เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
50th Impact ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
Politics สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
Economic สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
Business เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
Real Estate ‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
Automotive นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
Economic พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
ดูทั้งหมด

ณัฐวุฒิ อินไซด์จุดแตกหัก เพื่อไทย ก้าวไกล เกมแก้รัฐธรรมนูญ

18 มิ.ย. 2564 | 15:09น.
ณัฐวุฒิอินไซต์ความขัดแย้งเพื่อไทยก้าวไกล

ณัฐวุฒิอินไซต์ความขัดแย้งเพื่อไทยก้าวไกล

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์เฟซบุ๊ก อินไซด์จุดแตกหัก ระหว่างพรรคเพื่อไทย-พรรคก้าวไกล ทำให้การแก้รัฐธรรมนูญ ไปไม่ถึงฝั่ง 

วันที่ 18 มิถุนายน 2564 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์เฟซบุ๊ก ชวนฝ่ายค้านมองไปข้างหน้า สามัคคีกันโค่นเผด็จการ ความว่า

รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเครื่องมือการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและพวก ทำลายพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตย ผมไม่ยอมรับเหมือนกับที่หลายคนหลายฝ่ายแสดงจุดยืนกันมาโดยตลอด สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องมีสสร.จากประชาชนยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ผ่านการทำประชามติแล้วบังคับใช้

แต่ก็เห็นชัดเจนว่าฝ่ายผู้มีอำนาจต้องการจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นหลักประกันให้ตัวเองอยู่ในอำนาจต่อไป ความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงถูกปฏิเสธหรือถูกตีตกระหว่างทางอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

จนมาถึงวันนี้ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญกำลังเป็นเรื่องใหญ่ทางการเมือง เกิดวิวาทะระหว่างสองพรรคร่วมฝ่ายค้านสำคัญคือ “เพื่อไทย” กับ “ก้าวไกล” สิ่งที่ถกเถียงกันมากประเด็นหนึ่งก็คือการเปลี่ยนระบบการเลือกตั้งจาก “บัตรใบเดียว” เป็น “บัตรสองใบ” แบบรัฐธรรมนูญ 40 ซึ่งเรื่องนี้ “พลังประชารัฐ” เขายื่นเข้าสภาไปแล้ว “เพื่อไทย” ก็ยื่นเข้าสภาตามไปเมื่อวันก่อน ส่วน “ก้าวไกล” แสดงความไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ชัดเจน เสนอบัตรสองใบ นับคะแนนจัดสรรปันส่วนผสมแบบเยอรมัน

ทั้งระดับแกนนำและกองเชียร์ของทั้งสองพรรคต่างแสดงความคิดเห็นโต้แย้งกันไปมา เรื่องนี้ถ้าหากไม่หาข้อยุติดี ๆ ทำท่าจะกลายเป็นความขัดแย้งใหญ่ในฝ่ายประชาธิปไตย

ในทัศนะของผม ซึ่งถือเป็นมิตรของทั้งสองฝ่าย “เพื่อไทย” นี่บ้านหลังที่เคยอยู่ “ก้าวไกล” ก็เพื่อนมิตรพี่น้องในฝ่ายประชาธิปไตยที่เคยร่วมต่อสู้ร่วมแนวทางต่าง ๆ มาด้วยกัน ผมเห็นว่าทั้งสองพรรคไม่ควรเปิดฉากวิวาทะกันด้วยเรื่องนี้ และไม่ควรจะปล่อยให้ประเด็นนี้ขยายผลลุกลามใหญ่โตไปกว่าที่เป็นอยู่ เพราะสาระสำคัญที่สุดในการไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือการสืบทอดอำนาจของคสช. และหลายประเด็นเป็นอุปสรรคสำหรับระบอบประชาธิปไตย

เรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียวผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น แสดงความคิดเห็นไว้ตั้งหลายรอบ ตั้งแต่เขาร่างกันเสร็จและเข้ากระบวนการทำประชามติ ไม่ต้องพูดซ้ำ!

