เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อีลอน มัสก์” คาดการณ์อีก 5 ปี AI ฉลาดกว่าคน โลกอาจเปลี่ยน จน “เงินสดไร้ความหมาย”
World “อีลอน มัสก์” คาดการณ์อีก 5 ปี AI ฉลาดกว่าคน โลกอาจเปลี่ยน จน “เงินสดไร้ความหมาย”
GRAND แจ้งเหตุผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ พร้อมเลื่อนประชุมผู้ถือหุ้น เหตุไม่ครบองค์ประชุม
Finance GRAND แจ้งเหตุผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ พร้อมเลื่อนประชุมผู้ถือหุ้น เหตุไม่ครบองค์ประชุม
“พิพัฒน์” เร่งไฮสปีดไทย-จีน เร่งสร้างถึง”หนองคาย” ดันกรุงเทพ-โคราชเปิดปี’73
Politics “พิพัฒน์” เร่งไฮสปีดไทย-จีน เร่งสร้างถึง”หนองคาย” ดันกรุงเทพ-โคราชเปิดปี’73
คกก. จัดการประชุม IMF-World Bank เผยความคืบหน้า 3 อนุฯ เตรียมพร้อม 12-18 ต.ค. นี้
Politics คกก. จัดการประชุม IMF-World Bank เผยความคืบหน้า 3 อนุฯ เตรียมพร้อม 12-18 ต.ค. นี้
ครม.อนุมัติ ขยายเวลาลด VAT เหลือ 7% อีก 1 ปี สรรพากรชี้ช่วยเศรษฐกิจไทยขยายตัว
Politics ครม.อนุมัติ ขยายเวลาลด VAT เหลือ 7% อีก 1 ปี สรรพากรชี้ช่วยเศรษฐกิจไทยขยายตัว
“เดชรัต” น้อมรับคำติ ยัน ปชน. ไม่คิดล้มบัตรทอง เดินหน้ารับฟังแก้ปม สปสช.
Politics “เดชรัต” น้อมรับคำติ ยัน ปชน. ไม่คิดล้มบัตรทอง เดินหน้ารับฟังแก้ปม สปสช.
ททท.ตราด คาดหยุดยาววันเฉลิมฯ เงินสะพัด 118 ล้านบาท “เกาะช้าง” ครองแชมป์ยอดฮิต
เศรษฐกิจภูมิภาค ททท.ตราด คาดหยุดยาววันเฉลิมฯ เงินสะพัด 118 ล้านบาท “เกาะช้าง” ครองแชมป์ยอดฮิต
UOB จับมือ Visa อัพเกรดบัตรเครดิตหรู รับตลาดลูกค้ามั่งคั่งโต
Finance UOB จับมือ Visa อัพเกรดบัตรเครดิตหรู รับตลาดลูกค้ามั่งคั่งโต
SET ร่วงหนักกว่า 20 จุด ก่อนวันหยุดยาว-DELTA ตัวฉุดหลัก
Finance SET ร่วงหนักกว่า 20 จุด ก่อนวันหยุดยาว-DELTA ตัวฉุดหลัก
กกต. ยัน คดีฮั้ว สว. จบสิ้นเดือน ส.ค. การันตี เป็นอิสระ ไม่มีใครแทรกแซง
Politics กกต. ยัน คดีฮั้ว สว. จบสิ้นเดือน ส.ค. การันตี เป็นอิสระ ไม่มีใครแทรกแซง
ดูทั้งหมด

กำลังซื้อทั่วประเทศทรุด ตกงานเพิ่ม ร้านทยอยปิด ยี่ปั๊วขอยืดเครดิต

06 ส.ค. 2564 | 08:32น.

