แก้ปม “เอสเอ็มอี” เข้าไม่ถึงสินเชื่อ
ผู้ประกอบการกำลังจะขาดอากาศหายใจ หลังจาก 1 ปีที่ผ่านมา พิษโควิด-19 ทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีทยอยปิดตัว เนื่องจากขาดสภาพคล่อง ฉะนั้น สินเชื่อแบงก์จึงเป็นเหมือนออกซิเจนที่หล่อเลี้ยงเอสเอ็มอี
อย่างไรก็ดี โจทย์ปัญหาใหญ่คือยังมีเอสเอ็มอีจำนวนมาก ที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการออกพ.ร.ก.ซอฟต์โลน ธนาคารอห่งประเทศไทย (ธปท.) มาช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าว แต่เงื่อนไขต่างๆ ยังติดขัดอยู่มาก ล่าสุด ช่วงปลายเดือนเม.ย.64 รัฐบาลจึงแก้ปมด้วยการปลดล็อกซอฟต์โลน ดึงบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาค้ำประกันสินเชื่อ ให้แบงก์กล้าปล่อยสินเชื่อ
โดย นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ รักษาการผู้จัดการทั่วไป บสย. กล่าวว่า พ.ร.ก.สินเชื่อของธปท. ที่ปรับปรุงล่าสุด หรือเรียกว่า พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟูนั้น ออกแบบเพื่อมาช่วยผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก ซึ่งเปิดฐานของลูกค้าให้มากกว่าเอสเอ็มอีปกติ โดยหากผู้ประกอบการมีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไร สามารถเข้ามาใช้ พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟูได้ ซึ่งวงเงินสินเชื่อ 500 ล้านบาท สามารถกู้ได้ 30% คือวงเงินสินเชื่อสูงสุดแต่ละธนาคาร 150 ล้านบาท และหากมีสินเชื่อจากธนาคารอื่นๆ อีก ก็สามารถกู้ได้อีก 30% โดยไม่เกิน 3 ธนาคาร โดยถือเป็นข้อดีของพ.ร.ก.ดังกล่าว
ส่วนผู้ประกอบการที่ยังไม่เคยเข้าสู่ระบบสินเชื่อ ถ้าเป็นผู้ประกอบการใหม่ กู้ได้ถึง 20 ล้านบาท ในหลายๆ ธนาคารรวมกัน ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ไม่เคยใช้สินเชื่อก็เข้าสู่ระบบสินเชื่อได้
สำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาขอสินเชื่อที่ธนาคารได้ เมื่อธนาคารเห็นว่าสมควรจะได้รับ จะส่งข้อมูลให้ ธปท. ใช้เวลาไม่เกิน 3 วันในการอนุมัติ จากนั้นจะส่งมาให้ธนาคารดำเนินการรายละเอียดเอกสารกับลูกค้า เพื่อให้จ่ายค่าค้ำประกัน และส่งลูกค้าส่วนนี้ให้กับ บสย. โดยใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน และขณะนี้มีลูกค้าขอค้ำประกันวันละ 1,000 ราย บสย.ก็ใช้เวลาในการอนุมัติเพียงวันเดียว ซึ่งยืนยันว่า บสย. ทำหน้าที่ “ค้ำทุกเคส” หลังจากนั้น ก็จะส่งข้อมูลให้ธนาคาร และธนาคารประสานลูกค้าเบิกรับเงินกู้ได้เลย
ทั้งนี้ พ.ร.ก.สินเชื่อดังกล่าว เกิดจากหน่วยงานทั้ง 3 หน่วยงาน ได้แก่ ธปท. คลัง และบสย. ร่วมกันออกแบบเพื่อให้ผู้ประกอบการได้ประโยชน์จากสินเชื่อส่วนนี้มากที่สุด ซึ่งถูกออกแบบโดยการมองต้นทุนของผู้ประกอบการเป็นหลัก ซึ่งลูกค้าสามารถวางแผนในการบริหารจัดการในเรื่องเงินได้ดีขึ้น โดย 2 ปีแรกธปท. กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์คิดดอกเบี้ยกับลูกค้าได้ไม่เกิน ปีละ 2% และเฉลี่ยไม่เกิน 5% ในช่วง 5 ปีแรก โดยปีแรกจะบวกค่าค้ำประกันอีก 1.75% ต่อปี และจะได้รับการยกเว้นดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรก หมายความว่าช่วง 6 เดือน จะจ่ายแต่ค่าค้ำประกัน 1.75% เท่านั้น
ขณะที่ปัจจุบัน บสย. อนุมัติค้ำประกันสินเชื่อแล้ว 35,000 ล้านบาท ช่วยผู้ประกอบธุรกิจ จำนวน 12,300 ราย อนุมัติวงเงินค้ำประกันสินเชื่อเฉลี่ยต่อวัน ประมาณ 1,600 ล้านบาท โดย 5 อันดับกลุ่มธุรกิจที่บสย.ค้ำสูงสุด ได้แก่ 1.ธุรกิจบริการ 2.ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 3.การผลิตสินค้าและการค้าอื่นๆ 4.ธุรกิจยานยนต์ และ5. ธุรกิจพักแรม
อย่างไรก็ตาม ในโลกความเป็นจริง คงปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีผู้ประกอบการอีกมากที่ยังเข้าไม่ถึงเชื่อธนาคาร ซึ่งรัฐบาลยังต้องเข้ามาช่วยแก้ปมปัญหาในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เอสเอ็มอีผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน