สำนักงานสลากฯ ปรับเลื่อนวันรับสลากแก้ปัญหาขายเกินราคา เผยมี.ค.61 หารือตัดสินใจแผนทำสลากชุดเอง
ผศ.ธนวรรธณ์ พลวิชัย โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาจากการฉกฉวยโอกาสของผู้ค้าสลากบางกลุ่มนำสลากมารวมชุดขายราคาเกิน 80 บาทนั้น สำนักงานฯไม่ได้นิ่งนอนใจ เพียงแต่การปรับระบบของสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้นต้องคำนึงถึงสัญญาที่ทำไว้กับตัวแทนจำหน่ายตามโควต้าหรือตัวแทนจำหน่ายในระบบซื้อจองธนาคาร จะต้องมีรูปแบบระยะเวลาที่สอดคล้องตามกฎระเบียบของกฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งจากการดำเนินการสามารถบรรลุผลได้ใน 2 งวดที่ผ่านมา ตั้งแต่งวดวันที่ 1 พ.ย.60 นั้นคือ การดำเนินการลดระยะเวลาในการเข้ามารับสลาก
โดยกลุ่มในระบบตัวแทนจำหน่ายโควต้า ปัจจุบันนี้ก็มารับสลาก 14 วัน ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่กลุ่มตัวแทนที่เข้ามารับสลากที่สำนักงานฯจากเดิมเข้ามารับช่วงก่อนหน้า-หลังออกรางวัล 1 วัน (ของวันที่ 1,16) เราก็จะเลื่อนเวลาออกไปเป็นวันที่ 18 ในการรับฉลากวันแรก และสำหรับคนที่อยู่ในระบบซื้อจองธนาคารและมารับสลากตามโควต้าที่จ่ายตามต่างจังหวัดเราเลื่อนออกไป โดยให้สลากซื้อสามารถรับได้ 9 วันก่อนออกรางวัลและระบบจองล่วงหน้ารับได้ 8 วันก่อนออกรางวัล
“มาตรการนี้ดำเนินการไปเมื่องวดวันที่ 1 พ.ย.60 เพื่อลดโอกาสการนำสลากไปขายต่อพ่อค้าคนกลางและบีบให้สลากใบเดี่ยวขายในแผงมากขึ้น”
นอกจากนี้ กรณีการที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนมานิยมซื้อสลากชุดมากขึ้นนั้นทำให้ ธุรกิจมีการปรับตัวรวมชุดและเริ่มขจัดฉลากใบเดี่ยวออกจากระบบจนเป็นเหตุให้ราคาสลากสูง เราได้มีการตรวจจับแล้ว 300-500 ราย และดำเนินสู่กระบวนการถ่ายเทจากคนขายที่ไม่ได้ขายจริง ด้วยการโอนให้กับคนขายจริงมากขึ้นผ่านระบบธนาคารด้วยการเพิ่มสลากให้สอดคล้องกับความต้องการของคนขายเพื่อจะนำไปขาย โดยจากเดิมที่มีอยู่ 78 ล้านใบ ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 80 ล้านใบ และมีการพิมพ์ตามจำนวนคนที่เสนอซื้อเพื่อเอาไปขาย ถือเป็นการเติมสลากให้คนขาย โดยตอนนี้ระบบที่มีการซื้อจองจะใช้จำนวน 78 ล้านใบ ซึ่งดำเนินการมาแล้ว 2 งวด ถือเป็นการดำเนินการในขั้นต้นอย่างเต็มรูปแบบเพื่อดูแลเรื่องราคา
พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเราจะยืนระบบนี้ แต่หากไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง เราจำเป็นต้องออกสลากชุดเองเพื่อที่จะให้เป็นทางเลือกกับประชาชน และระบบของการดูแลคัดกรองเพื่อให้คนจำหน่ายสลากชุดจะเป็นผู้ขายที่มีจริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต เพื่อให้เป็นทางเลือกในการให้มีสลากชุดราคา 80 บาท และถือเป็นการดึงราคาลง ขณะเดียวกันอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องคัดกรองคนขายที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตและเอาเปรียบประชาชนออกจากระบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำนักงานสลากฯวางแผนไว้
“โดยในช่วงเดือนมีนาคม 2561 เราจะมีการประเมินอีกครั้งถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เราหวังว่าภายใน 4 งวดข้างหน้าที่จะครบสัญญาของการใช้มาตรการ โดยในช่วงเดือนมกราคม 2561 เราจะเริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้น และตัดสินใจในช่วงมีนาคมอีกครั้งว่าจะตัดสินใจทำสลากชุดเองหรือไม่ ซึ่งเป็นความตั้งใจของสำนักงานสลากฯ”พล.ต.ฉลองรัฐกล่าว