เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

ทวนความจำแก้รัฐธรรมนูญ : ฝ่ายค้าน กวาดล้าง ส.ว.-รื้อระบบเลือกตั้ง

13 มิ.ย. 2564 | 15:58น.
รัฐสภาคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

เกมแก้รัฐธรรมนูญจะกลับมาคิกออฟในที่ประชุมรัฐสภาอีกครั้ง

เป็นภาคใหม่ ต่อจากเกมคว่ำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในรัฐสภา โดยมีพรรคพลังประชารัฐ และ ส.ว.เป็นตัวละครเอก

ในวันจันทร์นี้ พรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค นัดถกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคฝ่ายค้าน

เพื่อไทย พรรคใหญ่ที่สุดในหมู่ฝ่ายค้าน พกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีในใจแล้ว 5 ร่าง 5 ประเด็น ได้แก่ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ร่าง 2 เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนในด้านต่าง ๆ เช่น การตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ กรณี กมธ.ห้ามเรียกองค์กรอิสระ หรือศาลมาสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่อยู่ในอำนาจหน้าที่

ร่างที่ 3 ระบบการเลือกตั้งให้กลับไปใช้ตามรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ร่างที่ 4 ที่มาของนายกรัฐมนตรี แก้ไขมาตรา 159 และ 272 ที่ตัดอำนาจ ส.ว.ในการร่วมโหวตเลือกนายกฯ ร่างที่ 5 มาตรา 279 ยกเลิกอำนาจ คสช.

ขณะที่พรรคฝ่ายรัฐบาลแยกเป็น 2 ข้าง ข้างแรก พรรคพลังประชารัฐ นำโดย “ไพบูลย์ นิติตะวัน” รองหัวหน้าพรรค ได้ยื่นร่างแก้ไขเพิมเติมรัฐธรรมนูญไว้ก่อนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน โดยเป็นการแก้ไขรายมาตรา อาทิ แก้ระบบเลือกตั้ง จากบัตรใบเดียว เป็นบัตรสองใบ แก้ให้พรรคการเมืองไม่ต้องทำไพรมารี่โหวต

อีกข้าง เป็นพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล คือ พรรคประชาธิปัตย์ – พรรคภูมิใจไทย – พรรคชาติไทยพัฒนา จับมือกัน 3 พรรค โดยจะหารือกันในวันพุธที่ 16 มิถุนายนนี้ โดยมีพรรคประชาธิปัตย์เป็น “เจ้าภาพ” ในการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ใน 6 ประเด็น

อาทิ แก้ไขระบบเลือกตั้ง ปิดสวิตช์ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ แก้ไขขั้นตอนการที่ ส.ส.ยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรไปศาลยัง ป.ป.ช. โดยเปลี่ยนให้ยื่นต่อประธานรัฐสภา

อย่างไรก็ตาม หากย้อนความเดิมตอนที่แล้ว เกมแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ในรัฐสภา กลายเป็น “ละคร 6 ฉาก” ที่มีตัวละครหลักคือพรรคพลังประชารัฐ ที่มี พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย เป็นตัวประกอบ

“วาระแก้รัฐธรรมนูญ” เป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามข้อเสนอแนบท้ายในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์

แต่จนแล้วจนรอด วาระแก้รัฐธรรมนูญก็ยังไม่คืบหน้าแม้รัฐบาลทำหน้าที่ผ่านมาปีกว่าๆ กลางปี 2563 กระทั่งกลุ่มเยาวชนปลดแอก เปิดฉากจัดม็อบท้าทายอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ เดินหน้าข้อเรียกร้องกดดันให้รัฐบาล ยุบสภา – แก้รัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบัน

พรรคฝ่ายค้าน 6 พรรคที่พยายามจุดกระแสแก้รัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ปลายปี 2562 แต่ก็เข็นกระแสไม่ขึ้น ได้หยิบวาระรัฐธรรมนูญในม็อบไปฟอลโล่ต่อ มีม็อบและภาคประชาชนร่วมสนับสนุน วาระแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงกลายเป็นประเด็นหลัก

หากฝ่ายพลังประชารัฐ พรรคลมใต้ปีกของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่สวมบทตัวเอกในละครแก้รัฐธรรมนูญ กลับแสดงบทสลับไปสลับมา ด้านหนึ่งเหมือนจะสนับสนุน แต่พอถึงคิวโหวตในสภากลับงัดแท็กติก “ดึงเกม” แก้รัฐธรรมนูญออกไป

24 กันยายน 2563 ในการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน 6 ฉบับ ท่ามกลางแรงกดดันจากม็อบราษฎรที่ชุมนุมอยู่ด้านนอกสภา

