เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Economic สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Amity ปักหมุดสำนักงาน-ศูนย์วิจัย AI แห่งใหม่ใน ‘สิงคโปร์’
Tech Amity ปักหมุดสำนักงาน-ศูนย์วิจัย AI แห่งใหม่ใน ‘สิงคโปร์’
‘ศุภจี’ เปิดใจชีวิต รมว.หญิง “เน้นงาน ไม่เน้นคอนเทนต์” ดัน เปิดเกมดีลสหรัฐฯ-จีน-ยุโรป – ดัน OCN คุมเกมแพลตฟอร์ม
Economic ‘ศุภจี’ เปิดใจชีวิต รมว.หญิง “เน้นงาน ไม่เน้นคอนเทนต์” ดัน เปิดเกมดีลสหรัฐฯ-จีน-ยุโรป – ดัน OCN คุมเกมแพลตฟอร์ม
ชัชชาติ ประกาศสร้างแน่ สะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา คืนตลาดจตุจักรให้การรถไฟฯ
Economic ชัชชาติ ประกาศสร้างแน่ สะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา คืนตลาดจตุจักรให้การรถไฟฯ
ค่าย “ชิปเอเชีย” ระดมทุนใหญ่ 2 ฟากโลก
Tech ค่าย “ชิปเอเชีย” ระดมทุนใหญ่ 2 ฟากโลก
เดินไปในดาวอังคาร  เจรจาเพื่อชาติ เน้นทำงาน ไม่เน้นพูด
Politics เดินไปในดาวอังคาร  เจรจาเพื่อชาติ เน้นทำงาน ไม่เน้นพูด
ก.ล.ต.-บก.ปอศ. ร่วมสอบปากคำ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ตัวจริง ยันเจ้าตัวให้ความร่วมมือ วันนี้ (10 ก.ค.)
Finance ก.ล.ต.-บก.ปอศ. ร่วมสอบปากคำ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ตัวจริง ยันเจ้าตัวให้ความร่วมมือ วันนี้ (10 ก.ค.)
สุดสัปดาห์นี้ เชียร์ ‘ก้อง สมเกียรติ’ –  ทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี ในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนาม 8
Automotive สุดสัปดาห์นี้ เชียร์ ‘ก้อง สมเกียรติ’ – ทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี ในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนาม 8
‘อนุทิน’ ชี้ ‘ทักษิณ’ มีสิทธิเดินสายต่างประเทศ ไม่ได้ไปในฐานะรัฐบาล
Politics ‘อนุทิน’ ชี้ ‘ทักษิณ’ มีสิทธิเดินสายต่างประเทศ ไม่ได้ไปในฐานะรัฐบาล
เอเชีย เอรา วัน แจง “หนังสือขอสิ้นสุดสัญญาไฮสปีด”  ไม่ใช่ถอนตัวทันที
Economic เอเชีย เอรา วัน แจง “หนังสือขอสิ้นสุดสัญญาไฮสปีด” ไม่ใช่ถอนตัวทันที
ดูทั้งหมด

ปรับทัพองค์กรสู้โควิด ภาระ HR เคียงบ่าเคียงไหล่ผู้นำ

30 ก.ย. 2564 | 11:11น.
วิโรจน์ วงศ์สถิรยาคุณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารศักยภาพองค์กร บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (กลาง) ฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์ CEO & Co-Founders จาก SkillLane (ซ้าย) พรทิพย์ อัยยิมาพันธ์ Founder and CEO, PacRim Group (ขวา)

จากสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปหลาย ๆ ด้าน ด้วยผลกระทบของโควิด-19 ส่งผลให้โลกของการทำงานเปลี่ยนตามไปด้วยจนอาจไม่มีวันเหมือนเดิม สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ในฐานะองค์กรวิชาชีพด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์ จึงจัดงาน Thailand Learning & Development Forum 2021 ขึ้นในรูปแบบออนไลน์

ภายใต้แนวคิด “Next Normal of Human Development : Post-COVID-19 is the age of new learning experiences” โดยมีวิทยากรเข้าร่วมกว่า 30 ท่าน มาแบ่งปันแนวคิดในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงหลังวิกฤตโควิด-19 นับจากนี้ ซึ่งช่วงหนึ่งของงานมีการกล่าวถึงเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น โจทย์ธุรกิจที่เปลี่ยนไป และบทบาทของ L&D (learning & development) และ HR จะต้องเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ? เพื่อนำพาองค์กรไปสู่ยุคใหม่