โควิด-19 ยืดเยื้อ ทำโรงงาน-ร้านค้าปิดกิจการ ฉุดกำลังซื้อทั้งประเทศลดฮวบ “สหพัฒนพิบูล” ชี้คนตกงาน ไม่มีเงินซื้อของ กระทบยี่ปั๊วซาปั้ว ห้างต่างจังหวัดยอดขายตก ลูกค้าขอเลื่อนจ่ายเงิน ร้านตู้มือถือทยอยปิด หอการค้าไทยห่วงภาคการผลิตชะงัก กระทบเป็นลูกโซ่ กกร.เตรียมปรับลดตัวเลข ศก.ใหม่จากความรุนแรงของสถานการณ์โควิดระลอกใหม่ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะควบคุมได้

ท่ามกลางสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ที่กำลังดำเนินไปอย่างรุนแรงติดต่อกันมากว่า 2 ปี ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง จนเกิดภาพธุรกิจ-โรงงานเริ่มทยอยปิดกิจการ SMEs ส่วนใหญ่ของประเทศ “ไปไม่รอด” คนงาน-พนักงานตกงานและเดินทางกลับภูมิลำเนา กำลังซื้อของคนในประเทศตกต่ำลง โดยในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ทางสมาคมธนาคารไทยเตรียมที่จะมีการเสนอทบทวนตัวเลขทางเศรษฐกิจใหม่ด้วยการปรับลดลงจากครั้งก่อน

ซึ่งที่ประชุม กกร.ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทย GDP ปี 2564 ไปแล้วว่า จะขยายตัวในกรอบ 0.0% ถึง 1.5% ลดลงจากเดิมที่ตั้งไว้ 0.5-2% จากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่รุนแรง และยาวนานขึ้นกว่าที่ประเมินไว้ ขณะที่จำนวนวัคซีนโควิด-19 ล่าช้าและไม่เพียงพอและยังเข้าไม่ถึงแรงงานภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการขยายมาตรการล็อกดาวน์ต่อไปอีก

ขณะที่ธนาคารเกียรตินาคินภัทรเองได้วิเคราะห์สถานการณ์ว่า การระบาดระลอก 3 เริ่มส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีกลุ่มกำลังซื้อที่เป็นกลุ่มโรงงาน พนักงานนิคมอุตสาหกรรม ชะลอตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจาก “รายได้” ที่ไม่แน่นอน

และการระบาดคลัสเตอร์ใหม่ ๆ สะท้อนออกมาจากยอดการโอนกรรมสิทธิ์ของบ้านใหม่ที่ปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในจังหวัดนครปฐม-สมุทรสาคร-สมุทรปราการ พื้นที่ที่มีการระบาดหนัก

สหพัฒน์หวั่นกำลังซื้อหมด

นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภครายใหญ่ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องยอมรับภาพโดยรวมของภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อค่อนข้างมีปัญหา นอกจากธุรกิจหลาย ๆ อย่างที่ต้องหยุดชะงักแล้ว การขยายมาตรการล็อกดาวน์ที่มีเป็นระยะ ๆ และล่าสุดมีการขยายเวลาและที่เพิ่มมากขึ้น คนตกงานมากขึ้น ยิ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อมากขึ้นไปอีก

โดยเฉพาะ “กลุ่มแรงงาน” หลังจากที่ต้องปิดแคมป์ไปรอบที่แล้วก็ไม่มีงานทำ ต้องเดินทางกลับต่างจังหวัด แล้วเมื่อขยายล็อกดาวน์ออกไปกำลังซื้อที่มีอยู่ก็เริ่มหมดไป โดยส่วนตัวยังไม่สามารถประเมินได้ว่า เศรษฐกิจและกำลังซื้อจะฟื้นกลับมาเมื่อไหร่ เมื่อคนไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ร้านค้าปลีก โชห่วย ยี่ปั๊ว ซาปั้ว ย่อมได้รับผลกระทบตามมา ยอดขายลดลง

“สหพัฒน์ที่มีสินค้าหลากหลาย ขณะนี้สินค้าหมวดของใช้เริ่มได้รับผลกระทบจากยอดการซื้อที่ลดลง แต่ในทางกลับกันสินค้าหมวดของกินเติบโตขึ้นเล็กน้อย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนเกิดจากการตื่นตระหนก ไม่กล้าออกนอกบ้านและมีการซื้อกักตุน แต่ด้วยกำลังซื้อที่มีจำกัดจึงไม่สามารถจะซื้อสินค้าตุนได้มากมายนัก” นายเวทิตกล่าว

