หุ้นไทยแกว่งตัว 1,600-1,625 จุด รับดีเดย์ฉีดวัคซีนทั่วประเทศ
ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัว 1,600-1,625 จุด รับดีเดย์ฉีดวัคซีน ตัวแปรสำคัญสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ หวั่นกรอบฟื้นตัวจำกัด หลังนางเจเน็ต เยลเลน “ขุนคลังสหรัฐ” เผยกับทาง Bloomberg ว่าการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐ กดดันบรรยากาศลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกอีกรอบ ก่อนประชุมเฟดที่จะมีขึ้นสัปดาห์หน้า
วันที่ 7 มิถุนายน 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า ดัชนี SET เช้านี้แกว่งตัว 1,600-1,625 จุด ทางฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักมากที่สุดกับประเด็นการฉีดวัคซีนพร้อมกันทั่วประเทศที่เริ่มต้นในวันนี้ เพราะถือเป็นตัวแปรสำคัญต่อการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศ
อย่างไรก็ดี กรอบการฟื้นตัวยังคงจำกัดจากการที่ต้องรอประเมินผลประสิทธิภาพและความต่อเนื่องของการกระจายวัคซีน อีกทั้งความกังวลประเด็นการเริ่มพิจารณาคุมเข้มนโยบายทางการเงินของสหรัฐอาจกลับเข้ามารบกวนตลาดได้เป็นระยะ ภายหลัง Yellen เผยว่าการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐ ดังนั้น จึงน่าติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอย่างใกล้ชิด
สำหรับดีเดย์ฉีดวัคซีนทั่วประเทศวันนี้ อ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวไทย ซึ่งได้เปิดเผยว่าองค์การเภสัชกรรมจะเป็นผู้ดำเนินการจัดส่งวัคซีน AstraZeneca จำนวนรวม 35,000 ขวด ไปตามโรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่าง ๆ ในกรุงเทพฯกว่า 148 แห่ง เบื้องต้นวัคซีน 1 ขวด จะมีปริมาณที่สามารถแบ่งฉีดได้อย่างน้อย 10 โดส จึงหมายความว่าจะเริ่มฉีดให้ประชาชนได้ทันที 3.5 แสนราย
ทั้งนี้ ต้องติดตามต่อไปว่าจำนวนการฉีดวัคซีนต่อวันจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิมได้มากน้อยเพียงใด โดยหากอ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg ซึ่งได้ประเมินไว้ว่าด้วยอัตราเร่งการฉีดวัคซีนของไทยในปัจจุบันอยู่ที่ราว 9 หมื่นโดสต่อวัน จะต้องใช้เวลาราว 3-4 ปี ในการสร้าง Herd Immunity ดังนั้นการเร่งฉีดวัคซีนต่อวันที่เพิ่มสูงขึ้นมากจะเป็นปัจจัยบวกต่อการเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุนในระยะต่อไป
ล่าสุด “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ” คืบหน้า ดึงดูดสายการบินต่างประเทศ หลังจาก ศบศ. อนุมัติเดินหน้าโครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์ โดยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดส ตามเกณฑ์ของวัคซีนแต่ละชนิด และมีระยะเวลาการฉีดมากกว่า 14 วัน สามารถท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเก็ตได้แบบไม่ต้องกักตัวเป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน ก่อนที่จะย้ายไปท่องเที่ยวในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทย
โดยโครงการนี้จะเริ่มวันแรก 1 ก.ค.นี้ ขณะที่สายการบินต่างประเทศเริ่มเปิดเส้นทางบินตรงสู่ภูเก็ตบ้างแล้ว เช่น Qatar Airways จะเริ่มให้บริการเที่ยวบิน 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ เริ่ม 1 ก.ค.นี้ และ Emirates เปิดเที่ยวบินสู่ภูเก็ต 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ เริ่ม 2 ก.ค.นี้ ทางฝ่ายมองเป็นบรรยากาศเชิงบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
สัปดาห์นี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐใกล้ชิด ซึ่งล่าสุด Jenet Yellen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐและเป็นอดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Bloomberg ว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อยจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ซึ่งทางฝ่ายวิจัยมองว่าหากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐสัปดาห์นี้ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด อาจจะส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในสหรัฐที่อาจนำไปสู่การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐแบบในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งจะกดดันบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกอีกรอบ ก่อนที่จะถึงการประชุม FED ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า