กดปุ่มภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ตั้งเป้า 3 เดือนรายได้ 8.9 พันล้าน
หาดไม้ขาว
ในที่สุดก็ถึงฤกษ์เปิดตัว “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” หรือการเปิด “เกาะภูเก็ต” จุดหมายปลายทางระดับโลกต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนแล้วจากทั่วโลก ตั้งแต่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป
โดยนอกจากหน่วยงานรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องแล้ว ผู้ประกอบการหลายภาคส่วนยังช่วยกันขับเคลื่อนเต็มที่นำโดยสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงแรมภูเก็ต โรงแรมลากูน่า ภูเก็ต ซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส และเดลิเวอร์ริ่ง เอเชีย คอมมิวนิเคชั่นส์ ร่วมกันทำแคมเปญ “Welcome Back Home” ส่งข้อความ “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน” ออกไปสู่ผู้คนทั่วโลก
เพื่อสื่อถึงเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนภูเก็ต ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย พร้อมตอกย้ำว่า “ภูเก็ต” เมืองไข่มุกอันดามัน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป
ลุ้นยันนาทีสุดท้าย
“ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า หลังจากทุกหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในทุกส่วน นำโดย “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” รองนายกรัฐมนตรี ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าจังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในทุก ๆ ด้านสำหรับการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาอย่างแท้จริง
ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ภาคขนส่ง มาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ตทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ รวมถึงมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด
อย่างไรก็ตามยอมรับว่ามีบางขั้นตอนที่ต้องรอลุ้นกันจนแทบจะวันสุดท้าย เช่น การประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เรื่องการเปิดภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งงานบางส่วนในทางปฏิบัติจำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับ จึงทำให้กระบวนการดำเนินการบางส่วนติดขัดและล่าช้าไปบ้าง โดยเฉพาะขั้นตอนและกระบวนการตรวจสอบวัคซีนและการยื่นขอใบรับรอง
“แม้การประกาศลงราชกิจจานุเบกษาจะล่าช้าไปบ้าง แต่สายการบิน เอเย่นต์นำเที่ยว รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติยังเชื่อมั่นในประเทศไทย และยืนยันทำการบินเข้าภูเก็ตอยู่เหมือนเดิม จึงอยากให้ทุกภาคส่วนเอาใจช่วยให้ภูเก็ต แซนด์บอกซ์สามารถเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย”
บุ๊กกิ้ง 2 สัปดาห์ 1.3 หมื่นคืน
“ยุทธศักดิ์” ให้ข้อมูลอีกว่า ขณะนี้ตัวเลขการจองโรงแรมที่พัก จังหวัดภูเก็ตในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม ตามโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” มีจำนวน 1,101 บุ๊กกิ้ง รวมกว่า 13,000 คืน (room night) โดยวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบว่า มีจำนวนต่างชาติที่จองตั๋วโดยสารเครื่องบินเพื่อเดินทางเข้ามาราว 400-500 คน
ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกล (long haul route) ในจำนวนนี้ยืนยันการจองโรงแรมและชำระเงินแล้วจำนวน 217 คนผ่านระบบ SHA Plus Booking Authentication System หรือ SHABA
โดยเบื้องต้น 1 กรกฎาคมนี้มีสายการบินจำนวน 4 ราย ให้บริการบินตรงเข้าภูเก็ต ประกอบด้วยสายการบินเอทิฮัด เส้นทางอาบูดาบี-ภูเก็ต กาตาร์แอร์เวย์ เส้นทางดูไบ-ภูเก็ต สายการบินอิสราเอล EL AL เส้นทางเทลองวีฟ-ภูเก็ต และสิงคโปร์แอร์ไลน์ เส้นทางสิงคโปร์-ภูเก็ต
จากนั้นวันที่ 3 กรกฎาคมจะเป็นเที่ยวบินของสายการบินไทยจาก 3 เดสติเนชั่นในภูมิภาคยุโรปบินตรงเข้าภูเก็ต ประกอบด้วย เส้นทางโคเปนเฮเกน-ภูเก็ต เส้นทางแฟรงก์เฟิร์ต-ภูเก็ต และเส้นทางปารีส-ภูเก็ต โดยทั้ง 3 เส้นทางออกจากต้นทางวันที่ 2 กรกฎาคม
นอกจากนี้ยังมีอีก 2 เส้นทางบินในวันที่ 4 กรกฎาคมคือ เส้นทางลอนดอน-ภูเก็ต และเส้นทางซูริก-ภูเก็ต (ออกเดินทางจากต้นทางวันที่ 3 กรกฎาคม) โดยทั้ง 5 สายการบินดังกล่าวนี้จะทำการบินตรงเข้าภูเก็ตตามตารางตลอดเดือนกรกฎาคมนี้
