ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังพาวเวลล์ส่งสัญญาณ เฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย
Baht-ดอลลาร์-1
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังนายพาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ส่งสัญญาณไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ปัจจัยในประเทศนักลงทุนยังคงติดตามตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดอย่างใกล้ชิด ก่อนที่เงินบาทจะปิดตลาดที่ระดับ 32.66/67 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/7) ที่ระดับ 32.62/64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวแข็งค่า จากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (14/7) ที่ระดับ 32.67/69 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าเทียบกับเงินสกุลหลัก หลังจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ต่อสภาคองเกรสเมื่อคืนนี้ โดยระบุว่า เฟดจะยังคงเดินหน้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE และจะยังไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นในขณะนี้
พร้อมกับย้ำว่า เฟดจะใช้นโยบายการเงินในการสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐ จนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ ส่วนการที่เฟดจะลดวงเงิน QE จากระดับ 120,000 ล้านดอลลาร์/เดือนนั้น จะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
สำหรับประเด็นเงินเฟ้อ นายพาวเวลล์มองว่าเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นในระยะนี้เกิดจากปัจจัยชั่วคราว จากการที่รัฐต่าง ๆ ทำการเปิดเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะดีดตัวขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ก่อนที่จะปรับตัวลงเมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ กลับสู่ภาวะปกติ
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐเปิดเผยเมื่อคืนนี้ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น 1% ในเดือนมิถุนายน สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.6% ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1% ในเดือนมิถุนายน
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจับตานายพาวเวลล์กล่าวต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันนี้ (15/7) เวลา 09.30 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือ 20.30 น.ตามเวลาไทย
สำหรับปัจจัยในประเทศ นักลงทุนยังคงติดตามตัวเลขผู้ติดเชื้อจากการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างใกล้ชิด โดยวันนี้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,186 ราย ทำให้จำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศอยู่ที่ 343,352 ราย
โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.60-32.68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.66/67 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (15/7) ที่ระดับ 1.1833/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (4/7) ที่ระดับ 1.1784/88 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงกังวลกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าในยุโรปที่ยังมีจำนวนการติดเชื้อที่สูงอยู่ โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.822-1.1850 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1836/38 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/7) ที่ระดับ 109.92/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่า จากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (14/7) ที่ระดับ 110.49/52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินเยนแข็งค่าจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นเเริ่มการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ โดยที่ประชุมจะประเมินความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และจะพิจารณาการใช้นโยบายจัดหาเงินกู้เพื่อสนับสนุนภาคเอกชนให้สามารถรับมือกับภาวะโลกร้อน
สำนักข่าวเกียวโดคาดการณ์ว่า คณะกรรมการธนาครกลางญี่ปุ่น จะเดินหน้าใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษ เนื่องจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงได้รับผลกระทบจากการประกาศภาวะฉุกเฉินรอบที่ 4 ในกรุงโตเกียว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งการประกาศภาวะฉุกเฉินครั้งที่ 4 ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดลงในวันที่ 22 สิงหาคม
โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.27-110.02 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.89/92 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ดัชนีภาคการผลิตจาก Fed สาขา Philadelphia ประจำเดือนกรกฎาคม (15/7), จำนวนผู้รับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ครั้งแรกของสหรัฐ (18/7), ผลผลิตอุตสาหกรรมของสหรัฐประจำเดือนมิถุนายน (15/7), ยอดค้าปลีกของสหรัฐประจำเดือนมิถุนายน (15/7), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (15/7), ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (16/7) และดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซนประจำเดือนมิถุนายน (16/7)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.00/0.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 2.4/3.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