เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ดูทั้งหมด

ดีมานด์แรงงานไทย ไปอิสราเอลพุ่ง เกษตร-ร้านอาหาร รายได้ครึ่งแสน

25 ส.ค. 2564 | 12:51น.

กระทรวงแรงงงาน ส่งแรงงานไทยไปอิสราเอลต่อเนื่องใน 4 อุตสาหกรรม นายจ้างมีความต้องการเพิ่มอีกพันคน รับรายได้กว่า 5 หมื่นบาทต่อเดือน

วันที่ 25 สิงหาคม 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแรงงานไทยจำนวน 142 คน ที่กำลังจะเดินทางไปทำงานในภาคเกษตรที่ประเทศอิสราเอล ภายใต้โครงการ “ความร่วมมือไทย-อิสราเอล เพื่อการจัดหางาน (Thailand-Israel Cooperation on the Placement of Workers : TIC) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย

นายสุชาติกล่าวว่า การไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลได้รับความนิยมจากคนไทยอย่างมาก เพราะมีรายได้ดี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้กระทรวงแรงงานประสานงานกับอิสราเอล เจรจาเชิงการทูต เพื่อจัดสรรโควตาเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันนายจ้างอิสราเอลก็มีความต้องการจ้างแรงงานไทยเพิ่มจากโควตาเดิมด้วย โดยยังต้องการแรงงานไทยเข้าไปทำงานอีก 1,000 คน

“ท่านนายกฯกำชับเรื่องความปลอดภัยของแรงงานอย่างมาก เพราะเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้วในอิสราเอลมีเหตุการสู้รบภายในประเทศทางตอนเหนือ แต่ตอนนี้สถานการณ์ดีขึ้น ซึ่งเราส่งแรงงานของเราไปทางตอนใต้ จึงไม่ได้รับผลกระทบ และแรงงานเองก็ไม่มีความกังวลใจ เพราะหลายคนรับข่าวสร้างจากเพื่อนที่อยู่ที่อิสราเอลต่อเนื่อง”

“ทั้งนี้ แรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศเปรียบเป็นฮีโร่ เพราะเป็นส่วนที่นำรายได้เข้าเมืองไทยจำนวนมาก และถึงแม้เรามีอีกฝั่งที่เป็นการนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน คือ เมียนมา กัมพูชา และลาว แต่เมื่อเทียบกับการส่งออกแรงงานไทยที่ถึงแม้จำนวนน้อยกว่าแรงงานนำเข้า แต่ว่าสร้างเม็ดเงินเข้าได้มากกว่า”

นายสุชาติกล่าวด้วยว่า การไปทำงานต่างประเทศไม่เพียงได้ประโยชน์ทางด้านรายได้ แต่แรงงานสามารถเพิ่มพูนความรู้ และนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจหรือการเกษตรของตนเองในประเทศไทย เป็นต้นทุนประกอบอาชีพในอนาคต

“กระทรวงแรงงาน โดยกรมจัดหางานก็พยายามจะขยายตลาดการส่งออกแรงงานมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากอิสราเอล เรามีส่งแรงงานไปประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน สวีเดน และฟินแลนด์อย่างต่อเนื่อง”

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า วันนี้มีแรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานภาคเกษตรในรัฐอิสราเอล จำนวน 142 คน โดยแรงงานเหล่านี้จะเดินทางด้วยเที่ยวบินของสายการบิน El Al Israel Airlines เที่ยวบินที่ LY 088 ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทยเวลา 23.55 น. และมีกำหนดถึงปลายทางกรุงเทลอาวีฟ เวลา 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

“คนงานเหล่านี้จะต้องกักตัว 14 วัน เมื่อครบกำหนดจะได้รับวัคซีนไฟเซอร์ตามมาตรการรัฐอิสราเอล ในแต่ละปีประเทศไทยได้รับโควตาในการจัดส่งปีละ 5,000 คน สำหรับปีงบประมาณนี้มีการจัดส่งไปแล้วจำนวน 5,440 คน ไม่นับรวมที่เดินทางวันนี้ 142 คน และวันที่ 30 สิงหาคมนี้อีก 200 คน ซึ่งถือว่าจัดส่งได้มากกว่าเป้าหมาย เป็นไปตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลอิสราเอล”

มีระยะเวลาการจ้างงานครั้งแรก 2 ปี และสามารถทำงานได้ไม่เกิน 5 ปี 3 เดือน ขึ้นอยู่กับการต่ออายุใบอนุญาตการจ้างแรงงานต่างชาติของนายจ้างและวีซ่าการทำงานตามกฎหมายรัฐอิสราเอล โดยแรงงานไทยจะได้รับเงินเดือนขั้นต่ำก่อนหักภาษีเดือนละ 5,300 เชเกลอิสราเอล หรือประมาณ 54,590 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น)

ปัจจุบันรัฐบาลอิสราเอลมีนโยบายลดการนำเข้าแรงงานต่างชาติ เนื่องจากอัตราการว่างงานในประเทศสูง จึงอนุญาตเท่าที่จำเป็นเท่านั้น โดยกำหนดประเภทงานที่อนุญาตให้แรงงานต่างชาติสามารถทำได้ 4 ภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม ภาคบริการร้านอาหาร/ภัตตาคาร ภาคการดูแลคนชรา/คนพิการ และภาคก่อสร้าง

ซึ่งมีแรงงานไทยทำงานอยู่ในอิสราเอลทั้งสิ้น 25,000 คน โดยนายจ้างอิสราเอลยังมีความต้องการจ้างแรงงานไทยเพิ่มจากโควตาปี 2564 อีก 1,000 คน ส่วนหนึ่งเพราะแรงงานไทยมีฝีมือและมีความสื่อสัตย์จนเป็นที่ต้องการของนายจ้าง

นายไพโรจน์อธิบายต่อว่า กระบวนการจัดส่งของกรมการจัดหางาน มีการคัดเลือกที่โปร่งใสตั้งแต่การรับสมัคร การสัมภาษณ์ การทำสัญญาจ้างงาน และการตรวจสอบข้อมูลจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเดินทางแรงงานไทยทั้งหมดจะได้รับการอบรมเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในประเทศและการปฏิบัติตัว วิธีเดินทางออกและกลับเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมาย สัญญาจัดหางาน สัญญาจ้างงาน ช่องทางการติดต่อขอความช่วยเหลือหน่วยงานราชการไทยในต่างประเทศ และสิทธิประโยชน์กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ

“ผู้สนใจเดินทางไปทำงานในรัฐอิสราเอลสามารถติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ www.doe.go.th/overseas และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว