เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิตาเลียนไทย ผลัดใบ ตั้ง ‘ธรณิศ กรรณสูต’ นั่งประธานบริหาร แทน ‘เปรมชัย’ เกษียณอายุ
Real Estate อิตาเลียนไทย ผลัดใบ ตั้ง ‘ธรณิศ กรรณสูต’ นั่งประธานบริหาร แทน ‘เปรมชัย’ เกษียณอายุ
5 ทศวรรษ “ไทยซัมมิท” ปรับตัวเปลี่ยนผ่านรับมือ EV-AI 
50th Impact 5 ทศวรรษ “ไทยซัมมิท” ปรับตัวเปลี่ยนผ่านรับมือ EV-AI 
‘Gemini 4 Argon’ ปฏิวัติงานเอกสาร-ภาษี-สัญญา ชนะขาด GPT-6 แต่ติดเงื่อนไขใหญ่เดียว!
Tech ‘Gemini 4 Argon’ ปฏิวัติงานเอกสาร-ภาษี-สัญญา ชนะขาด GPT-6 แต่ติดเงื่อนไขใหญ่เดียว!
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 67,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 67,100 บาท
SET แกว่งสร้างฐาน จับตาจ้างงานสหรัฐ-น้ำท่วม ชูหุ้นพลังงาน-AI-สื่อสาร
Finance SET แกว่งสร้างฐาน จับตาจ้างงานสหรัฐ-น้ำท่วม ชูหุ้นพลังงาน-AI-สื่อสาร
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม สหรัฐเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 เข้าสู่พื้นที่ความขัดแย้ง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม สหรัฐเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 เข้าสู่พื้นที่ความขัดแย้ง
ส่องเทรนด์ REIT ทั่วโลก พลิกเกมดอกเบี้ยสูง-ค่าเช่าโต KS เปิด 5 กองเด่นในไทย
Finance ส่องเทรนด์ REIT ทั่วโลก พลิกเกมดอกเบี้ยสูง-ค่าเช่าโต KS เปิด 5 กองเด่นในไทย
เขย่าพอร์ตไฟฟ้า GPSC ชู SMR ตอบโจทย์ 3 สมดุล
Economic เขย่าพอร์ตไฟฟ้า GPSC ชู SMR ตอบโจทย์ 3 สมดุล
ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 4 ปี จับตา 5 ปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า

26 ก.ย. 2564 | 08:56น.
Thai baht banknotes and coins

เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 4 ปี ก่อนฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วน ขณะที่หุ้นไทยปรับขึ้นจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ผลประชุมกนง. (29 ก.ย.) ความชัดเจนแผนเปิดประเทศ สถานการณ์โควิด ทิศทางเงินลงทุนจากต่างประเทศ ตลอดจนสถานการณ์ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จีน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาททยอยอ่อนค่าสอดคล้องกับแรงขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ และแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวมท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของจีน

นอกจากนี้เงินดอลลาร์ฯ ก็ได้รับแรงหนุนจากถ้อยแถลงของประธานเฟดที่สะท้อนว่า เฟดอาจเริ่มชะลอวงเงินมาตรการ QE ในเร็วๆ นี้ (อาจเป็นเดือนพ.ย.) ขณะที่ dot plot ชุดใหม่ของเฟดบ่งชี้ว่า ดอกเบี้ยของสหรัฐฯ อาจมีการปรับขึ้นในปีหน้า อย่างไรก็ดีเงินบาทฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ตามสกุลเงินเอเชียอื่นๆ

ในวันพฤหัสบดี (23 ก.ย.) เงินบาทอ่อนค่าทดสอบแนว 33.60 ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 4 ปี ก่อนจะกลับมาปิดที่ระดับ 33.25 เทียบกับ 33.22 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (17 ก.ย.)

ค่าเงินบาท-26 ก.ย.64

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (27 ก.ย.-1 ต.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.00-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมกนง. เม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ สถานการณ์โควิด และรายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนส.ค. ของธปท.

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตเดือนก.ย. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย และ PCE/Core PCE Price Indices เดือนส.ค. จีดีพีไตรมาส 2/64 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามสถานการณ์ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์และข้อมูลกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค. ของจีน รวมถึงดัชนี PMI เดือนก.ย. ของจีน ยูโรโซน และสหรัฐฯ

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,631.15 จุด เพิ่มขึ้น 0.34% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 97,121.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.25% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.24% มาปิดที่ 555.55 จุด

หุ้นไทยร่วงลงแรงช่วงต้นสัปดาห์ตามตลาดหุ้นภูมิภาค ท่ามกลางความกังวลต่อปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ของจีน ก่อนจะปรับตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ตามแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งน่าจะได้รับอานิสงส์หากมีการปรับเกณฑ์คัดหุ้นเข้าดัชนี SET50 และ SET100 ประกอบกับมีข่าวการปรับโครงสร้างธุรกิจของธนาคารรายใหญ่แห่งหนึ่ง

นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังมีแรงหนุนจากแรงซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติช่วงปลายสัปดาห์ด้วยเช่นกัน

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (27 ก.ย.- 1 ต.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,610 และ 1,600 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,645 และ 1,655 จุด ตามลำดับ

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมกนง. (29 ก.ย.) ความชัดเจนเกี่ยวกับแผนเปิดประเทศ สถานการณ์โควิด ทิศทางเงินลงทุนจากต่างประเทศ ตลอดจนสถานการณ์ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จีน

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้/รายจ่ายส่วนบุคคล และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนี PCE/Core PCE เดือนส.ค. ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ย. ตลอดจนจีดีพีไตรมาส 2/64

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ข้อมูลดัชนี PMI เดือนก.ย.ของจีน ยอดค้าปลีกเดือนส.ค.ของญี่ปุ่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนก.ย. ของยูโรโซน ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ย.ของญี่ปุ่นและยูโรโซน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท