เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บอร์ด OR ตั้ง “นิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์” นั่งซีอีโอคนใหม่แทน “ม.ล.ปีกทอง”
Economic บอร์ด OR ตั้ง “นิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์” นั่งซีอีโอคนใหม่แทน “ม.ล.ปีกทอง”
ศึกชิงโรงแรม 5.3 พันล้านเดือด! ROH ฟ้องสวน GROREIT-บลจ.วรรณ ยืนยันสิทธิซื้อคืน
Finance ศึกชิงโรงแรม 5.3 พันล้านเดือด! ROH ฟ้องสวน GROREIT-บลจ.วรรณ ยืนยันสิทธิซื้อคืน
กบน.หั่นราคา B20-E20 เหลือ 33.50 บาท/ลิตร ถูกกว่าดีเซล B7-โซฮอล์ 95 ถึง 10 บาท ช่วยค่าครองชีพ-หนุนเกษตรกร
Economic กบน.หั่นราคา B20-E20 เหลือ 33.50 บาท/ลิตร ถูกกว่าดีเซล B7-โซฮอล์ 95 ถึง 10 บาท ช่วยค่าครองชีพ-หนุนเกษตรกร
รฟม.แจงคำวินิจฉัยกฤษฎีกาให้เอกชนใช้ที่ดินทำทางเข้า-ออก เป็นโครงการใหม่ ไม่เกี่ยว“แอชตัน อโศก”
Real Estate รฟม.แจงคำวินิจฉัยกฤษฎีกาให้เอกชนใช้ที่ดินทำทางเข้า-ออก เป็นโครงการใหม่ ไม่เกี่ยว“แอชตัน อโศก”
บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะแนวทางจัดระเบียบ โครงการเก่า-ใหม่
Finance บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะแนวทางจัดระเบียบ โครงการเก่า-ใหม่
Taobao เสิร์ฟบริการใหม่ถึง ‘คนไทย’ รัว ๆ เพิ่มจ่ายพร้อมเพย์-ส่งของชิ้นใหญ่ตรงจากจีน
Tech Taobao เสิร์ฟบริการใหม่ถึง ‘คนไทย’ รัว ๆ เพิ่มจ่ายพร้อมเพย์-ส่งของชิ้นใหญ่ตรงจากจีน
GRAND ขาดสภาพคล่อง! จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ 19.32 ล้านไม่ไหว นัดถกเจ้าหนี้ 29 ต.ค.นี้
Finance GRAND ขาดสภาพคล่อง! จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ 19.32 ล้านไม่ไหว นัดถกเจ้าหนี้ 29 ต.ค.นี้
มช. ผนึก ม.ยูนนานนอร์มอล ปั้นป.โท-เอก ภาษาจีนนานาชาติ ฉลอง 20 ปี สถาบันขงจื่อ
การศึกษา มช. ผนึก ม.ยูนนานนอร์มอล ปั้นป.โท-เอก ภาษาจีนนานาชาติ ฉลอง 20 ปี สถาบันขงจื่อ
Agri Next Thailand 2026 มหกรรมสินค้าเกษตรกว่า 100 ร้านค้าทั่วประเทศ 27-28 ต.ค.
Biz Movement Agri Next Thailand 2026 มหกรรมสินค้าเกษตรกว่า 100 ร้านค้าทั่วประเทศ 27-28 ต.ค.
‘ขยะข้ามแดน’ ถล่มบางแสน ‘จี้แก้ต้นน้ำ’ ลดภาระปลายทาง
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘ขยะข้ามแดน’ ถล่มบางแสน ‘จี้แก้ต้นน้ำ’ ลดภาระปลายทาง
ดูทั้งหมด

AOT ครบ 42 ปี เดินหน้าลงทุน-ขยายสนามบิน 6 แห่ง รองรับการเปิดประเทศ

01 ก.ค. 2564 | 14:01น.
สุวรรณภูมิ

1 กรกฎาคม 2564 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ครบรอบ 42 ปีการดำเนินงาน ยังคงเดินหน้าพัฒนาศักยภาพสนามบิน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการผู้โดยสารเมื่อการเดินทางกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 AOT ครบรอบ
42 ปีการดำเนินงาน มีสนามบินภายใต้การบริหารของ AOT จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.)

โดย 8 เดือนที่ผ่านมาของปีงบประมาณ 2564 (ตุลาคม 2563-พฤษภาคม 2564) ปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ สนามบินทั้ง 6 แห่งมีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 18.33 ล้านคน ลดลง 71.5% เป็นไปในทิศทางเดียวกับจำนวนเที่ยวบิน คือ มีประมาณ 206,000 เที่ยวบินลดลง 51.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (มีผู้โดยสาร 64.20 ล้านคนและเที่ยวบิน 425,800 เที่ยวบิน)

เนื่องจากปีงบประมาณ 2563 AOT ได้ประโยชน์จากไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2563 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นช่วง Golden Months แต่ในปีงบประมาณ 2564 นโยบายภาครัฐของไทยและหลายประเทศสำคัญของโลกยังคงมาตรการการจำกัดการเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศตลอดทั้งปี เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 และจากการแพร่ระบาดระลอก 2 และ 3 ส่งผลให้การฟื้นตัวของการเดินทางภายในประเทศเกิดการปรับตัวลง

นายนิตินัยกล่าวเพิ่มเติมว่า จากปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินที่ลดลงส่งผลให้ผลการดำเนินงานด้านการเงินของ AOT รอบ 6 เดือนของปีงบประมาณ 2564 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563-31 มีนาคม 2564 (งบการเงินเฉพาะบริษัท) AOT มีรายได้จากการขายหรือการให้บริการ 3,748.03 ล้านบาท และรายได้อื่น 792.13 ล้านบาท รวมรายได้คิดเป็น 4,540.16 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่าย 13,464.40 ล้านบาท และรายได้ภาษีเงินได้ 1,857.30 ล้านบาท จึงทำให้มีผลขาดทุนสำหรับงวดดังกล่าว จำนวน 7,066.94 ล้านบาท

สำหรับโครงการ Phuket Sandbox ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 AOT มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกและเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำแก่ผู้โดยสาร เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการรับนักท่องเที่ยว กระบวนการตรวจเอกสารและหนังสือเดินทาง การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย การตรวจหาเชื้อไวรัส COVID-19

รวมทั้งได้เน้นย้ำในเรื่องการรักษาความสะอาด การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และ
การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและติดตามเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ซึ่ง AOT และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันฝึกซ้อมกระบวนการผู้โดยสารขาเข้าและขาออกระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารที่จะมาใช้บริการ

ทั้งนี้ จากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งถือเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุด และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบินมากที่สุด รวมทั้งมีผลกระทบต่อการบริหารและการดำเนินงานของ AOT อย่างชัดเจน ทำให้ AOT ได้มีการประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์หลังจากสิ้นสุดวิกฤตโรค COVID-19 ทั้งในด้านรูปแบบการเดินทาง พฤติกรรมผู้โดยสาร ทิศทางอุตสากรรมการท่องเที่ยวและการบิน

โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้อำนวยความสะดวกผู้โดยสาร เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อจากการเดินทางทางอากาศ และยังสอดคล้องกับสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA) และสภาสมาคมท่าอากาศยานระหว่างประเทศ (Airport Council International : ACI) ที่ได้ร่วมมือกันจัดทำโครงการ NEXTT (New Experience Travel Technologies) เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ ซึ่ง AOT ได้นำสิ่งเหล่านี้มาปรับกลยุทธ์การบริหารองค์กรให้สามารถฟื้นตัวให้ได้เร็วที่สุด

โดยที่ผ่านมา AOT ได้เริ่มศึกษา พัฒนา และต่อยอดเทคโนโลยี เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารและลดความเสี่ยงที่เกิดจากการสัมผัส ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มนำมาใช้ในสนามบินบางแห่งของ AOT เพื่อนำร่องและขยายผลให้ครบทุกสนามบินในอนาคต ได้แก่

(1) ระบบตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง (Common Use Passenger Processing System : CUPPS) เริ่มนำร่องที่ ทสภ.แห่งแรก ซึ่งเป็นระบบที่อำนวยความสะดวกผู้โดยสารไม่ต้องต่อแถวเช็กอินและโหลดสัมภาระ ประกอบด้วย ระบบ CUSS (Common Use Self Service) การเช็กอินผ่านเครื่อง Kiosk ในอนาคต AOT
จะนำเทคโนโลยี Bio Metric เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการเช็กอิน ซึ่งผู้โดยสารไม่จำเป็นต้องใช้บัตรโดยสารในการยืนยันตัวตน ในพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และการตรวจบัตรโดยสารก่อนขึ้นเครื่อง พร้อมทั้งระบบ CUBD (Common Use Bag Drop) สำหรับผู้โดยสารโหลดสัมภาระได้ด้วยตนเอง

