“กฤษณ์ จันทโนทก” ซีอีโอ เอไอเอประเทศไทย ชี้โควิด-19 ทุบจีดีพีไทยโตไม่เกิน 0.5% ระบุธุรกิจประกันชีวิตโชคดียังโตได้บนความกลัวและคนต้องการสินค้าประกันชีวิต กลุ่มดีมานด์ลูกค้าระดับ “กลาง-บน” หนุนเบี้ยใหม่โตได้ดี แต่เบี้ยปีต่ออายุท้าทายมาก พบสัญญาณกู้เงินกรมธรรม์เพิ่ม เผยนโยบายลงทุนไม่เปลี่ยน “ก่อน-หลัง” วิกฤต เน้นระยะยาว
วันที่ 29 กรกฎาคม 2564 นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวในงานแถลงข่าวออนไลน์ “Virtual Meet The CEO Ask Kris” ว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่มีความรุนแรงขณะนี้ ประเมินว่าปีนี้ตัวเลขเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) น่าจะเติบโตได้น้อยมาก หรือไม่น่าจะโตเกิน 0.5% ซึ่งถ้าการระบาดโควิดลากยาวถามว่าบริษัทเอไอเอมีความพร้อมที่จะตอบโจทย์สิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ ตอบเลยว่ามี สาเหตุที่เชื่อมั่นว่ามีเพราะมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญคือ
1.ธุรกิจประกันชีวิตยังมีความโชคดีอย่างมากเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ เนื่องด้วยวิกฤตโควิดชี้ให้เห็นถึงบริบทของความต้องการความคุ้มครองที่มีความสำคัญมากทั้งประกันชีวิตและสุขภาพ ดังนั้นหากสถานการณ์ลากยาวไป 6-12 เดือนข้างหน้า บนความกังวลและความต้องการรักษาสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น จะทำให้ภาคธุรกิจประกันชีวิตยังพอจะดำเนินธุรกิจไปได้
2.การปรับใช้เทคโนโลยีในการขายประกันชีวิต การบริการและดูแลลูกค้า ซึ่งวันนี้บริษัทเอไอเอพร้อมมุ่งไปสู่ดิจิทัลทั้งหมดแล้ว ฉะนั้นถามว่าในยุคนี้คนเก่งจริงและคนชนะจริงคือคนที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด
“6 เดือนแรกที่ผ่านมา การทำงานของเอไอเอไม่ง่าย และเชื่อว่าเป็นความท้าทายของทุกองค์กร แต่ผลประกอบการของเอไอเอวันนี้ยังทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งนี้ก็เชื่อว่าสถานการณ์โควิดในไตรมาส 4/64 น่าจะดีขึ้น แม้ช่วงนี้จะติดขัดไปบ้าง แต่จะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้แน่นอน และทุกอย่างจะกลับมาได้ใกล้เคียงเดิม ดังนั้นชั่วโมงนี้ไม่ใช่ชั่วโมงมาทะเลาะกัน” นายกฤษณ์ กล่าว
นายกฤษณ์ กล่าวต่อว่า ถามว่าปัจจุบันดีมานด์คนซื้อประกันชีวิตมีหรือไม่ ต้องบอกเลยว่ายังมีอยู่ แต่ถามว่าความสามารถในการซื้อประกันชีวิตมีหรือไม่ ก็ตอบเลยว่ายังเป็นความท้าทายอยู่พอสมควร แต่เชื่อว่าเอไอเอจะสามารถรักษาระดับการเติบโตของบริษัทได้ เพราะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีดีมานด์แล้วยังมีทุนซื้อประกันชีวิตได้อยู่คือ กลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน ดังนั้นเบี้ยธุรกิจใหม่เชื่อว่าบนดีมานด์ที่มีมากขึ้น และตลาดประกันในปัจจุบันเป็นระดับกลาง-บน ภาพรวมของบริษัทเอไอเอยังไปได้ดี

แต่สำหรับเบี้ยประกันปีต่ออายุคงไม่ง่าย เพราะสถานการณ์โควิด พิจารณาจากข้อมูลคอลเซ็นเตอร์ที่ลูกค้าเอไอเอปัจจุบัน 5 ล้านคน ต่างทยอยโทร.สายเข้ามา ซึ่งหลายคนมีความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจ บางคนสอบถามเกี่ยวกับการกู้เงินกรมธรรม์ ซึ่งมีอัตราส่วนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งบริษัทเอไอเอก็จะให้คำแนะนำตามความเหมาะสม และเอไอเอก็ได้มีการสนองนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เรื่องการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ ให้กับลูกค้าตามสมควรอยู่เสมอ เพื่อรักษาความต่อเนื่องและความคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ลูกค้าซื้อและลงทุนกับเอไอเอ ดังนั้นถามว่าตอนนี้มีปัญหาบ้างไหม ตอบเลยว่าก็มีอยู่พอสมควร แต่เอไอเอยังบริหารจัดการและให้คำแนะนำของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
นายกฤษณ์ กล่าวเพิ่มว่า สำหรับแนวทางการบริหารจัดการเงินลงทุนของเอไอเอ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์เอไอเอ หรือการลงทุนในเม็ดเงินที่ได้มาผ่านความไว้วางใจในการขายสินค้าประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิตลิงก์) ซึ่งโจทย์แรกที่มีความชัดเจนคือ เอไอเอไม่มองการลงทุนในระยะสั้นและระยะกลางเลย เน้นการลงทุนในระยะยาวอย่างเดียว ดังนั้นเทรนด์ลงทุนที่วูบวาบ หรือมีความผันผวนสูง ๆ เอไอเอจะไม่ลงทุนแน่นอน เพราะไม่สามารถเอาเงินของลูกค้ามาเล่นเพื่อสร้างกำไรแบบสั้น ๆ ได้
เพราะฉะนั้นนโยบายการลงทุนของเอไอเอ ก่อนและหลังวิกฤตโควิดไม่ได้เปลี่ยนมาก เพราะมีมุมมองต่อการลงทุนในระยะยาวอยู่แล้ว เน้นหลักความมั่นคงเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในความเหมาะสมของสินทรัพย์ระหว่างตราสารหนี้กับตราสารทุน และทุก ๆ สินทรัพย์ที่เอไอเอจะเข้าไปซื้อ จะมีทีมในการทำ due diligence หรือการเช็กก่อนว่าสินทรัพย์ที่จะไปลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตเป็นอย่างไร และมากกว่านั้นเอไอเอเป็นหนึ่งในบริษัทที่ยึดหลักการลงทุน ESG (การลงทุนที่ไม่สร้างผลลบต่อสิ่งแวดล้อมของโลก) แต่เชื่อว่าเทรนด์ต่าง ๆ ในโลก ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหรือการแพทย์ เอไอเอมองไกลและพยายามที่จะหาจุดการลงทุนในระยะยาว เพื่อให้ตอบโจทย์ผลตอบแทนที่ลูกค้าไว้วางใจอย่างแน่นอน
“บนวิกฤตโควิดที่เกิดขึ้น เชื่อว่า คปภ.อาจจะมีมาตรการออกมาในการตรวจสอบบริษัทประกันให้มีความเข้มแข็งในฐานะการเงินมากขึ้น ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ดี และมั่นใจว่าพวกเราทุกคนบนความเข้มแข็งของระบบประกันชีวิตและประกันวินาศภัยไทย เราจะสามารถให้ความมั่นใจกับผู้ถือกรมธรรม์ หรือคนที่สนใจซื้อประกันชีวิต เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันของคนไทยได้เข้มแข็งยิ่งขึ้น” ซีอีโอ เอไอเอ กล่าว