ตอนเขาทำประชามติ ผมคนหนึ่งล่ะเรียกร้องว่าควรมีบัตรเลือกตั้งสองใบแบบรัฐธรรมนูญปี 40 วันนี้ก็ยังย้ำคำเดิม ไม่กลืนน้ำลาย

แต่วันนี้ผมเห็นว่าบัตรกี่ใบไม่ใช่เรื่องใหญ่ หัวใจสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ควรบังคับใช้เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศอีกต่อไป การมีบัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือสองใบ ไม่ใช่คำตอบให้ พล.อ.ประยุทธ์และพวกพ้นไปจากเวทีอำนาจ!

ขณะที่เมื่อเกิดข้อโต้แย้งของทั้งสองฝ่าย อันนี้ขอพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมา พรรคพวกจะไม่พอใจก็น้อมรับว่า “เพื่อไทย” กับ “ก้าวไกล” โต้แย้งกันเรื่องบัตรสองใบแบบปี 40 กับแบบเยอรมันนั้น มีภาพสะท้อนผลประโยชน์ทางการเมืองของแต่ละฝ่ายปนอยู่ด้วย จะด้วยเจตนาบริสุทธิ์เรื่องหลักการประชาธิปไตยอย่างที่ทั้งสองพรรคพูด ผมก็เชื่อนะครับ แต่ปฏิเสธข้อเท็จจริงเรื่องผลทางการเมืองของทั้งสองฝ่ายไม่ได้จริง ๆ

ถ้าเลือกตั้งแบบบัตรสองใบตามรัฐธรรมนูญปี 40 “เพื่อไทย” มีโอกาสกลับมาแข็งแรงขึ้น ได้ ส.ส.มากกว่าเดิม ถ้าเลือกตั้งแบบบัตรสองใบ นับคะแนนแบบเยอรมัน “ก้าวไกล” ก็มีโอกาสได้ ส.ส.มากเท่าเดิมหรือมากกว่า

ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิที่จะอธิบายหลักการและจุดยืนของตนให้กับประชาชนได้รับทราบ แต่เมื่อประชาชนเข้าใจก็จะเข้าใจพร้อม ๆ กับภาพสะท้อนที่ผมได้ชี้ให้เห็น

การที่ “เพื่อไทย” จะโหวตเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีบัตรเลือกตั้งสองใบตรงกับ “พลังประชารัฐ” แล้วจะไปกล่าวหาว่า “เพื่อไทย” สมคบคิดกับเผด็จการไปแล้วเห็นว่าไม่เป็นธรรม ในระหว่างมิตรไม่ควรตั้งข้อกล่าวหากันถึงขั้นเป็นตายขนาดนี้

ในส่วนของ “พรรคเพื่อไทย” ผมก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องไปตอบโต้ “ก้าวไกล” ให้ยาวความ คำชี้แจงของ “เพื่อไทย” ว่าด้วยความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญ 40 ว่าด้วยจุดยืนเดิมที่เรียกร้องมาตลอด กรณีบัตรสองใบเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ “เพื่อไทย” ก็ต้องยอมรับความจริงด้วยว่าการที่พรรคการเมืองอันดับ 1 ของฝ่ายค้านกับพรรคการเมืองอันดับ 1 ของฝ่ายรัฐบาลลงมติเห็นชอบร่วมกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องเข้าใจยากทางการเมือง

เดินไปข้างหน้า “เพื่อไทย” ก็จะเดินไปพร้อมกับคำถามข้อหนึ่งติดตัวตลอดเวลาว่า ทำไม “พลังประชารัฐ” จึงเห็นชอบกับแนวทางเลือกตั้งที่ “เพื่อไทย” มีโอกาสโตขึ้น แข็งแรงขึ้น ขณะที่ “พรรคก้าวไกล” อย่างที่ผมพูดนะครับว่า การเรียกร้องบัตรสองใบแบบเยอรมันมีสิทธิที่จะถูกตั้งข้อสังเกตเช่นกันว่าเพราะแบบนั้น “ก้าวไกล” จะได้มากกว่า

