2. มีโครงสร้างที่จัดกลุ่ม แบ่งงาน ผสมผสานการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้ชัดเจน โดยต้องให้มีการกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึง ผลักดันแนวหน้าในการฉีดวัคซีนให้เป็นเชิงรุก
3. จัดให้มีศูนย์ฉีดวัคซีนทางเลือก โดยใช้สถานที่ที่เหมาะสม เช่น ศูนย์ประชุมฯ ศูนย์กีฬา โรงแรม โรงพยายบาลเอกชน เพื่อลดภารกิจของโรงพยาบาลหลัก และสาธารณสุข ที่ต้องรองรับ ดูแลผู้ป่วยเป็นหลัก โดยศูนย์ฉีดวัคซีนฯ จะดึงการมีส่วนร่วมในการฉีดวัคซีนทางเลือกในกลุ่มที่มีศักยภาพเพิ่มเติมจากของภาครัฐ
4. ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการฉีดให้ได้ 300,000 โดสต่อวัน หรือมากกว่า และเป้าหมายฉีดให้ประชาชน 50ล้านคนภายในสิ้นปีนี้หรือเร็วกว่า
นอกจากนี้ ผมยังได้สั่งการให้มีการปรับปรุงการคัดกรอง และระบบการเข้ารับการรักษาพยาบาลให้มีช่องทาง และการขนส่งเคลื่อนย้าย ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