เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

สมรภูมิทีวีดิจิทัล (ยัง) ระอุ… แห่ปรับผังชิงเรตติ้ง-งบฯโฆษณา

09 มิ.ย. 2564 | 16:00น.
จับกระแสตลาด

แม้ข้อมูลจากนีลเส็นจะระบุว่า เม็ดเงินอุตสาหกรรมโฆษณา แหล่งรายได้หลักทีวีในเดือนมกราคม-เมษายน หรือ 4 เดือนแรก ส่งสัญญาณการฟื้นตัว โดยมีมูลค่าราว 36,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ 35,152 ล้านบาท

โดยสื่อหลักที่ครองมาร์เก็ตแชร์สูงสุดยังคงเป็นทีวีมีสัดส่วน 59% ด้วยเม็ดเงินราว 21,339 ล้านบาท เติบโต 3% แต่หากพิจารณาย้อนกลับไปในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าเม็ดเงินโฆษณาของทีวีทรงตัวอยู่ที่ราว 50,000-60,000 ล้านบาท สะท้อนภาพแนวโน้มขาลง

ประกอบกับมรสุมดิสรัปชั่นหลายต่อด้วยกัน ตั้งแต่การประมูลทีวีดิจิทัลที่คาดว่าจะเป็นอนาคตอันสดใส แต่กลับผิดแผนไปจากการเข้ามาของสื่ออินเทอร์เน็ต ที่ได้ช่วงชิงกลุ่มผู้บริโภคไป และเมื่อนับรวมกับผลกระทบของพิษโควิด-19 ที่กระทบเศรษฐกิจอย่างหนักหน่วง จะยังทำให้ธุรกิจทีวีดิจิทัลยังคงต้องเหนื่อยต่อไปอีกปี และยังต้องฟาดฟันกันอย่างหนักหน่วงเพื่อแย่งชิงเรตติ้งและเม็ดเงินโฆษณา ท่ามกลางตลาดซบเซา

ภาพที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งสะท้อนได้จากผลการดำเนินงานของทีวีหลาย ๆ ช่องที่ทยอยแจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2564 ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ

เริ่มจาก “ช่อง 3” หรือบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) การกลับมาของ “สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์” ลูกหม้อคนสำคัญในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ช่วยให้ช่อง 3 ค่อย ๆ ฟื้นตัวจากสถานการณ์ที่ย่ำแย่

ทั้งนี้ “สุรินทร์” เฉลยคีย์ซักเซสว่า มาจากการปรับลดต้นทุนการดำเนินการ ปรับโครงสร้างรีไซซ์องค์กรให้เล็กลง โดยปรับลดพนักงานบางส่วน ช่วยพลิกสถานการณ์ช่อง 3 ได้ดี โดยผลประกอบการไตรมาส 1/2564 แม้รายได้รวมจะอยู่ที่ 1,308 ล้านบาท ลดลง 20.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้จากการโฆษณาที่มีสัดส่วนถึง 89.8% ลดลง 16.1% จากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวจากการแพร่ระบาดโควิด และกระทบต่อการใช้งบฯโฆษณาของสินค้าต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาใน 3 ไตรมาสที่ผ่านมาจะพบว่า ช่อง 3 ได้กลับมาทำกำไรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ด้วยสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง ช่อง 3 จึงเริ่มทยอยปรับตัวเพื่อรับมืออย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ดึง “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” พิธีกรข่าวชื่อดังกลับเข้ามาคุมคอนเทนต์ข่าว และการฟอร์มทีมผู้ประกาศข่าวใหม่ พร้อมประกาศจุดแข็งชูครอบครัวข่าว เป็นฮีโร่โปรดักต์ สะท้อนจากเรตติ้งในเดือนพฤษภาคม ของรายการข่าวช่อง 3 ที่มีการขยับยกแผง

เฉพาะรายการที่สรยุทธเป็นผู้ดำเนินรายการมีนาทีโฆษณา 75-95% ควบคู่กับส่งละครแม่เหล็กลงมาช่วยดึงเรตติ้ง และแสวงหารายได้ใหม่ ๆ ทั้งจากการขายลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ

ประกอบกับการตั้งเป้าเป็น “คอนเทนต์โพรไวเดอร์” โดยมีแอปพลิเคชั่น CH3Plus Premium เป็นที่ลงคอนเทนต์ และเก็บค่าบริการเพิ่มสำหรับผู้ที่สนใจคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะของช่อง 3 และหากภายในไตรมาส 3 ยังทำผลงานได้ดีอาจมีการปรับราคานาทีโฆษณาขึ้นในบางรายการ โดยลดการลดแลกแจกแถม เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม ทำให้คาดว่าในปีนี้ช่อง 3 จะกลับมาโตดับเบิลดิจิตได้

ด้านบริษัท เดอะวัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือช่องวัน 31 เบอร์ 3 ของวงการ ที่ทำเรตติ้งดีวันดีคืน ไตรมาสแรกนี้ มีรายได้รวม 1,369 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 192 ล้านบาท เพิ่มจากไตรมาสเดียวกันในปี 2563 ที่มีรายได้ราว 800 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายโฆษณา 758 ล้านบาท โดยในแง่รายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปั้นคอนเทนต์ละครและซีรีส์สร้างกระแสติดลมบนไปทั่วบ้านทั่วเมือง ตลอดจนค่านาทีโฆษณาที่ย่อมเยากว่าช่องเบอร์ใหญ่

