เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ศบค.สุ่มตรวจ 5 ตลาด กทม.เจอติดโควิดอีก-4 จว.ใต้ยอดป่วยใหม่-ตายพุ่ง

04 ต.ค. 2564 | 15:45น.

ศบค.ห่วง 4 จังหวัดใต้ยอดป่วยใหม่-เสียชีวิตยังเพิ่มต่อเนื่อง ทำยอดรวมผู้ติดเชื้อทะลุ 21 %ของประเทศไปแล้ว เผยสุ่มตรวจ 5 ตลาดในกทม. พบติดเชื้อใหม่เพิ่ม 75 ราย ขณะที่พบคลัสเตอร์ใหม่อีกหลายจังหวัด แถมมีรายงานร้านอาหารลักลอบขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย 

วันที่ 4 ตุลาคม 2564 แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ดควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศว่า ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 ผู้ป่วยรายใหม่ 9,930 ราย หายป่วยแล้ว 1,493,077 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,618,499 ราย และ เสียชีวิตสะสม 17,017 ราย

ส่วนข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 มีผู้หายป่วยแล้ว 1,520,503 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,647,362 ราย และ เสียชีวิตสะสม 17,111 ราย

ส่วนผู้มารับการฉีดวัคซีน ข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 83,168 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 164,888 ราย เข็มที่ 3 จำนวน 33,014 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 3 ตุลาคม 2564 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 55,150,481 โดส และเฉพาะวัคซีนเข็ม 1 ฉีดไปแล้ว 32.98 ล้านคน คิดเป็น 45.8% ของจำนวนประชากร

อันดับไทยพุ่ง 27 ของโลก

ขณะที่สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก ข้อมูล ณ วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม 2564 เวลา 10.00 น. มียอดผู้ติดเชื้อรวม 235,718,694 ราย อาการรุนแรง 87,005 ราย รักษาหายแล้ว 212,581,692 ราย และเสียชีวิต 4,815,893 ราย

สำหรับอันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 44,518,437 ราย 2. อินเดีย จำนวน 33,834,243 ราย 3. บราซิล จำนวน 21,468,121 ราย 4. สหราชอาณาจักร จำนวน 7,900,680 ราย 5. รัสเซีย จำนวน 7,586,536 ราย

ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 27 ของโลกจากจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม จำนวน 1,647,362 ราย

ชี้หลัง 1 ต.ค. ผู้ป่วยใหม่อาจเพิ่มได้จากคลายล็อกกิจการ

แพทย์หญิงอภิสมัยว่า วันนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่คงทำให้หลายท่านเกิดความสบายใจ อย่างไรก็ตามเราเพิ่งมีการผ่อนคลายตามประกาศฉบับที่ 34 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ทำให้มีการผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมมากขึ้น ซึ่งทางกระทรวงสาธารรสุขก็มีการคาดการณ์ว่าอาจมีตัวเลขที่ขยับขึ้นสูงเกินหมื่นรายได้

แต่อย่างไรก็ตามถ้ายังแตะที่หมื่นราย หรือหมื่นนิด ๆ ยังถือว่าเป็นไปในทิศทางที่สาธารณสุขยอมรับได้ เพราะเมื่อเราเปิดกิจการ กิจกรรมให้พี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการสามารถดำเนินชีวิตใกล้เคียงปกติมากขึ้น การติดเชื้อเพิ่มจำนวนบ้าง แต่ถ้ายังอยู่ในระดับที่ระบบสาธารณสุขยอมรับได้ ถือได้ว่ายังเป็นไปในทิศทางที่ยอมรับได้

และในวันนี้มีรายงานผู้เสียชีวิต 97 ราย ต่ำกว่า 100 ราย และมีผู้หายป่วยกลับบ้าน 12,336 ราย และยังคงรักษาตัวอยู่ 109,748 ราย ในจำนวนนี้อาการหนัก 3,071 ราย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 719 ราย

แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าวว่า สำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่ทางศบค.ค่อนข้างเป็นห่วง ซึ่งได้นำเรียนมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว คือจังหวัดภาคใต้ 4 จังหวัดที่วันนี้ตัวเลขอยู่ที่ 1,968 ราย ซึ่งถ้าไปดูทิศทางของเปอร์เซ็นต์จะเห็นว่ากราฟแสดงชัดเจนว่า 4 จังหวัดภาคใต้ยอดผู้ติดเชื้อขึ้นไปถึง 21% เมื่อคิดกับจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ โดย กทม.และปริมณฑลวันนี้อยู่ที่ 2,021 ราย หรือคิดเป็น 21 % เมื่อเทียบกับทั้งประเทศ ขณะที่ต่างจังหวัด 67 จังหวัด ตัวเลขอยู่ที่ 5,572 ราย คิดเป็น 58%

