“PETE เปลปกป้อง” นวัตกรรมฝีมือคนไทย เกราะคุ้มกัน “ด่านหน้า” สู้โควิด
เปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ออกแบบจากความต้องการใช้งานจริง
เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือชีวิตของผู้คนที่สูญเสีย สิ้นหวัง และเจ็บปวด การมีอุปกรณ์การแพทย์ที่ช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก
เป็นที่มาของ “PETE เปลปกป้อง” (Patient Isolation and Transportation Chamber) เปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ ซึ่งทีมนักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ภายใต้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อโควิดระหว่างผู้ป่วยกับบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นหน่วยงานวิจัยแรกๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นำนวัตกรรมมาพัฒนาเปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในสถานการณ์โควิดอย่างจริงจัง
ด้วยนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์และช่วยเหลือชีวิตทุกคนได้จริง “PETE เปลปกป้อง” จึงเป็นหนึ่งในไฮไลต์เด่นของมหกรรมสุขภาพออนไลน์ครั้งสำคัญแห่งปี “Healthcare 2021 วัคซีนประเทศไทย” #เราจะฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน ที่ มติชน ข่าวสด และประชาชาติธุรกิจ ภายใต้ “เครือมติชน” ผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 18-22 สิงหาคมนี้ นำเสนอผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้ง 3 สื่อ ได้แก่ เฟซบุ๊กมติชน ข่าวสด และประชาชาติธุรกิจ และยูทูบมติชน ทีวี
ในงาน Healthcare 2021 เครือมติชนยังร่วมกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ “BEM” สนับสนุนการมอบ “PETE เปลปกป้อง” จำนวน 10 ตัว รวมมูลค่า 2.5 ล้านบาท แก่โรงพยาบาล 5 แห่ง แห่งละ 2 ตัว ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ และ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ทั้งหมดด้วยความเชื่อมั่นว่า นวัตกรรมของคนไทยต้องช่วยคนไทยได้ในยามวิกฤติ

ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล
ลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัย
ก่อนหน้านี้ MTEC มุ่งการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัยและผู้มีข้อจำกัดทางร่างกาย เช่น แอคทีฟ เบด ช่วยในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง พัฒนาเทคโนโลยีเทเลเมดิซีน พัฒนาเอ็กโซสเกเลตัน หรืออุปกรณ์สวมใส่ช่วยให้แขนขาเคลื่อนไหวคล่องตัวขึ้น สอดรับกับ “เศรษฐกิจสูงวัย” ที่กลุ่มผู้สูงวัยมีกำลังซื้อสูง แต่เมื่อโควิดระบาดในไทยตั้งแต่ต้นปี 2563 MTEC ก็ปรับกลยุทธ์มาคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเพื่อรับมือโควิด
ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการ MTEC เล่าว่า ช่วงต้นของการระบาด ผู้บริหารและนักวิจัยของ MTEC หารือกันว่า จะมีส่วนช่วยเหลือสังคมได้อย่างไรบ้าง สิ่งสำคัญที่พบขณะนั้นคือ บุคลากรทางการแพทย์ขาดแคลนชุดป้องกันและมีความลำบากในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เพราะไม่มีอุปกรณ์เพียงพอ โดยเฉพาะเปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อ ที่ต้องใช้เปลระบบความดันลบ แม้มีจำหน่ายในท้องตลาด แต่ก็เป็นเปลนำเข้าจากต่างประเทศ มีราคาแพง และยังมีข้อจำกัดในการใช้งานหลายอย่าง
“เพื่อให้การพัฒนานวัตกรรมใช้ได้ผลจริง ทีมนักวิจัย MTEC จึงทำงานร่วมกับหมอหลายๆ ที่ ทั้งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ฯลฯ ว่าต้องการเปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มีคุณสมบัติแบบไหนบ้าง ซึ่งในการออกแบบ ทีมนักวิจัยใช้การทำงานที่เรียกว่า design thinking คือเข้าใจปัญหาของผู้ใช้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เกิดเป็นนวัตกรรม PETE เปลปกป้อง”
ด้าน ดร.กฤษดา ประภากร รองผู้อํานวยการ MTEC ก็เสริมว่า เปลส่วนใหญ่มีน้ำหนักมาก และถ้าชิ้นส่วนเสียหายหรืออะไหล่ไม่พอก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ได้ ทีมนักวิจัย MTEC จึงนำความเชี่ยวชาญเรื่องวัสดุมาพัฒนา ใช้วัสดุน้ำหนักเบา พับเก็บสะดวก ไม่ใช้วัสดุที่เป็นโลหะ เพื่อให้เข้าเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ได้ ที่สำคัญคือมีต้นทุนราว 250,000 บาท ถูกกว่าเปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยนำเข้า ที่มีราคา 600,000-700,000 บาท โดยยังคงคุณภาพและมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับสากลไว้ครบถ้วน
ผู้อำนวยการ MTEC บอกด้วยว่า “PETE เปลปกป้อง” มีความแข็งแรง ทนทาน มีการกรองเชื้อไม่ให้เล็ดลอดออกมา จึงช่วยลดความเสี่ยงของบุคลากรทางการแพทย์ที่ช่วยเหลือผู้ป่วย สร้างความมั่นใจในการปฏิบัติงานยิ่งขึ้น นับถึงตอนนี้ MTEC ผลิตเองแล้วร่วม 20 ตัว และมีบริษัทเอกชนที่รับถ่ายทอดสิทธิเป็นผู้ผลิตในเชิงอุตสาหรรม ส่งมอบให้โรงพยาบาลต่างๆ ไปแล้วราว 20 ตัว โดยมีแผนจะส่งมอบภายในสิ้นปีนี้ราว 100 ตัว พร้อมมองถึงโอกาสในอนาคต ที่ไทยอาจเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายในภูมิภาคหรือขยายไปถึงระดับโลก สอดรับกับอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ที่เป็น “นิว เอส-เคิร์ฟ” ของไทย
“MTEC ต้องขอบคุณเครือมติชนและพันธมิตร ที่สนับสนุนการผลิต PETE เปลปกป้อง เพื่อส่งมอบให้โรงพยาบาลต่างๆ ความตั้งใจของเราคือขยายผลให้เกิดการใช้งานในวงกว้าง และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่รับผลิตเปลนี้
“ในวิกฤติทุกคนมีความทุกข์ เราก็ทุกข์ แต่เราต้องแปลงความทุกข์นี้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมให้ได้ ยิ่งในสถานการณ์นาทีเป็นตายของผู้ป่วย เราได้เห็นการทำงานหนักหนาของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน โดยมีอุปกรณ์ที่ MTEC พัฒนาไว้ใช้งาน เราก็ดีใจที่ได้มีส่วนช่วยให้ทุกคนผ่านสถานการณ์นี้ไปได้”

ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ
เปลปกป้อง พร้อมพกพา
แม้จะเริ่มลุยพัฒนานวัตกรรม “PETE เปลปกป้อง” ได้ราว 1 ปีครึ่ง แต่เปลดังกล่าวก็พัฒนามาแล้วถึง 7 เวอร์ชัน สะท้อนการทำงานอย่างหนักของทีมนักวิจัย ที่ต้องการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้เหมาะกับการใช้งานมากสุดในสถานการณ์โควิด
ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ นักวิจัยอาวุโส หัวหน้าห้องปฏิบัติการการออกแบบและแก้ปัญหาอุตสาหกรรม หน่วยวิจัยการออกแบบและวิศวกรรม MTEC เล่าว่า ทีมนักวิจัย 8 คน ได้รับโจทย์ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ว่า โรงพยาบาลต่างๆ มีความต้องการเปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยระบบความดันลบ จึงแบ่งหน้าที่กันทำงาน มีทั้งนักวิจัยที่ออกแบบระบบความดันลบ ระบบการฆ่าเชื้อ การกรองอากาศ นักวิจัยที่ออกแบบวัสดุเพื่อนำมาใช้งานจริง และนักวิจัยที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูลและสัมภาษณ์
หลังจากเก็บข้อมูลและผลิตเปลต้นแบบ โดยเลือกใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในประเทศเป็นหลักแล้ว ก็นำไปทดลองใช้งานจริงหลายที่ อาทิ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ แล้วนำความเห็นมาปรับปรุงพัฒนาให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น
“เวอร์ชันแรกเข้าเครื่องเอกซเรย์ไม่ผ่าน เพราะมีวัสดุโลหะอยู่นิดหนึ่ง เราจึงลองปรับเปลี่ยนหลายครั้งจนเข้าได้ หรือขนาดของแคปซูลเราก็ทำยาว 2 เมตร ให้เหมาะกับรูปร่างผู้ป่วย ส่วนตัวเปลรองรับน้ำหนักผู้ป่วยสูงสุด 250 กิโลกรัม เพราะหน้างานเราเจอผู้ป่วยที่หนักเกิน 100 กิโลกรัมเยอะมาก ขณะที่เปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอื่นๆ รองรับได้ 120-150 กิโลกรัมเท่านั้น” ดร.ศราวุธ ยกตัวอย่าง

เพื่อให้พอเห็นภาพ ดร.ศราวุธ อธิบายส่วนประกอบของ “PETE เปลปกป้อง” ว่า มีด้วยกัน 3 ชิ้นส่วนหลัก
ส่วนแรก คือ “แคปซูล” หรือห้องแยกผู้ป่วย เป็นพลาสติกใส มีช่องใส่กระดานรองหลังใต้แคปซูล มีช่องสำหรับร้อยสายเครื่องช่วยหายใจและสายน้ำเกลือ และมีถุงมือสำหรับทำหัตถการ 8 จุดรอบเปล
ส่วนที่สอง คือ ส่วนสร้างความดันลบ เป็นกล่องเล็กๆ มีระบบกรองอากาศด้วยแผ่นกรองประสิทธิภาพสูง 99.995% (เฮป้า ฟิลเตอร์) และฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี-ซี ก่อนปล่อยอากาศสู่ภายนอก
ส่วนที่สาม คือ ระบบควบคุมแรงดันอากาศแบบอัตโนมัติ ซึ่ง MTEC จดสิทธิบัตรไว้ สามารถควบคุมระบบอากาศและแจ้งเตือนผู้ใช้กรณีที่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น
เมื่อใช้งานเสร็จ สามารถใช้น้ำยาผสมกับน้ำและใช้ปืนพ่นที่มีความปลอดภัย พ่นทำความสะอาดภายในและภายนอกได้ทันที จากนั้นทิ้งไว้ให้แห้งไม่เกิน 5 นาที ก็สามารถพับแคปซูลเก็บในถุง เป็นการประหยัดพื้นที่ และพร้อมใช้งานสำหรับผู้ป่วยรายต่อไปได้
“นอกจากจะสร้างความปลอดภัยให้ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ก็ปลอดภัยด้วย จากที่ใส่เฟซชีลด์ ใส่ชุดพีพีอี พอมีเปลนี้ก็เหมือนด่านแรกที่ป้องกันการกระจายเชื้อ การช่วยเหลือต่างๆ ก็ทำได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น”

จุดเด่นของเปลนี้คือน้ำหนักเบา พับเก็บง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก
“PETE เปลปกป้อง” ไม่จำเป็นต้องใช้ในสถานการณ์โควิดอย่างเดียวเท่านั้น เพราะสามารถใช้ได้กับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจอื่นๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ วัณโรค ซาร์ส ฯลฯ เพื่อลดความเสี่ยงต่างๆ และขณะนี้กำลังวางแผนพัฒนาเวอร์ชันที่ 8 โดยเน้นลดต้นทุนการผลิต เพราะโรงพยาบาลทั่วประเทศต้องการเปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจำนวนมาก แต่ไม่มีกำลังพอจะซื้อ
“เป้าของเราคือทำคุณภาพให้ดีกว่าเดิมและลดต้นทุนให้ต่ำลง ต้องขอบคุณเครือมติชนและพันธมิตรที่เข้ามาสนับสนุน ทำให้เราสามารถกระจายความช่วยเหลือไปได้เยอะขึ้น
“จากเดิมที่นวัตกรรมช่วยสนับสนุนคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดีขึ้น มาตอนนี้เกินกว่าเพิ่มคุณภาพชีวิตแล้ว เพราะเป็นการรักษาชีวิตของผู้ป่วยและทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เขาได้กลับไปเจอครอบครัวและคนที่รักอีกครั้ง” ดร.ศราวุธ ปิดท้าย

การใช้งาน “PETE เปลปกป้อง” ในสถานการณ์จริง (ภาพจาก รพ.วิภาวดี ผ่าน MTEC)
เรื่อง: สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์
ภาพ: วรวิทย์ พานิชนันท์