เทรนด์เปลี่ยนองค์กรต้องเปลี่ยน

“วิโรจน์ วงศ์สถิรยาคุณ” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารศักยภาพองค์กร บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันมีเทรนด์เกิดขึ้นมากมายที่ทำให้ภาคธุรกิจต้องตั้งรับอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ green, net zero, การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, สมาร์ทดิจิทัล, นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือแม้แต่การเปลี่ยนขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจจากเดิมที่เคยอยู่ที่อเมริกา แต่ตอนนี้จีน, อินเดียเริ่มมีบทบาทมากขึ้น

“ขณะที่เทรนด์เหล่านี้กำลังวิ่งเข้ามา แต่วิกฤตโควิดก็พุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็วมาก ทำให้เกิดผลกระทบกันอย่างมหาศาล เศรษฐกิจย่ำแย่ หลายภาคส่วนถูกดิสรัปต์ด้วยกลไกบางอย่าง อย่างรวดเร็วไม่ทันตั้งตัว ดังนั้น เราจึงเห็นธุรกิจหลายแห่งต้องปรับตัวหาพาร์ตเนอร์ชิปด้วยการนำเอไอมาใช้มากขึ้น ทั้งยังมีการปรับพอร์ตโฟลิโอให้ดูหลากหลายมากขึ้น”

สำหรับประเทศไทยโควิดทำให้ GDP ลดลง อัตราการว่างงานเพิ่มมากขึ้นถ้าเทียบระหว่างไตรมาสแรกของปี 2563 กับปี 2564 พบว่าเพิ่มขึ้นจาก 4 แสนคน กลายเป็น 7.5 แสนคน และยิ่งจะเพิ่มมากขึ้น แสดงว่าเศรษฐกิจไม่ดี การจ้างงานอยู่ในสภาพแย่ ขณะเดียวกันก็พบการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก โดยแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่

หนึ่ง ทำให้องค์กรมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น จากนโยบาย work from home (WFH) องค์กรเริ่มยืดหยุ่นกับการทำงานบนโลเกชั่นใหม่ ๆ ขณะเดียวกัน ก็มีการพิจารณาถึงต้นทุนทางด้านพนักงานว่ามีมากน้อยแค่ไหน และมีวิธีการจ้างงานแบบอื่นหรือไม่ เน้นการจ้างพนักงานแบบชั่วคราว หรือรับฟรีแลนซ์มากขึ้น รวมทั้งพิจารณาคนที่มีทักษะหลากหลาย ถ้าไม่รับคนเพิ่มพนักงานเดิมก็ต้องมีการอัพสกิล รีสกิลตนเอง

สอง คนก้าวออกจาก comfort zone องค์กรเน้นการสร้างคนให้มีคุณค่ามากขึ้น พนักงานเป็นฝ่ายเรียกร้องให้มีการฝึกอบรมในเรื่องที่ต้องการอยากจะพัฒนาตนเอง ผมคิดว่ากว่า 60% องค์กรเริ่มให้คนไปเรียนรู้สายงานอื่นที่เขาสนใจอยากจะรู้ด้วยตนเอง และเกือบ 50% อยากเรียนจากผู้รู้จริง และเป็นหน้าที่ HR ที่ต้องเตรียมแพลตฟอร์มในการเตรียมพร้อมเรื่องนี้

สาม มีการนำดิจิทัลมาใช้มากขึ้นในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการฝึกอบรม พนักงานมีความต้องการเป็น smart office

สี่ วัฒนธรรมองค์กรเป็นแบบ remote working และการดูแลพนักงานจะเน้นเรื่อง well-being มีการดูแลพนักงานในเรื่องความเครียด เพราะเมื่อองค์กรมีการทำงานจากบ้านมากขึ้น ทำให้คนเริ่มเหนื่อยกับงานจึงเริ่มมีการวางแผนจัดการความเครียด มีการปรึกษาทางการแพทย์

“จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้ตอนนี้ HR กำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า unnormal challenge ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่จะ Grow Beyond เพราะ HR จะไม่ได้เป็นงานหลังบ้านแล้ว แต่จะเป็นผู้วางกลยุทธ์และพัฒนาคนในองค์กร”

“โดยภาพรวมต้องดูว่าคนในองค์กรมีความรู้ความสามารถด้านดิจิทัลหรือไม่ มีเทคนิคหรือสกิลอะไรที่สนใจ ที่สำคัญเรื่องของซอฟต์สกิลก็เป็นอีกบทบาทหนึ่งที่ HR จะต้องส่งเสริมให้เกิดขึ้น คือต้องหาวิธีทำให้คนในองค์กรคิดเป็น และสามารถนำความคิดไปครีเอตได้ และพนักงานต้องทำงานร่วมกับคนอื่นได้ สื่อสารได้ หลาย ๆ อย่างต้องมีการอัพเลเวลพอสมควร และ HR ต้องช่วยลีดเดอร์วางแผนกลยุทธ์องค์กร”

เน้นเพิ่มทักษะพนักงาน

“วิโรจน์” กล่าวต่อว่า กรณีศึกษาของไทยออยล์วันนี้เรามีการทำงานจากที่บ้าน 99% การพัฒนาคนของเรา เราก็มองเรื่องของสกิลเป็นหลัก ทำอย่างไรให้คนของเรามีสกิลมากขึ้น ปรับคนในองค์กรให้มีความสมดุลมากขึ้น ไม่มีการลดคนออก แต่จะมีการเพิ่มทักษะใหม่ ๆ ให้พนักงานสามารถทำงานหลากหลาย ปีนี้เราทำ strategic capability โดยการสร้าง Explorer Sandbox เป็นโครงการพิเศษในการเร่งให้คนในองค์กรมีความรู้ความสามารถผ่านการเรียนรู้โดยตรง

“ซึ่งเราเรียกว่าทีม Ex หรือ Explorer Team โดยในทีมจะประกอบไปด้วย business development, commercial, R&D, technologist, engineer, finance และทั้งทีมจะประกอบไปด้วยลีดเดอร์ 1 คน ซึ่งทีม EX นี้จะมีหน้าที่ดำเนินโครงการสำคัญ ๆ โดยตรง ส่งผลให้การทำงานเป็นไปอย่างคล่องแคล่วว่องไวมากขึ้น”

“ส่วนเรื่อง way of work เราเน้นย้ำเรื่องการสอบถามฟีดแบ็กจากพนักงานอยู่เสมอ ประกอบด้วยหลายด้านด้วยกัน คือ เรื่องผลลัพธ์จากการทำงานในแต่ละวัน ฟีดแบ็กเรื่องความเป็นอยู่และสุขภาพจิต สุขภาพใจของพนักงาน เรื่องเครื่องมืออำนวยความสะดวกต่อการทำงาน”

โควิดทำธุรกิจเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่

ขณะที่ “ฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์” CEO & Co-Founders จาก SkillLane กล่าวว่า ในสถานการณ์โควิดแบบนี้เราจะผ่านไปได้ต้องใช้ศักยภาพของคน ขณะนี้หลายองค์กรรายได้หดหายต้องหาวิธีสร้างรายได้เสริม เช่น ร้านสะดวกซื้อมีดีลิเวอรี่ส่งถึงบ้าน ใครจะคิดว่าธนาคารจะเปิดธุรกิจส่งอาหาร สายการบินขายขนม เราได้เห็นกลยุทธ์ใหม่ ๆ จากองค์กรที่เราไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น เห็นองค์กรต่างอุตสาหกรรมเข้ามาทำคริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrency) โดยได้อานิสงส์จากเงินเฟ้อที่เป็นผลพวงจากโควิด