จู่ๆ วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล จากพรรคพลังประชารัฐ และ ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ก็ “งัดแท็กติก” ให้ที่ประชุมเลื่อนการลงมติพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับ ออกไป แล้วตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญรัฐสภาจำนวน 45 คน ขึ้นมาศึกษาประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช้เวลา 30 วัน โดยพรรคฝ่ายค้าน “บอยคอต”

เวลาผ่านไป การชุมนุมขับไล่รัฐบาลเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ มีการสลายม็อบ จนรัฐสภาต้องเปิดเวทีถกหาทางออกจากวิกฤตความขัดแย้ง 26 ตุลาคม 2563 พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลางห้องประชุมรัฐสภา เคียงข้าง “วิษณุ เครืองาม” มือกฎหมายรัฐบาล วางไทม์ไลน์แก้รัฐธรรมนูญเดือนธันวาคม ต้องเป็นรูปเป็นร่าง

18 พฤศจิกายน 2563 ประเด็นพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับ ของพรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน และภาคประชาชนนำโดยไอลอว์ ก็เข้าสู่การพิจารณารับหลักการ ปรากฏกว่าที่ประชุมรัฐสภาได้รับร่างแก้ไขของพรรคฝ่ายรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน แต่ “ตีตก” ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์

ถึงเดือนธันวาคม 2563 ตัวจี๊ดพลังประชารัฐอย่าง “ไพบูลย์” ร่วมกับ “สมชาย แสวงการ” ส.ว. ชงแผนยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าที่ประชุมรัฐสภามีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ “ทั้งฉบับ” โดยให้มี ส.ส.ร.ได้หรือไม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นคู่ขนานไปกับการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับ ในชั้นกรรมาธิการ

แต่ปฏิบัติการของ “ไพบูลย์-ส.ว.” เกิดขึ้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 เมื่อพรรคพลังประชารัฐ แท็กทีม ส.ว. โหวตให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจของรัฐสภา ด้วยเสียง 366 ต่อ 315 เสียง งดออกเสียง 15 เสียง จากจำนวนผู้ลงมติ 696 เสียง
กระทั่ง 11 มีนาคม 2564 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 8 ต่อ 1 เห็นว่ารัฐสภามีอำนาจหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้วลงประชามติอีกครั้ง

จึงมีการถกเถียงว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่นำไปสู่การมี ส.ส.ร. ร่างใหม่ทั้งฉบับต้องทำประชามติถามประชาชนก่อน 1 รอบหรือไม่ แต่ด้วยปมที่ถกเถียงกันฝุ่นตลบ

17 มีนาคม 2564 ขณะที่รัฐสภากำลังพิจารณาลงมติวาระ 3 กันวุ่นวาย ว่าจะลงมติอย่างไร จะเดินหน้าลงมติผ่านวาระ 3 แล้วค่อยทำประชามติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ต้องถอยหลังกลับไปทำประชามติก่อน แล้วค่อยกลับมาโหวตวาระ 3 กันอีกครั้ง

หลังที่ประชุมรัฐสภาใช้เวลา 9 ชั่วโมงถกเถียงกันวุ่นวาย ปรากฏว่า “ไพบูลย์” เจ้าเก่า พลิกเกมเหนือเมฆอีกครั้ง ด้วยการ เสนอญัตติให้ที่ประชุมยกวาระ “เรื่องด่วน” ขึ้นมาพิจารณา ซึ่งหมายถึงการเดินหน้าลงมติในวาระที่ 3 ก่อนที่รัฐสภาเสียงข้างมากจะมีมติ “เห็นด้วย” กับญัตติของไพบูลย์ ด้วยคะแนนเสียง 473 ต่อ 127 งดออกเสียง 39 และไม่ลงคะแนน 5

ที่ประชุมรัฐสภา เดินหน้าลงมติวาระ 3 ทันที ผลปรากฏว่ามีคะแนน “เห็นชอบ” 208 ต่อ 4 เสียง งดออกเสียง 94 และไม่ลงคะแนน 136 คะแนน คะแนนเสียงได้ไม่มากกว่ากึ่งหนึ่ง คือ 375 เสียงขึ้นไป ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจึงถูกตีตก โดยที่พรรคภูมิใจไทยวอล์กเอาท์ไม่ขอร่วมสังฆกรรม ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความซ้ำอีกครั้ง…แต่ก็ไม่เกิดขึ้น

แล้ว 2 เมษายน 2564 “ไพบูลย์” ก็เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ 5 ประเด็น 13 มาตราอีกครั้ง โดยมีข่าวว่ารัฐสภานัดพิจารณา 22 มิถุนายนนี้