(2) ระบบติดตามและตรวจนับความหนาแน่นผู้โดยสารแบบ Real time (Passenger Tracking) เริ่มนำร่อง
ที่ ทสภ. ทดม.และ ทภก.ก่อน โดยระบบนี้จะแสดงระยะเวลาที่ผู้โดยสารต้องรอคอยเข้าคิวในพื้นที่ตรวจบัตรโดยสาร ขั้นตอนตรวจค้นผู้โดยสาร และขั้นตอนตรวจหนังสือเดินทาง สามารถตรวจสอบสถานะการรอคอยคิวผ่านจอมอนิเตอร์แบบ Real time ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารสามารถประเมินเวลาในการรอคอยในพื้นที่นั้นๆ อีกทั้งยังสามารถประเมินเวลาการมาใช้บริการภายในสนามบินได้ด้วยตนเอง สามารถเช็กได้ผ่าน AOT Airports Application

รวมทั้งระบบยังสามารถแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่สนามบินในเรื่องของความหนาแน่นในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการกระจายผู้โดยสารไปยังจุดให้บริการที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า และช่วยในเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ได้ด้วย

(3) ระบบจัดเก็บค่าบริการจอดรถยนต์แบบอัตโนมัติ (Smart Carpark) เป็นการให้บริการผู้โดยสารที่เข้ามา
ใช้พื้นที่บริเวณอาคารจอดรถ ณ ทสภ. ทดม.และ ทภก. โดยผู้ใช้งานดำเนินการด้วยตนเองตั้งแต่การรับบัตรจอดรถ ค้นหาพื้นที่จอดรถ พร้อมแสดงจำนวนและตำแหน่งของช่องว่างที่สามารถจอดได้ ทั้งนี้ ระบบจะจดจำตำแหน่งที่จอดรถ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถค้นหารถของตนเองจากทะเบียนรถ ได้ที่ตู้ Kiosk เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการติดต่อและสัมผัสร่วมระหว่างผู้ใช้งานและเจ้าหน้าที่

นายนิตินัย กล่าวว่า แม้ว่า AOT จะเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและการอำนวยความสะดวกผู้ใช้บริการ
การพัฒนาสนามบินเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้บริการ และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป โดยโครงการพัฒนา ทสภ.ระยะที่ 2 มีความก้าวหน้ามากกว่า 95%

ทั้งนี้ AOT อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดใช้งานอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Satellite 1 : SAT-1) โดยพิจารณาจากทิศทางการฟื้นตัวของปริมาณการจราจรทางอากาศและความต้องการเดินทางในอนาคต ควบคู่กับการบริหารจัดการอาคารผู้โดยสารหลัก (Main Terminal) โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกของ ทสภ. ในภาพรวมอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้ให้ความสำคัญในเรื่องระดับการบริการ (Level of Service) ที่เหมาะสม และการรองรับรูปแบบการเดินทางวิถีใหม่ (New Normal) ทั้งนี้ ยังขึ้นอยู่กับแผนบริหารจัดการฝูงบินของสายการบินที่มีฐานปฏิบัติการ ณ ทสภ. ด้วย

สำหรับโครงการพัฒนา ทดม.ระยะที่ 3 ให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 40 ล้านคนต่อปี ปัจจุบัน AOT อยู่ระหว่างการแก้ไขเพิ่มเติมรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หลังจากนั้น AOT จะจัดส่งรายงานให้กับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณา

ขณะเดียวกัน AOT ได้ดำเนินการคู่ขนานไปกับการขออนุมัติงบประมาณในโครงการ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงเอกสารโครงการ เพื่อเสนอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการจ้างออกแบบได้ในปี 2565

และภายในปี 2564 ผู้ใช้บริการ ทดม.จะไม่ต้องพบปัญหาการจราจรติดขัดหน้าชานชาลา เนื่องจาก ทดม.อยู่ระหว่างการก่อสร้าง Taxi Drop Lane เพื่อเพิ่มช่องจราจร จำนวน 2 เลน แยกเฉพาะรถแท็กซี่ที่เข้ามาส่งผู้โดยสาร พร้อมสร้างหลังคาคลุมชานชาลา มีทางลาดเลื่อนอัตโนมัติ ติดกล้องวงจรปิด และระบบปรับอากาศ 2 จุด คือ บริเวณหน้าชานชาลาอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2 ประตู 9-10 และประตู 14-15

ในส่วนของโครงการพัฒนา ทชม. ระยะที่ 1 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้เป็น 16.5 ล้านคน ขณะนี้ AOT อยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการ ซึ่งจะใช้เวลาออกแบบประมาณ 1 ปี และอยู่ระหว่างเสนอรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับแก้ไข โดยคาดว่าจะเสนอโครงการพัฒนา ทชม. ระยะที่ 1 ต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาในช่วงต้นปี 2565 และจะเริ่มจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้างหลังจากออกแบบแล้วเสร็จ ซึ่งจะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 3 ปี คาดว่าสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2569