ซัพพลายเชนสะดุดกระทบกำลังซื้อ

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เป็นห่วงภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากกว่า “กำลังซื้อ” เพราะหากภาคการผลิตต้องหยุดลงอาจจะกระทบต่อการจ้างงานและกำลังซื้อตามมา ดังนั้น สิ่งสำคัญก็คือ รัฐบาลจะต้องจัดหาชุดตรวจ rapid test ออกมาตรวจและคัดแยกผู้ป่วยโดยเร็ว ล็อกไม่ให้มีการระบาดและปรับวิธีการดูแลรักษาผู้ป่วยสีเขียว สีเหลือง และสีแดง

“โรงงานปิด เศรษฐกิจก็ช้ำ ต้องมีการตรวจสอบคัดแยกคนที่ป่วยโดยเร็ว และใช้มาตรการ bubble and Seal ในขณะเดียวกัน ตอนนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องช่วย SMEs ให้เข้าใจถึงสถานการณ์การแพร่ระบาด เพื่อวางระบบป้องกันให้ดีไม่ให้กระทบต่อภาคการผลิต ซึ่งเท่าที่หารือกับที่ประชุม CEO ทั้งหมดพร้อมที่จะช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้กับรายเล็ก ซึ่งขณะนี้กำลังรวบรวมสรุปผลและมาตรการที่ได้จากการหารือ ทำหนังสือเพื่อส่งถึงนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง”

สำหรับการจัดหาชุดตรวจ test kit นั้น ล่าสุดจากการที่หอการค้าฯได้เข้าพบกับทางรองประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ 90 ปี ทางสวิตเซอร์แลนด์ได้บริจาคชุดตรวจซึ่งผลิตโดยบริษัท โรช ให้กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย จำนวน 1,000,000 ชิ้นด้วย

จากการสอบถามไปยังผู้ผลิตสินค้าอาหารสำเร็จรูปรายใหญ่กล่าวถึงการขยายล็อกดาวน์ 29 จังหวัด จะกระทบกำลังซื้อหรือไม่ ตอบได้เลยว่ากำลังซื้อมันลดลงอยู่แล้ว ตอนนี้ทุกคนกลัวกำลังการผลิตมากกว่าว่ากำลังการผลิตจะหายไป อย่างเช่น อุตสาหกรรมอาหาร ที่ห่วงซัพพลายเชน

“เราห่วงเรื่องซัพพลายเชนมากกว่ากำลังซื้อ เพราะดีมานด์ยังไงมันก็ดรอปโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ตอนนี้คนในชุมชนรอบข้างกลัวโรงงานเรา กลัวว่าจะไม่มีคนกล้ามาทำงาน อย่าลืมว่าคนผลิตเพื่อส่งออกกับคนที่ผลิตเพื่อใช้ในประเทศก็คือโรงงานเดียวกัน หากผลิตส่งออกไม่ได้ ในประเทศก็ไม่ได้เช่นกัน ทั้งหมดนี้เราก็หวังว่ามันจะดีขึ้น หากมีการกระจายวัคซีน”

ร้านตู้มือถือปิดตัว

นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด กล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงและลากยาวต่อเนื่อง ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในไตรมาส 2 ที่เกิดการระบาดรอบใหม่ มีผลกับกำลังซื้อชัดเจน ทำให้บางธุรกิจเริ่มไปต่อไม่ไหว เช่น กรณีร้านตู้ขายโทรศัพท์มือถือในห้างสรรพสินค้าจำนวนไม่น้อยไม่สามารถแบกต้นทุนได้

