ภูเก็ตยอดโควิดพุ่ง 86 ราย ผู้ว่าฯสั่งตั้ง รพ.สนามเพิ่มแห่งที่ 3 เตรียมรับมือ
“ภูเก็ตแชนด์บอกซ์”
ภูเก็ตยอดติดเชื้อพุ่ง 86 ราย ผู้ว่าฯสั่งตั้ง รพ.สนามแห่งที่ 3 เพิ่ม พร้อมสั่งสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวเสี่ยง อาจต้องปิด ป้องกันด้านความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 รายงานข่าวจากจังหวัดภูเก็ต แจ้งสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดภูเก็ตวันที่ 8 สิงหาคม 2564 (ระลอกเมษายน) เวลา 18.00 น พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 86 ราย แบ่งเป็น ติดเชื้อภายในจังหวัด 81 ราย ผู้ติดเชื้อรับกลับมาภูมิลำเนา 1 ราย และผู้ติดเชื้อ Sandbox 4 ราย
รวมผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 1,571 ราย แบ่งเป็นติดเชื้อภายในจังหวัด 1,507 ราย ผู้ติดเชื้อโครงการรับกลับมารักษา 31 ราย ผู้ติดเชื้อรับจากต่างจังหวัด 9 ราย ผู้ติดเชื้อลูกเรือต่างประเทศ 2 ราย ผู้ติดเชื้อต่างประเทศ 2 ราย ผู้ติดเชื้อ Sandbox 52 ราย
ผู้ติดเชื้อรักษาหายกลับบ้าน 28 ราย ยังคงรักษาพยาบาล 574 ราย เสียชีวิต 14 ราย
นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 จังหวัดภูเก็ต มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกมากขึ้น มีสถานที่กักตัวผู้ป่วยโควิด ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเพิ่มขึ้น รวมทั้งโครงการรับคนกลับบ้านเข้ามาดูแลในโรงพยาบาลสนาม
ปัจจุบันภูเก็ตมีโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 ที่ ม.อ.วิทยาเขตภูเก็ต รองรับได้ 170 เตียง โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต รองรับได้ 300 เตียง
แม้ว่าโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 ผู้ป่วยยังไม่ล้น แต่ต้องเตรียมสถานที่แห่งที่ 3 ไว้รองรับให้เพียงพอ โดยจะใช้สถานที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ตหลังเก่า ปรับปรุงให้เป็นโรงพยาบาลสนาม แห่งที่ 3 รองรับได้ 200-300 คน คาดว่าแล้วเสร็จภายในวันที่ 11 สิงหาคมนี้
นอกจากนี้ เตรียมสถานที่แยกกักผู้ป่วยโควิด-19 ในชุมชน ที่ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จะทำเป็น CI หรือ Community Isolation และในส่วนแรงงานต่างด้าว ได้ตรวจเยี่ยมแคมป์คนงานที่บ้านดอน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ทางแคมป์ให้ความร่วมมืออย่างดี มีสถานที่พักแยกส่วนให้กับกลุ่มเสี่ยง ให้เฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในสถานที่แห่งนั้น ได้ส่งแพทย์เข้าดูแลร่วมกับผู้นำท้องถิ่น มีการวางระบบเรียบร้อย ซึ่งจะต้องจัดสถานที่ให้เพียงพอสำหรับผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะมีการตรวจเชิงรุกจำนวนมากขึ้นทุกวัน
นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตเตรียมสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่เหมาะแก่การท่องเที่ยว โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
“ได้ให้ส่วนที่เกี่ยวข้องไปทำการบ้านมาและมาหารือกันในวันที่ 10 ส.ค.นี้ ในการสำรวจสถานที่เสี่ยง ตรงไหนที่ไม่เหมาะให้นักท่องเที่ยวขึ้นไป อาจต้องปิดก่อน เพราะว่าบางที่ขึ้นไปแล้วไม่มีคนไป เป็นที่เสี่ยง อาทิ น้ำตกโตนลายัน ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวสวิตเซอร์แลนด์ แม้ว่าตอนนี้ยังไม่สั่งปิดก็เหมือนปิดอยู่แล้ว
ในเรื่องนี้ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรจังหวัด และผู้นำท้องถิ่น ต้องหารือกันว่าในแต่ละจุดเป็นอย่างไร ขณะเดียวกันในหมู่บ้านชุมชนต่าง ๆ ที่มีกว่า 100 แห่ง จะให้ผู้นำท้องถิ่นกับอำเภอหารือกันว่าจุดไหนต้องทำอย่างไรในเส้นทางไหนที่อาจจะมีความเสี่ยงสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไป ซึ่งบางคนชอบท่องเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ ชอบเดินป่า จะต้องจัดระบบขึ้นมา
ในส่วนของภาคเอกชน ต้องหารือกันว่าระบบ SHA Plus Manager ในโรงแรม โครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์ เมื่อนักท่องเที่ยวพ้นจากโครงการแล้ว ทำอย่างไรจะทำให้โรงแรมอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในระบบ SHA Plus ติดตามนักท่องเที่ยวได้ และคนภูเก็ตจะช่วยกันเป็นหูเป็นตาได้อย่างไร ซึ่งจะต้องหารือกัน
ในส่วนระบบกล้องวงจรปิด CCTV มีวางระบบนานแล้ว หลายหน่วยงานเป็นเจ้าของ ระบบเชื่อมต่อที่มีมานานอาจจะชำรุด ซึ่งในปีงบประมาณนี้มีโครงการที่จะวางระบบในการเชื่อมโยงต่อ CCTV ขึ้นมา และนำระบบไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่มากขึ้น ในส่วนพื้นที่ไหนที่ยังเป็นจุดอับที่มีอยู่จะหารือกัน” นายณรงค์กล่าว
ช่วงที่ผ่านมาทางจังหวัดจะเน้นการป้องกันโรคโควิดในหมู่บ้านชุมชน จากนี้ไปจะเพิ่มเรื่องความมั่นคงความปลอดภัยขึ้นมาด้วย เช่น ที่กำลังดำเนินการอยู่ที่ด่านท่าฉัตรไชย ในอดีตเป็นด่านความมั่นคง ตอนนี้ให้เพิ่มเป็นด่านตรวจโรคโควิดเพิ่มเข้ามาด้วย เป็นต้น