ขณะที่เรตติ้งตีตื้นขึ้นมาเรื่อย ๆ จึงทำให้มีแบรนด์หันลงโฆษณากับช่องวันมากขึ้น ผนวกกับการรับโอนทรัพย์สินของจีเอ็มเอ็ม 25 อาทิ GMMTV, Change2561 ตลอดจนการมีรายได้เพิ่มจากค่าบริหารลิขสิทธิ์จากคอนเทนต์และค่าโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ก็มีส่วนช่วยดึงรายได้ช่องวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ “เวิร์คพอยท์” ช่อง 23 ยังคงอยู่ในอาการแผ่วลงอย่างชัดเจน คือ มีรายได้รวม 579.64 ล้านบาท หรือลดลง 4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หรือคิดเป็น 25.44 ล้านบาท

ส่วน โมโน 29 ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี’63 ได้เร่งสปีดทำกำไรรัว ๆ ส่งผลให้ไตรมาส 1 ที่ผ่านมา มีรายได้รวม 563.5 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน เป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างภายในกลุ่ม และผลสำเร็จจากธุรกิจให้บริการคอนเทนต์ MONOMAX และ GIGATV ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับช่อง อมรินทร์ 34 ของบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ที่โดดเด่นด้านคอนเทนต์ข่าวจนสามารถรักษาฐานเรตติ้งได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนขยายฐานผู้ชมได้มากขึ้น ทั้งในส่วนทีวีและออนไลน์ ทำให้ช่องอมรินทร์ยังคงมีรายได้เพิ่มขึ้น 17.79% เมื่อเทียบกับปีก่อน

“ภวัต เรืองเดชวรชัย” ประธานกรรมการ บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด หรือเอ็มไอ ฉายภาพที่เกิดขึ้นว่า ช่วงไตรมาส 1 ธุรกิจทีวีปรับตัวกันไม่หวือหวานัก หลัก ๆ จะเน้นการนำเสนอคอนเทนต์รายการข่าว ด้วยสถานการณ์โควิด เอื้อให้คนรับชมข่าวมากขึ้น

ประกอบกับบิ๊กมูฟของช่อง 3 ที่มีสรยุทธกลับมา ยิ่งทำให้ทีวีช่องต่าง ๆ ต่างปรับตัวเพื่อแย่งชิงผู้ชมและเม็ดเงินโฆษณา โดยนำเสนอข่าวที่หลีกเลี่ยงทางข่าวของสรยุทธ ที่มุ่งเน้นไปที่สถานการณ์โควิดเป็นหลัก และเรื่องใกล้ตัวคนเมือง โดยหันมาให้สัดส่วนข่าวชาวบ้านควบคู่กับข่าวรายงานสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อจับกลุ่มคนต่างจังหวัด ที่เป็นกลุ่มผู้ชมขนาดใหญ่

ควบคู่กับปรับตัวนำคอนเทนต์ละคร ข่าว หรือรายการต่าง ๆ ลงแอปพลิเคชั่นส่วนตัวของแต่ละช่องมากขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มคนดูที่ไม่มีทางกลับมาดูทีวีอีกแล้ว จากนั้นจึงจะดึงเม็ดเงินโฆษณามาลงบนแอปพลิเคชั่นอีกครั้ง หากมีจำนวนผู้ชมมากขึ้น ตลอดจนการตั้งตัวเปรียบเสมือนช่องยูทูบเบอร์ ทำคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟ เป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์บนช่องทางแอปพลิเคชั่นของตนเอง

ในแง่ของการใช้งบฯโฆษณาช่วงไตรมาส 1 ยังไม่คึกคักมาก แต่ถือว่าดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน ส่วนในไตรมาส 2 ที่ยังไม่ปิดไตรมาสดีก็มีแนวโน้มไม่ต่างกันมากนัก เนื่องจากสินค้าหลายรายการยอดขายไม่ดีและตัดสินใจตัดงบฯ หรือชะลอการใช้เงินออกไปก่อน เช่น ร้านอาหาร ห้าง เครื่องสำอาง รถยนต์

อย่างไรก็ตาม คาดว่าหลังจากวันที่ 7 มิ.ย. ที่เริ่มมีการฉีดวัคซีนโควิดแบบปูพรมเป็นครั้งแรก จะเห็นภาพการฟื้นตัวขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่เดือน ก.ค. เป็นต้นไป โดยคนจะเริ่มคลายความกังวล ส่วนแบรนด์จะเริ่มกล้าใช้งบฯมากขึ้น แต่ในภาพรวมด้วยภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะที่เม็ดเงินหดตัวลง ปัจจัยนี้จะทำให้ช่องต่าง ๆ ต้องทำงานหนักขึ้นและเหนื่อยขึ้นก็คงไม่ผิดนัก

ต้องติดตาม ต้องลุ้นกันต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทีวีดิจิทัล เรตติ้ง