ส่วนรายที่ยังอยู่ต่อก็ต้องปรับตัวด้วยการหันไปเปิดร้านนอกห้างสรรพสินค้า หรือบางรายหันไปขายบนช่องทางออนไลน์เพื่อหารายได้ประคองตัว ขณะที่ผู้บริโภคเองเริ่มมีความกังวลเรื่องการใช้จ่าย รวมถึงโดนเลิกจ้างและลดเงินเดือน

“เราเห็นสัญญาณเรื่องกำลังซื้อมาตั้งแต่ไตรมาส 1 จึงเริ่มปรับตัวด้วยการทำแคมแปญผ่อนมากขึ้น ยอดการซื้อมือถือและสินค้าไอทีผ่านบริการสินเชื่อของทั้งซิงเกอร์ และ Kashjoy (สินเชื่อของเคบีเจแคปปิตอล) เพิ่มขึ้นในทุกไตรมาส เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมีปัญหาด้านการเงิน แต่ยังมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ไอที” ผู้บริหารเจมาร์ทย้ำ

ด้าน นายจักรกฤช วัชระศักดิ์ศิลป์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานผลิตภัณฑ์ การขายและการตลาด บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด เจ้าของเครือข่ายค้าปลีกและส่งสินค้าไอที ภายใต้แบรนด์ “แอดไวซ์” กล่าวว่า สภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อโดยรวมถือว่า “ไม่ดี สินค้าและอุปกรณ์ไอทีที่ยังคงขายได้ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มสินค้าที่มีความจำเป็นทั้งต่อการเรียนและการทำงานที่บ้าน เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และโน้ตบุ๊ก ขณะที่กลุ่มอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ มีการชะลอซื้อชัดเจน”

นายภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริม “โนเกีย” กล่าวถึงผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่บริษัทมีอยู่ประมาณ 3,000 แห่งทั่วประเทศ “ต้องปรับตัวค่อนข้างมาก” เนื่องจากผู้บริโภคลดการเดินทางและไปใช้บริการหน้าร้านลดลง

ดังนั้นจึงเริ่มเห็นตัวแทนจำหน่ายโดยเฉพาะในต่างจังหวัดมีการปรับลดจำนวนพนักงาน ลดการสต๊อกสินค้า และทยอยปิดตัวลง ขณะที่ในกรุงเทพฯ ร้านค้าที่มีสาขาในห้างสรรพสินค้าต้องปิดให้บริการชั่วคราวจากมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งบริษัทปรับแผนระยะสั้นด้วยการเปิดพื้นที่ขายนอกห้างมากขึ้น

“กำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มลดลงชัดเจน โดยเฉพาะตลาดระดับล่าง จะเห็นได้จากยอดขายกลุ่มสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่า 2,000 บาท หายไปกว่า 40% ขณะที่ตลาดระดับกลางหรือกลุ่มที่ซื้อสมาร์ทโฟนระดับราคา 4,000-10,000 บาท เริ่มมองความคุ้มค่าของสินค้าและโปรโมชั่นมากขึ้น แม้จะจำเป็นต้องซื้อเพื่อนำไปใช้ในการทำงาน ส่วนกลุ่มบนที่ซื้อสมาร์ทโฟนราคาตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป ยังไม่ได้รับผลกระทบ”

มอเตอร์ไซค์ได้กลุ่มลูกค้าใหม่

สำหรับตลาดมอเตอร์ไซค์มีรายงานข่าวเข้ามาว่า ผลกระทบจากโควิด-19 ครึ่งปีแรก “ทำให้กำลังซื้อหดหายไปเยอะจริง” แต่มอเตอร์ไซค์ยังเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นทั้งต่อชีวิตประจำวันและระยะหลังคนตกงานเยอะ ผันตัวเองมาทำอาชีพไรเดอร์รับส่งอาหาร และพนักงานส่งของให้กับบริษัทโลจิสติกส์