“ดังนั้น ก็เกิดคำถามอีกว่าแล้วโควิด-19 จะจบเมื่อไหร่ ชีวิตเราจะกลับไปเหมือนเดิมได้เมื่อไหร่ ผมว่ามันจะไม่กลับมาเหมือนเดิม แต่ก็ไม่มีใครรู้คำตอบที่ถูกต้องว่าเราควรทำอย่างไรกับอนาคต แม้แต่คนที่เก่ง ๆ ยังมองเห็นไม่ตรงกัน อย่างการ WFH ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าดีหรือไม่ดี ส่วนทิศทางเอไอที่บอกว่าจะเข้ามาแทนที่คน ผู้ที่เชี่ยวชาญยังมองไม่ตรงกัน เช่น อีลอน มัสก์ บอกว่า เอไอจะฉลาดกว่ามนุษย์ไม่เกิน 5 ปี สุดท้ายจะน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ อันตรายกว่านิวเคลียร์ หน่วยงานรัฐจึงต้องควบคุม”

“นอกจากนั้น มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยังมองว่า เอไอจะมาสร้างผลกระทบที่ดีทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น เราควรจะสนับสนุนไม่ใช่ไปชะลอ ขณะที่กระแสเงินอิเล็กทรอนิกส์คริปโทฯทั่วโลกมองว่าเป็นอนาคตของการเงิน บิตคอยน์มีคุณค่ามหาศาลแต่คนไม่เห็นด้วย ซึ่งเอไอและอนาคตการเงินจะมีผลกระทบต่อเราอย่างไรไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ ๆ โลกจะผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และกำกวมกว่าเดิม”

HR ต้องเข้าใจสถานการณ์

“ฐิติพงศ์” กล่าวต่อว่า ดังนั้น HR ต้องเตรียมความพร้อมทำให้คนพร้อมเจอกับทุกสถานการณ์ เราต้องเข้าใจสถานการณ์ว่าจะพัฒนาไปทางไหน ที่แน่ ๆ การดำเนินธุรกิจจะเปลี่ยนไป องค์กรมีกลยุทธ์ใหม่ ๆ มีวิธีหารายได้ใหม่ ๆ

อีกทั้งจากนี้ความคาดหวังของพนักงานจะเปลี่ยนแปลงไปเพราะงานกับชีวิตถูกกลืนเข้าหากัน จากที่เคยคาดหวังรายได้สวัสดิการก็อาจจะคาดหวังอะไรที่มากกว่านั้น เช่น เริ่มคิดแล้วว่าบริษัทแคร์หรือเชื่อใจเขาหรือไม่ นอกจากนี้ IBC สำรวจมาพบว่าโลกหลังจากนี้สโคปงานของคนจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ 1 เดือนเปลี่ยน หรือ 2 สัปดาห์เปลี่ยน HR ต้องเริ่มคิดแล้วว่าจะเทรนอย่างไรเมื่อลักษณะงานของคนเปลี่ยนแปลงไป ขณะเดียวกันองค์กรก็ต้องการทักษะใหม่ ๆ จากพนักงาน โดยเฉพาะทักษะความเป็นผู้นำกับพนักงานด่านหน้าที่ต้องใกล้ชิดลูกค้า

“ผลกระทบเหล่านี้จะส่งผลให้ L&D เปลี่ยนแปลงด้วยอย่างการรีสกิล อัพสกิล ก่อนหน้านี้การเทรนจะเป็นบนลงล่าง HR ต้องหามาว่าพนักงานแต่ละแผนกควรเรียนอะไร เป็นการเทรนแบบเรียนไปก่อน อาจยังไม่ต้องใช้ทำงาน ทุกคนได้รับการเรียนเหมือนกัน”

“แต่ตอนนี้การเรียนต้องไดนามิกเป็นล่างขึ้นบน พนักงานเลือกได้เองอยากเรียนอะไร สโคปงานเปลี่ยน เมื่อเจองานใหม่ ๆ เขาอยากเรียนรู้งานตรงนี้ ต้องสามารถเรียนรู้ได้เลย สามารถเลือกได้ว่าจะเรียนอะไร และการเรียนต้องเป็นแบบทันที just in time เช่น พรุ่งนี้จะ feedback ลูกน้อง ก็ต้องสามารถเรียนได้เลยว่า หลักการ feedback ที่ดีทำยังไง ใช้เวลา 5 นาทีเข้าไปเรียนได้เลย ตอนนี้ HR ต้องคิดแล้วว่าจะเอา HR เทรนไปรวมกับ human experienceได้อย่างไร”

