เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Economic CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
ดูทั้งหมด

อิปซอสส์ ชี้โควิด-เศรษฐกิจตกต่ำ ฉุดความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยดิ่งสุดอาเซียน

03 ก.ย. 2564 | 13:58น.

โควิด-เศรษฐกิจตกต่ำ ทำดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยรั้งท้ายอาเซียน ชี้สถานะการเงินคนไทยย่ำแย่ เร่งรัดเข็มขัด งดซื้อสินค้ามูลค่าสูง บ้าน-รถยนต์ แนะแบรนด์ใหม่เลื่อนเปิดตัวหวั่นแป้ก ขณะที่สุขภาพจิตคนไทย 6 เดือนลดฮวบเป็นประวัติการณ์ ยอดฆ่าตัวตายเทียบวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง

วันที่ 3 กันยายน 2564 การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ต่อเนื่องและลากยาวตลอด 2 ปี ส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความกังวล และกระทบจนถึง “ดัชนีความเชื่อมั่น” ที่เป็นคีย์หลักในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเป็นฟันเฟืองหนุนภาพรวมจีดีพีในประเทศให้เติบโตต่อไปได้

จึงเป็นที่มาที่ “อิปซอสส์” ทำการวิจัยชุดพิเศษ “วิกฤตการณ์โควิด 4 ระลอก กับการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์และทัศนคติ ที่ส่งผลกระทบต่อตลาด เศรษฐกิจ และสังคม พร้อมปัจจัยเพื่อการปรับตัวและวางแนวทางให้กับภาคธุรกิจ และภาครัฐ” ในตลาดสำคัญ 6 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศไทย ในกลุ่มประชากรอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 3,000 คน ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

นางสาวอุษณา จันทร์กล่ำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิปซอสส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำการวิจัยตลาด เปิดเผยว่า ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยมีแนวโน้มดิ่งลงต่อเนื่องในระลอกที่ 1 และตกต่ำที่สุดในระลอกที่ 3 ต่อเนื่องระลอกที่ 4 หรือตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดคลัสเตอร์ทองหล่อจนถึงปัจจุบันที่มีอัตราการติดเชื้อสูงจากเชื้อโควิดกลายพันธุ์เดลต้า ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อทะลุถึงหลักหมื่นคน

ทั้งนี้ ความกังวลหลัก ๆ ของผู้บริโภคไทยยังคงเป็นเรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตท่ามกลางสถานการณ์โควิด 

ขณะที่อีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค คือ ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศ โดยผู้บริโภคไทยกลายเป็นประเทศที่มีความมั่นใจเกี่ยวกับอนาคตของเศรษฐกิจในประเทศตนเองรั้งท้ายผลการสำรวจ ขณะที่ประเทศฟิลิปปินส์และเวียดนามที่มีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจค่อนข้างดี ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับสูงที่สุด

และ 1 ใน 3 ของคนไทยกว่า 64% ยังรู้สึกว่าสถานะการเงินของตนเองเข้าขั้นย่ำแย่มาก ส่งผลให้ในช่วงนี้คนไทย 80% ยังคงระมัดระวังการใช้เงินอย่างรัดกุม และตัดการซื้อสิ่งของที่ไม่จำเป็น อาทิ สิ่งของที่มีมูลค่าสูงอย่างรถยนต์หรือบ้าน ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้ มีอัตราลดลงตั้งแต่การแพร่ระบาดโควิดระลอกที่ 3 

ส่วนพฤติกรรมการจับจ่ายที่มีการซื้อมากขึ้นอย่างชัดเจน คือ กลุ่มสินค้าเพื่อนำไปประกอบอาหารที่บ้าน  กลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด กลุ่มของใช้ส่วนบุคคล ซึ่งล้วนสอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันทั้งสิ้น

Advertisement

อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลง ยังกระทบต่อการเลือกเปิดใจลองสินค้าใหม่ของแบรนด์ต่าง ๆ อีกด้วย ดังนั้น ในช่วงนี้อาจจะยังไม่เหมาะกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของภาคธุรกิจนัก เพราะอาจเปิดตัวแล้วได้รับผลตอบรับค่อนข้างน้อย จึงควรชะลอหรือเลื่อนการเปิดตัวออกไปก่อน นอกเสียจากว่าสินค้าตัวดังกล่าวจะสอดรับกับพฤติกรรมและเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการในช่วงนี้จริง ๆ 