แหล่งข่าวจากบริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า กล่าวว่า ช่วง 6 เดือนแรกยังถือว่าเป้าการจำหน่ายรถมอเตอร์ไซต์ยังไปได้ดี ทำได้เกือบ 800,000 คัน จากเป้าทั้งปีที่ตั้งไว้ 1.5 ล้านคัน

โดยมีรายงานตัวเลขยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ใหม่ในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.ถึง มิ.ย. 2564) พบว่า มียอดทั้งสิ้น 874,041 คัน โดย 5 อันดับค่ายรถจักรยานยนต์ที่มียอดจดทะเบียนสูงสุด ได้แก่ ฮอนด้า จำนวน 683,804 คัน ตามมาด้วย ยามาฮ่า 132,492 คัน, จีพีเอ็กซ์ 16,914 คัน, เวสป้า 16,211 คัน และคาวาซากิ 4,661 คัน

“ช่วงหลังนี้คนตกงานเยอะก็มาพึ่งอาชีพที่ใช้มอเตอร์ไซค์ ประกอบกับการแข่งขันในตลาดมอเตอร์ไซค์สูงมาก ทำให้การเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์ไม่ได้ยุ่งยากมาก บางยี่ห้อไม่ต้องดาวน์ ดอกเบี้ยก็ต่ำ ผ่อนชำระต่องวดไม่เยอะ ทำให้ตัวเลขการขายดีขึ้นอย่างน่าแปลกใจ”

ต่างจังหวัดธุรกิจพัง

นายบุญชู วิวัฒนาทร อดีตประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจค่อนข้างชะลอตัวลงไปมาก กำลังซื้อตอนนี้หายไปกว่า 50% มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อเดือน เนื่องจากประชาชนไม่มีเงินมาใช้จ่าย นักท่องเที่ยวลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการปิดกิจการกว่า 30% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจร้านอาหาร

“รัฐบาลควรเข้ามาช่วยเหลือ หรือมาอุ้ม SMEs ทุกธุรกิจ เพราะธนาคารก็ไม่ค่อยอยากปล่อยกู้ นโยบายที่ภาครัฐออกมาดูสวยหรู แต่ผู้ประกอบการเข้าไม่ถึง เงื่อนไขค่อนข้างเยอะ เหมือนเป็นการช่วยหลอก ๆ อยากเสนอให้ทางภาครัฐอนุมัติกองทุนหมู่บ้านละ 2 ล้าน อัดงบประมาณ 20,000 ล้านบาท เพื่อที่ประชาชนจะสามารถกู้และนำเงินไปหมุนเวียนในธุรกิจได้ หรือให้ธนาคารปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 1-2%

ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลออกมา อาทิ โครงการคนละครึ่ง หรือโครงการแจกเงินต่าง ๆ มองว่าไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะประชาชนไม่มีเงิน ตกงาน เงินในบัญชีแทบไม่มี”

ด้าน นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ผู้บริหาร “ตั้งงี่สุน” ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งรายใหญ่ จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ภาคธุรกิจทุกอย่างเริ่มดรอปลง เศรษฐกิจไม่ดี กำลังซื้อหด ผู้คนก็ไม่กักตุนอาหารเหมือนที่ผ่านมาแล้ว ด้านผู้ประกอบการค้าหลายคนก็เริ่มถดถอย บางรายต้องปิดกิจการ ธุรกิจพังเพราะภาครัฐไม่มีความชัดเจนในการแก้ปัญหา ทุกอย่างวุ่นวายหมด

นอกจากนี้ โรงงานผู้ผลิตสินค้าของกินของใช้หลายรายก็มีพนักงานติดโควิด-19 ต้องรักษาตัว กำลังการผลิตถูกลด ออร์เดอร์ก็มีปัญหา ผลิตไม่ทัน ส่งสินค้าไม่ได้ ดังนั้น สินค้าก็เริ่มขาดบ้างแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจน ส่วนผู้ประกอบการร้านค้าย่อยที่ถึงกำหนดต้องโอนชำระค่าสินค้าก็ติดต่อขอผัดผ่อนเลื่อนการจ่ายเงินไปโดยปริยายด้วยสภาวะปัจจุบัน

“วันนี้ที่ตั้งงี่สุนเราทำทุกอย่าง มีอะไรแจกได้แจก ลดราคาได้ลด บริษัทผู้ผลิตซัพพลายเออร์รายใหญ่ให้มาเท่าไหร่ ต้องกระจายสินค้าออกให้ได้มากที่สุด ซึ่งการค้าขายตอนนี้ยังขายได้ แต่ผู้บริโภคระวังตัวเรื่องการใช้เงินมาก ทุกอย่างช้าและชะลอตัวหมด

และหากยังอยู่ในภาวะอย่างนี้ต่อไป เศรษฐกิจจะซึมลงจนไม่เหลือในอนาคต อย่างลูกค้ากลุ่มร้านอาหารของตั้งงี่สุ่นที่ปกติจะมาซื้อวัตถุดิบเครื่องปรุงไปทำอาหารขายที่ผ่านมาหายไปเลย ลูกค้าส่วนนี้เหมือนปิดร้าน ปิดกิจการไปแล้ว ภาพที่เห็นตอนนี้ทำให้การซื้อขายหน้าร้านลดลงไป 20-30%” นายมิลินทร์กล่าว

นายโฆษิต เหล่าสุวรรณ ประธานหอการค้าจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า เศรษฐกิจของจังหวัดมหาสารคามต้องปรับตัวกันอย่างหนัก เศรษฐกิจชะลอตัวมาก เพราะทุกอย่างเงียบไปหมด แม้แต่ธุรกิจที่เป็นปัจจัย 4 ของการดำรงชีวิตยังเหนื่อยอยู่มาก

คาดว่าเศรษฐกิจจังหวัดน่าจะติดลบ เพราะการระบาดระลอก 4 มีความต้องการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากพื้นที่สีแดงกลับสู่ภูมิลำเนา แผนกระจายวัคซีนถูกเลื่อนและเปลี่ยน เป้าหมายการประกาศ 120 วันจะเปิดประเทศของนายกรัฐมนตรีเป็นไปได้ยาก ในสิ้นปีนี้แผนงานต่าง ๆ ต้องเลื่อนออกไป ภาคธุรกิจต้องปรับตัวอยู่ให้ได้ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินไปได้

ส่วนนายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวถึงสภาวะเศรษฐกิจร้อยเอ็ด ปี 2564 “น่าจะติดลบไปประมาณ 60%” ภาคธุรกิจที่เหลือพยายามประคองตัวอยู่ด้วยกำลังของตัวเอง “ภาพความเสียหายคาดการณ์ไม่ได้เลย ชนิดที่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

ร้านอาหารหายไปประมาณ 95% ภาคโรงแรมและการท่องเที่ยวลดไป 90% การค้าขายชะลอตัวประมาณ 50% การซื้อขายรถยนต์ลดไป 30% ด้านการเกษตรยังประเมินไม่ได้ โดยเฉพาะข้าว ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดนั้น “ขายได้น้อยมาก เหลือค้างสต๊อกจำนวนมาก”

นายประกอบ ไชยสงคราม ผู้บริหาร “ยงสงวนกรุ๊ป” ผู้ประกอบการค้าปลีก-ค้าส่งรายใหญ่ จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงภาพธุรกิจของยงสงวนตอนนี้ตกลงไปกว่า 30% แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าเกิดจากปัจจัยภายนอกหรือภายในมากกว่ากัน ต้องเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ด้วย

“นับตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สินค้าภายในร้านก็มีขาดหายไปบ้างเกือบทุกประเภท มีปัญหา ทำงานยากขึ้น เพราะการขนส่งล่าช้า ซึ่งสถานการณ์ระบาดของโรคที่รุนแรงขึ้น ไม่อยู่เพียงภายในโรงงานอีกต่อไป แต่มาเบียดเรื่องโลจิสติกส์แล้ว เกือบทุกบริษัทส่งของช้าหมด”