เตรียมพร้อมสำหรับคนอนาคต

ผลตรงนี้จึงสอดคล้องกับแนวคิดของ “พรทิพย์ อัยยิมาพันธ์” Founder and CEO, PacRim Group ที่กล่าวว่า ตอนนี้ทุกองค์กรจะต้องคุยกันว่าจะเตรียมคนอย่างไรให้พร้อมสำหรับอนาคต ดังนั้น คนที่ทำ L&D ก็จะต้องคำนึงอยู่ 3 เรื่องคือ

หนึ่ง เราจะคิดต่างจากเดิมอย่างไร

สอง เราต้องสร้างอะไรให้กับองค์กร

และสาม เวลาเหลือน้อย โอกาสก็มีในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วเราจะลงมือทำอย่างไร

ขณะที่ลีดเดอร์เองก็ต้องตั้งคำถามว่า ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าเราเตรียมองค์กรของเราพร้อมแค่ไหนที่จะรับมือกับสิ่งที่ไม่แน่นอนต่าง ๆ นอกจากจะทำให้ธุรกิจอยู่รอดแล้ว ก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับก้าวต่อไปในอนาคตด้วย ยังมีเรื่องที่รออยู่อีกมาก จะสร้างองค์กรให้แข็งแรงกว่าเดิมอย่างไร ใส่ใจเรื่องคนในองค์กร ความอยู่รอด ความเป็นอยู่ ลีดเดอร์ต้องให้ความสำคัญทั้งหมด

“ต้องยอมรับว่าความท้าทายของลีดเดอร์ เมื่อก่อนคืออาจจะคิดกลยุทธ์ล่วงหน้าได้ แต่ตอนนี้กลยุทธ์ต้องปรับแทบทุกเดือน ปรับไปเรื่อย ๆ พร้อมกับลงมือปฏิบัติ มีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น จากนั้นก็ต้องดูว่าวัฒนธรรมองค์กรรองรับวิธีการทำงานแบบใหม่หรือไม่ อีกความท้าทายสำคัญที่ลีดเดอร์ต้องคิดคือเงินก็ต้องประหยัด แต่บางอย่างก็ต้องลงทุน เมื่อลีดเดอร์กำลังเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้ แล้ว HR จะแบ่งเบาภาระนี้อย่างไรได้บ้าง”

“การปรับโครงสร้าง เรากำลังบอกว่าจะให้คนในองค์กรไปรีสกิล อัพสกิล แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเรียนรู้เรื่องอะไรก็ได้ สิ่งที่ไปเรียนจะต้องสร้างอิมแพ็กต์ให้กับองค์กรจริง ๆ เพราะเราไม่สามารถฟุ่มเฟือยไปกับการเรียนรู้ที่ไม่ได้ใช้งาน เพราะรู้เยอะก็ใช่ว่าองค์กรจะประสบความสำเร็จ”

“การเรียนรู้ต้องมองเรื่องอิมแพ็กต์ด้วยเพราะเมื่อก่อนองค์กรสามารถเติบโตได้ด้วยลีดเดอร์ที่เก่งเพียงไม่กี่คนได้แต่วันนี้ไม่เชื่อว่าองค์กรจะนำทีมได้ด้วยลีดเดอร์เก่งเพียงอย่างเดียว เพราะคนที่เก่งก็ไม่ได้แปลว่าจะประสบความสำเร็จซะทีเดียว ดังนั้น ควรจะสร้างทีมให้เข้มแข็งและแข็งแรงเพราะการสร้างทีมนั้นสำคัญกว่า”

“ดังนั้น บทบาทของ L&D และ HR จึงต้องหาคอนเทนต์ดี ๆ มาช่วยพัฒนาคน เป็นลักษณะของ power skills เน้นในเรื่องของเชิงคุณภาพ ไม่ใช่เชิงปริมาณ มีความยืดหยุ่นในเรื่องเวลา แล้วมีการนำไปปฏิบัติในองค์กร เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และเรียนรู้ตลอดเวลา และขาดไม่ได้คือการหาเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อรองรับความยืดหยุ่นการทำงานที่เพิ่มมากขึ้น และต้องมองถึงทักษะในอนาคตที่จำเป็น เช่น analytical thinking, critical thinking, ความคิดสร้างสรรค์, นวัตกรรม, การแก้ปัญหาซับซ้อน, การรับมือกับความเสี่ยง ฯลฯ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การทำงาน