เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท รูปพรรณบาทละ 70,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท รูปพรรณบาทละ 70,500 บาท
มท.-กทม. สั่งชะลอโครงการ Data Center ที่ยังไม่ก่อสร้าง รอเคาะมาตรการใหม่
Politics มท.-กทม. สั่งชะลอโครงการ Data Center ที่ยังไม่ก่อสร้าง รอเคาะมาตรการใหม่
เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
Finance เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
เศรษฐกิจภูมิภาค ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
Finance SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
Politics ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
Tech การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
Economic ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
ดูทั้งหมด

สังคมไร้เงินสด

14 พ.ย. 2560 | 20:38น.

คอลัมน์ Market-Think

โดย สรกล อดุลยานนท์

ผมเชื่อว่า “ความเชื่อ” เป็น “พลังงาน” รูปแบบหนึ่ง

เป็นแรงขับดันที่ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างในโลกนี้กลายเป็น “ความจริง”

ของดีแค่ไหน ถ้าคนไม่เชื่อว่า “ดี”ของชิ้นนั้นก็ขายไม่ได้หรือขายได้แต่ไม่ดีนัก

ในขณะที่ของบางอย่างไม่ค่อยดีนัก เทียบกับอีกยี่ห้อหนึ่งแล้วสู้ไม่ได้

แต่คนเชื่อว่าของชิ้นแรกดีกว่าของชิ้นแรกก็จะขายดีกว่าชิ้นที่สอง

เห็นโฆษณา “ซัมซุง” ไหมครับ ที่เล่นงาน

จุดอ่อนของ “ไอโฟน” แบบตรง ๆ

ชกเต็มหมัดไปเลยว่าเทคโนโลยีของ “ซัมซุง” เหนือชั้นกว่า

นำหน้า “ไอโฟน” ตลอด

เหตุผลหนึ่งที่ “ซัมซุง” ต้องทำแบบนี้

เพราะต้องการทลาย “ความเชื่อ” ของสาวก “ไอโฟน”

เพราะตอนนี้คนกลุ่มใหญ่ก็ยัง “เชื่อมั่น” ใน “ไอโฟน” อยู่

“ความเชื่อ” จึงเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่ง

เหมือนกับเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า

วันนี้ปริมาณรถไฟฟ้าในโลกยังน้อยนิดเมื่อเทียบกับรถที่ใช้น้ำมัน

แต่ถามว่าวันนี้คุณเชื่อไหมว่ารถไฟฟ้าจะมาแทนที่รถน้ำมัน

ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่จะตอบว่า “เชื่อ”

และความเชื่อนี้ก็ระบาดจากประเทศในแถบยุโรป จนแต่ละประเทศประกาศเลยว่าอีกกี่ปีจะมีแต่รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศของเขา

ขนาดประเทศผลิตน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลางก็เชื่อแบบนั้นเช่นกัน

เขาจึงหนีตายด้วยการไปลงทุนด้านอื่น

รีบเปลี่ยนทิศตั้งแต่ตอนที่มีเงิน

ไม่เช่นนั้นถ้าโลกพลิกเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเมื่อไร เขาจะกลับตัวไม่ทัน

อีกเรื่องหนึ่งที่พลังงาน “ความเชื่อ” กำลังทำงาน

“สังคมไร้เงินสด” ครับ

คุณตัน ภาสกรนที เพิ่งกลับมาจากเมืองจีน

เขาบอกว่าตอนแรกไม่เชื่อว่าคนจีนจะไม่ใช้เงินสดเยอะขนาดนี้

ลำพังแค่คนจีนซื้อของธุรกิจโดยการใช้ระบบ “ตื๊ด-ตื๊ด” ผ่านโทรศัพท์มือถือและคิวอาร์โค้ด โอนเงินซื้อของผ่านอาลีเพย์และวีแชท

เขาก็ยังเฉย ๆ

แต่พอเจอคนกลุ่มหนึ่งที่เคยวางขันไว้ข้างหน้า

เปลี่ยนมาเป็นการถือมือถือหรือชูป้ายคิวอาร์โค้ดแทน

คุณตันบอกเลยว่า “สังคมไร้เงินสด” มาแน่

เพราะคนกลุ่มนี้คือ “ขอทาน” ครับ

ธนาคารพาณิชย์ของไทยตอนนี้ก็เปิดตัวเรื่องการซื้อของผ่านแอปบริการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดกันหลายแห่ง

ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ก็เปิดตัว “แม่มณี”nนางกวักยุคไฮเทค

โหมโฆษณาแรงมาก

ผมว่าร้านค้าพร้อมที่จะเล่นเกมนี้แล้ว เพราะดูเหตุผลมุมไหน ซื้อขายแบบนี้ดีกว่าใช้เงินสดแน่นอน

ลูกจ้างอุ๊บอิ๊บไม่ได้

ไม่ต้องหาตังค์ทอน

ไม่ต้องเก็บเงินสดไว้ในร้านเยอะ ๆ ฯลฯ

และร้านค้าที่ต้องรับรองนักท่องเที่ยวจีน เขาก็คุ้นเคยกับพฤติกรรมลูกค้า

คนจีนซื้อของผ่านอาลีเพย์และวีแชท

ระดับที่ถ้าร้านไหนไม่มี นักท่องเที่ยวจีนแทบไม่อยากเข้า

ฝั่งร้านค้า ผมว่าไม่ยาก

ตอนนี้ก็เหลือแต่ผู้บริโภคที่คุ้นชินกับการใช้เงินสด หรือบัตรเครดิต

ด้วยเหตุผลแล้วการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดดีกว่า

เพียงแต่คนยังไม่คุ้นชินกับระบบแบบใหม่เท่านั้นเอง

แต่เชื่อเถอะครับตั้งแต่วันนี้แบงก์ทุกแห่งจะโหมประโคมเรื่องนี้อย่างจริงจังแน่นอน

เพราะเขา “เชื่อ” แล้วว่าสังคมไร้เงินสดมาแน่

วงการเอเยนซี่บอกแล้วว่า ปีหน้าแบงก์ใหญ่ ๆ ทุกแห่งจะใช้งบฯโฆษณามหาศาล

แบงก์ไหนยังไม่ขยับต้องคิดใหม่แล้ว

ส่วนฝั่งผู้บริโภคผมว่า “ความเชื่อ” ยังเพิ่งเริ่มต้น

ยังไม่ถึงระดับ “รถยนต์ไฟฟ้า”

แต่ถ้าได้ลองเมื่อไร เขาจะติดใจ

เหมือนกับการโอนเงินผ่านแอป ใครใช้เมื่อไรก็ติดใจทุกคน

และตอนนี้การโอนเงินผ่านแอปเริ่มเป็นที่คุ้นเคยแล้ว

ซื้อของผ่านคิวอาร์โค้ดและหักเงินทางแอปก็ไม่ใช่เรื่องยาก ขยับนิดเดียวเอง

และถ้าวันใด “ความเชื่อ” เรื่องนี้ “จุดติด”

ซึ่งน่าจะไม่เกิน 1-2 ปีนี้

กราฟของผู้ใช้ ณ วันนั้นจะพุ่งแบบจรวดเลย

เพราะ “ความเชื่อ” เป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งครับ