นอกจากนี้ ปัจจัยโควิด-เศรษฐกิจถดถอย ยังส่งผลกระทบไปถึงความมั่นใจในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การรวมญาติ  ออกไปทานอาหารนอกบ้าน และท่องเที่ยวในประเทศ  

โดยสัดส่วนของกิจกรรมที่ทำการสำรวจ คือ ไปเยี่ยมญาติและเพื่อนถึงบ้าน  41% ท่องเที่ยวภายในประเทศ  32%  ไปภัตตาคาร-ร้านอาหาร 28% ใช้บริการขนส่งมวลชน 26% ไปโรงยิมหรือสถานออกกำลังกาย 24% ร่วมกิจกรรมด้านวัฒนธรรม 22% ท่องเที่ยวต่างประเทศ 20% ตามลำดับ

ส่วนกรณีมาตรการการออกรับประทานอาหารนอกบ้าน อาจต้องมีการฉีดวัคซีนให้ครบ หรืออาจต้องตรวจ ATK นำมาซึ่งต้นทุนที่สูงขึ้น ประเด็นดังกล่าว นางสาวอุษณาแสดงทรรศนะว่า อาจส่งผลกระทบให้ผู้บริโภคบางส่วนงดการเดินทางออกข้างนอก เนื่องจากความยุ่งยาก ในขณะที่ผู้บริโภคบางส่วนอาจยังยินดีเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น เพื่อต้องการผ่อนคลายนอกบ้าน

อย่างไรก็ตาม หากกล่าวถึงในแง่ของความเจ็บป่วยทางจิต จากการที่ประชาชนต้องอยู่ท่ามกลางผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิดมาเป็นเวลายาวนานต่อเนื่อง พบว่า ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา คนไทยมีอัตราเสียสุขภาพจิตอย่างรุนแรง และถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

โดยสังเกตได้จากอัตราการฆ่าตัวตายเทียบเท่ายุควิกฤตการเงินต้มยำกุ้งในปี 2540 ยิ่งกว่านี้ความล่าช้าของวัคซีนและข้อมูลที่ไม่ชัดเจน ตลอดจนข่าวบิดเบือนที่แพร่กระจายขยายวงกว้าง ได้สร้างความเข้าใจผิดในเรื่องผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน กลายเป็นสาเหตุหลักของการลังเลใจในการรับวัคซีน ขณะที่ประเทศอื่น ๆ พร้อมใจรับการฉีดวัคซีนทันทีที่ให้บริการ แต่ประเทศไทยกลับตรงข้าม เห็นได้จากอัตราความลังเลใจที่ลดลง  เมื่อเปรียบเทียบระหว่างระลอก 3 กับระลอก 4 ที่ 79% และ 69%  ติดลบ 10% ดังนั้น จึงนำมาซึ่งความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อทั้งภาครัฐ และภาคธุรกิจ ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้  

ประเด็นที่ประชาชนคนไทยคาดหวังสูงสุดจากภาครัฐ 5 อันดับแรก ได้แก่ 56% มาตรการป้องกันพนักงานให้ปลอดภัยและพ้นภัยโควิด, 36% ควบคุมราคาสินค้าและบริการตลอดจนภาวะเงินเฟ้อ, 34% สร้างงานคุ้มครองการจ้างงาน, 26% มาตรการการช่วยเหลือและสนับสนุนด้านการเงินให้ครัวเรือน  และ 24% สร้างงานและคุ้มครองการจ้างงาน ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน

ส่วนความคาดหวังจากภาคธุรกิจ หลัก ๆ คือ ด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยสำคัญที่ธุรกิจจะต้องนำมาพิจารณา เพื่อเตรียมแผนการรองรับใน 6 เดือนต่อไป โดยเรียงตามลำดับ ดังนี้  53% ป้องกันพนักงานให้ปลอดภัยและพ้นภัยโควิด, 46% ควบคุมราคาสินค้าและบริการ, 41% จ่ายค่าจ้างที่เป็นธรรมให้พนักงาน, 30%  มีส่วนช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการสร้างงาน  และ 29% ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการอุดหนุนสินค้าของพ่อค้าในท้องที่