พร้อมกันนี้ สนามบินของ AOT อีก 3 แห่ง ได้แก่ ทชร. ทภก. และ ทหญ.ยังคงเดินหน้าดำเนินโครงการพัฒนาสนามบินตามแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินเช่นกัน

นายนิตินัยกล่าวเพิ่มเติมว่า AOT ยังมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกิจการที่ไม่เกี่ยวกับการบิน (Non-Aeronautical Revenue) โดยมีแนวคิดต่อยอดพัฒนาทรัพย์สิน (ที่ราชพัสดุ) ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ ซึ่งที่ผ่านมา AOT ได้มีการประชาสัมพันธ์ทรัพย์สิน (ที่ราชพัสดุ) ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ผ่านสื่อต่างๆ เช่น เว็บไซต์ของ AOT กลุ่มไลน์ผู้ประกอบการของ AOT เป็นต้น

นอกจากนั้น ได้เตรียมความพร้อมของทรัพย์สินตามบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพเศรษฐกิจและสังคม เช่น การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน การกำหนดค่าตอบแทน การจัดทำร่างประกาศเชิญชวน เป็นต้น รวมทั้งยังได้ขอเปลี่ยนแปลงเวลาการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุจากเดิมสิ้นสุดในปีงบประมาณ 2575 เป็นสิ้นสุดในปีงบประมาณ 2595

และ AOT ยังได้ประสานผู้ประกอบการ เพื่อสอบถามความสนใจลงทุนพัฒนาและใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อรองรับการพัฒนาทรัพย์สินเชิงพาณิชย์ทั้งโครงการขนาดเล็กและขนาดใหญ่ร่วมกับหุ้นส่วนทางธุรกิจตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 หรือการพัฒนาร่วมกับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ AOT แปลงถนนวัดศรีวารีน้อย 723 ไร่ AOT มีแผนที่จะพัฒนาให้เป็น “ศูนย์บริการและสนับสนุนกิจการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” บนเนื้อที่รวมประมาณ 560-1-99 ไร่ เพื่อดำเนินโครงการ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องหรือสนับสนุนการประกอบกิจการท่าอากาศยาน และการขนส่งทางอากาศ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมการเพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในพื้นที่โครงการเพื่อเชื่อมต่อสู่สนามบินและพื้นที่บริเวณโดยรอบต่อไป

อีกหนึ่งปัจจัยในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนและความมั่นใจในคุณภาพการให้บริการ รวมทั้งความต่อเนื่องทางธุรกิจของการให้บริการหลัก (Core Service) ภายในสนามบินของ AOT คือ การขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจรูปแบบบริษัทลูกหรือบริษัทร่วมทุนร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจของ AOT ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการการบิน (Aeronautical Business) เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน และความหลากหลายด้วยการขยายธุรกิจออกไปจากธุรกิจการบิน (Diversified Business) เป็นการสร้างความเติบโตทางธุรกิจแบบเชิงรุกเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ กระจายความเสี่ยง และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวให้กับ AOT

โดยได้ตั้งบริษัทร่วมทุน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AVSEC) บริษัท บริการภาคพื้นท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย ทาฟ่า โอเปอร์เรเตอร์ จำกัด (AOTTO) ที่เป็นความภาคภูมิใจของ AOT ในการมีส่วนร่วมยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าทางการเกษตร โดย AOT ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมเปิดศูนย์ตรวจสอบสินค้าเน่าเสียง่ายก่อนส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยจะปรับปรุงคลังสินค้า 4 ภายในเขตปลอดอากร ทสภ.เป็นศูนย์ตรวจรับรองมาตรฐาน

ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำร่างบันทึกข้อตกลง และเสนอให้กระทรวงคมนาคมซึ่งกำกับดูแล AOT และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณา หลังจากนั้น จะก่อสร้างปรับปรุงสถานที่ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการแก่เกษตรกรได้ในช่วงต้นปี 2565

“42 ปีของ AOT ได้ผ่านทั้งวิกฤตและความสำเร็จมามากมาย แม้ในปีนี้จะเจอความท้าทายแบบใหม่ แต่ AOT ได้มีการวางรากฐานธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง มีความพร้อมในการรับมือและปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เพื่อเติบโตและก้าวไปถึงวิสัยทัศน์ขององค์กรในการเป็นผู้ดำเนินการและจัดการท่าอากาศยานที่ดีระดับโลก (AOT operates the world’s smartest airports) และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ท่าอากาศยานไทย