ผมว่าถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องตั้งหลักกันดี ๆ นะครับ การยังคงโต้แย้งกันในประเด็นเหล่านี้จะเปลืองทั้งตัว เปลืองทั้งแรง เปลืองทั้งเวลา สิ่งที่อยากจะเสนอก็คือพรรคฝ่ายค้านในสภาทุกพรรคควรจะตกผลึกทางความคิดแล้วแสดงออกอย่างเป็นเอกภาพ ผลักดันให้กฎหมายประชามติผ่านสภา มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ถึงตรงนั้นจะต้องเดินไปพร้อม ๆ กับการหลอมรวมพลังของภาคประชาชนทุกกลุ่มทุกส่วน ชวนกันทำยุทธหัตถีกับอำนาจคสช. โดยการทำประชามติให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ มีสสร.จากประชาชนมายกร่างฯ

ผมเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะเป็นกระแสสูง จะได้รับการตอบรับจากผู้คนหลากหลาย พรรคฝ่ายค้านมีจุดร่วมสำคัญกันได้ในเรื่องนี้ ความเป็นเอกภาพก็ยังอยู่ ในขณะเดียวกันก็จะเป็นการใช้หอกทมิฬแทงทมิฬ แทนที่พรรคฝ่ายค้านจะเผชิญหน้ากันเองเรื่องระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียว บัตรสองใบ จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลอย่าง “ประชาธิปัตย์” อย่าง “ภูมิใจไทย” แม้กระทั่ง “ชาติไทยพัฒนา” ต้องแสดงท่าทีและตอบคำถามประชาชนว่าเอาหรือไม่เอาให้มีสสร.มายกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

“ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนา” เลือกที่จะยืนกับประชาชน หรือ เลือกที่จะยืนใต้อำนาจของพล.อ.ประยุทธ์และเผด็จการคสช.ต่อไป

ผมไม่ได้มองโลกสวย ผมเข้าใจดีว่าการลงประชามติให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะ เกิดสสร.มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อเผชิญกับอำนาจรัฐ เมื่อเผชิญกับอำนาจทุน เมื่อเผชิญกับกลเกมของฝ่ายผู้มีอำนาจ แต่นี่คือสนามใหญ่ที่ทุกคนทุกส่วนจะสู้ร่วมกันได้

และนี่คือเดิมพันใหญ่ที่ไม่มีผลประโยชน์ทางการเมืองของใครกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดเป็นการเฉพาะ แต่คือผลประโยชน์ของประเทศชาติประชาชนที่จะเดินหน้าไปตามวิถีทางประชาธิปไตย ผมคิดว่าลดแรงเสียดทานระหว่างกันตั้งแต่วันนี้ แล้วจับมือกันทำศึกใหญ่ในการทำประชามติดีกว่า!

ในฐานะพรรคใหญ่ต้องพยายามสร้างความสามัคคีรวมหมู่ แสดงบทบาทผู้นำในสภา เดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงให้ได้ “ก้าวไกล” ก็คงไม่ต้องวิตกกังวลอะไรเกินไปมากอะครับ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบ “พลังประชารัฐ” เขาทำให้เห็นชัดอยู่แล้วว่ามีสิทธิที่จะหักลงกลางทางได้ตลอดเวลา

วันที่ 24 มิถุนายน ถ้าผ่านวาระแรกเรื่องบัตรเลือกตั้งสองใบแบบปี 40 ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเดินได้สุดทางจนมีผลบังคับใช้ ดังนั้นทุกฝ่ายควรถอยมายืนหลักเดิม ไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ สร้างความสามัคคีต่อสู้กันต่อไป

ทำเถอะครับ เริ่มต้นจากพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยในสภานั่นแหละ แล้วก็มาจับมือกับทุกภาคส่วนที่อยู่ข้างนอก ผมไม่ใช่คนสลักสำคัญอะไร แต่ถ้าจะจับมือกันสู้ประชามติเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมเอาด้วย!