ผนึก “แอร์ไลน์+เอเย่นต์” บุก
สำหรับแนวทางการทำการตลาดในช่วงแรกนี้ “ยุทธศักดิ์” บอกว่า ททท.จะเน้นทำงานอย่างใกล้ชิดกับสายการบิน และเอเย่นต์ทัวร์เป็นหลัก โดยโฟกัสตลาดระยะไกล ขณะที่ตลาดระยะใกล้ อาทิ จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ ยังไม่มีนโยบายให้ประชาชนออกเที่ยวนอกประเทศ
อย่างไรก็ตาม ททท.กำลังพิจารณาเพื่อเจรจาจับคู่ทำ “แทรเวล บับเบิล” แลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวกับเวียดนาม, ฮ่องกง, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ ฯลฯ ต่อไป
“สิ่งที่เราพยายามจะทำอีกอย่างหนึ่งคือ การผลักดันเพื่อแยกการสื่อสารภาพลักษณ์ของเกาะภูเก็ตออกจากประเทศไทย แต่ยังไม่สำเร็จ”
3 เดือนรายได้ 8.9 พันล้าน
“ยุทธศักดิ์” ยอมรับว่ากระบวนการบางขั้นตอนที่ล่าช้าในทางปฏิบัตินั้นทำให้การตัดสินใจของนักท่องเที่ยวเข้าภูเก็ตล่าช้าออกไปบ้าง แต่จากตัวเลขที่เข้ามาขณะนี้ทำให้เชื่อว่ากรกฎาคมนี้น่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาจำนวนประมาณ 12,000-15,000 คน และเพิ่มสูงขึ้นในเดือนสิงหาคมและกันยายน
โดยเชื่อว่าในช่วง 3 เดือนนี้ (ก.ค.-ก.ย. 64) จะสร้างรายได้ที่มูลค่าราว 8,900 ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนประมาณ 100,000 คน สูงกว่าสถิตินักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทย เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาที่มีจำนวน ประมาณ 6,000 คน
ทั้งนี้ เป้าหมายรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวดังกล่าวนี้เป็นอัตราที่ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ที่ 129,000 คน และสร้างรายได้กว่า 11,492.2 ล้านบาท
“คนไทย-ต่างชาติ” กฎเดียวกัน
ขณะที่ “ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร” รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. (ผู้ดูแลโครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์) เพิ่มเติมในส่วนของมาตรการคัดกรองการเดินทางเข้าภูเก็ต รวมถึงมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด หรือ SOP ในภาพรวมว่าทุกขั้นตอนมีความชัดเจนและพร้อม 100% ทั้งการเดินทางทางอากาศทางบก และทางน้ำ
โดยในส่วนของการเดินทางทางอากาศนั้นมี 2 รูปแบบคือ ใช้บริการเที่ยวบินตรงเข้าภูเก็ต และเที่ยวบินสุวรรณภูมิและต่อสายการบินภายในประเทศ (ไทยสมายล์, บางกอกแอร์เวย์ส) เข้าภูเก็ต ส่วนทางบก ให้ใช้ด่านตรวจท่าฉัตรไชยช่องทางเดียวเท่านั้น
ขณะที่ทางเรือ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยสารออกจากท่าเทียบเรือ 3 แห่ง คือ ท่าเทียบเรืออ่าวปอ อ.ถลาง ท่าเทียบเรือรัษฎา อ.เมือง และท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง อ.เมือง
“มาตรการทั้งหมดบังคับใช้เหมือนกันทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ และคนไทยที่เดินทางเข้าประเทศ ในกรณีที่นักท่องเที่ยวฝ่าฝืนระเบียบเรามีมาตรการควบคุมรองรับไว้อย่างเคร่งครัด”
“สมุย-กระบี่-พังงา” พร้อม
ผู้ว่าการ ททท.ยังพูดถึงแผนและความคืบหน้าในการเปิดเส้นทาง sealed routes เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า (สุราษฎร์ธานี) ในวันที่ 15 กรกฎาคม และกระบี่ (เกาะพีพี ไร่เลย์ เกาะไหง) และพังงา (เขาหลัก เกาะยาว) ในวันที่ 1 สิงหาคมด้วยว่า ขณะนี้ทั้ง 2 เส้นทางมีความพร้อมและสามารถเปิดได้ตามเวลาที่กำหนดเช่นกัน
ส่วนของแผนการทำการตลาดสมุยนั้น ขณะนี้ ททท.อยู่ระหว่างวางแผนขับเคลื่อน เช่น เจรจากับสายการบินที่จะทำการบินตรงเข้าสมุย ขณะที่มาตรการหรือข้อกำหนดต่าง ๆ จะใช้ SOP ของภูเก็ตเป็นต้นแบบ เนื่องจากมีพื้นที่เป็นเกาะคล้ายกัน แต่ก็มีบางส่วนที่ต้องกำหนดเฉพาะพื้นที่ด้วย
โดยเบื้องต้นนั้นข้อกำหนดของสมุยคือ 3-4-7 คือกำหนดให้อยู่ในพื้นที่โรงแรมในช่วง 3 วันแรก และออกนอกห้องไปพื้นที่สมุยได้ และหลังจากวันที่ 7 เป็นต้นไป สามารถเดินทางไปเกาะพะงัน เกาะเต่า ต่อไป
โดยย้ำว่า สิ่งที่ ททท.และรัฐบาลพยายามดำเนินงานต่อคือ โฟกัสรายพื้นที่โดยทยอยเปิดในพื้นที่ที่มีความพร้อมเป็นหลัก ไม่เอาภาพรวมของประเทศมาพิจารณา เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันของประเทศไทยยังอยู่ในอัตราที่สูง
และเชื่อมั่นอย่างมากว่า ภาพการตอบรับของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วงไฮซีซั่นนี้ หรือช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 1 ของปี 2565