“กรุงเทพและปริมณฑลก่อนหน้านี้จะเห็นว่าตัวเลขสูงกว่าทุกจังหวัด แต่วันนี้จะเห็นว่าทิศทางลดลง ทั้งในส่วนของ กทม.และปริมณฑล และอีก 67 จังหวัด แต่ทิศทางของชายแดนใต้ใน 4 จังหวัดจากอยู่ที่ 17% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วันนี้ขึ้นมาเป็น 21 %” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว

ขณะเดียวกันเมื่อดูรายงานของผู้เสียชีวิตจะเห็นว่า ใน 4 จังหวัดภาคใต้ และรวมจังหวัดภาคใต้อื่นด้วย คือภูเก็ต นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี สุราษฎร์ธานี ตรัง พัทลุง สงขลา ระนอง กระบี่ รวม 11 จังหวัดมียอดผู้เสียชีวิตรวมแล้วอยู่ที่ 27 คน

และถ้าดูใน 10 อันดับแรกที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด จะเห็นว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด โดยวันนี้ 10 อันดับแรกเป็นจังหวัดภาคใต้ถึง 5 จังหวัด ได้แก่ ยะลา 764 ราย ชลบุรี 594 ราย สงขลา 484 ราย ปัตตานี 406 ราย สมุทรปราการ 382 ราย นราธิวาส 314 ราย นครศรีธรรมราช 313 ราย ราชบุรี 300 ราย และระยอง 297 ราย

“สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขเป็นห่วงคือรายงานจากการสอบสวนโรค ประวัติของผู้ป่วย ของผู้ติดเชื้อ ยังพบว่ายังมีการพบผู้ติดเชื้อในการสัมผัสใกล้ชิดในครอบครัวเกิดขึ้นแล้ว อย่างเช่นก่อนหน้านี้จะเป็นลักษณะการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน เป็นคลัสเตอร์ เป็นโรงงาน แต่ตัวเลขของภาคใต้ตอนนี้เริ่มมีการรายงานการสัมผัสใกล้ชิด นั่นหมายความว่าผู้ติดเชื้ออาจจะมาสถานที่ทำงาน การเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง ตอนนี้นำเชื้อเข้าสู่ครอบครัวและทำให้เกิดการติดเชื้อภายในครอบครับ คนใกล้ชิด ก็คงต้องฝากไปยังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ด้วย” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว และว่า

พบร้านอาหารลักลอบขายเครื่องดื่มแอลกอออล์

และอย่างที่นำเสนอเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังมีรายงานของหาดใหญ่ จ.สงขลา ยังมีรายงานของ ร้านอาหารเปิดเกินเวลา มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย โดยการรายงานระบุว่าใส่อยู่ในแก้วพลาสติก ธรรมดาที่คล้าย ๆ เป็นแก้วน้ำดื่ม แต่จริง ๆ แล้ว เป็นการลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอออล์ คงต้องขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันกำชับมาตรการ ขณะเดียวกันก็ขอบคุณประชาชน ที่รายงานเข้ามาด้วย

“ไม่ถือว่าเป็นการตำหนิติเตียน แต่ถ้าเราต้องการช่วยให้มาตรการนั้นดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ลดจำนวนผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิตของจังหวัดสงขลา หรือภาคใต้ได้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เราต้องร่วมด้วยช่วยกันรายงานและนำไปสู่การปรับปรุง” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว

นอกจากนี้ เมื่อดูความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนในภาคใต้ จากเดิมตามเป้าหมายเราจะมีการฉีดวัคซีนกลุ่ม 607 ให้ได้ 70 % ล่าสุดยอดรวมของ 4 จังหวัดชายแดนใต้ จ.นราธิวาส เข็ม 2 เพิ่งจะอยู่ที่ 22.4% ปัตตานีอยู่ที่ 19.6% ยะลา 28.2% สงขลา 28.5 % ซึ่งตามเป้าหมายต้องให้ครอบคลุม 50%

แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าวว่า สำหรับ 4 จังหวัดภาคใต้เป็นกลุ่มจังหวัดที่อยู่ในกลุ่มสีแดงเข้ม ได้รับการจัดสรรวัคซีนเพียงพอ ขอให้กำลังใจ สสจ. เข้าใจว่าท่านทำงานหนัก แต่ยอดฉีดวัคซีนยังไม่เป็นไปตามเป้า ก็ขอให้เพิ่มศักยภาพและขอให้หน่วยงานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลในพื้นที่ ภาครัฐและเอกชน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาหลักของภาคใต้ ขอให้ช่วยระดมค้นหาผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ เพื่อที่จะ ให้เข้ามารับวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมายด้วย

“วันนี้เป็นวันแรกที่มีการฉีดวัคซีนให้กับเด็ก ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ ศบค.ได้ลงตรวจเยี่ยมที่โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ เขตห้วยขวาง กทม. และวันนี้ยอดคิกออฟฉีดวัคซีนเด้กที่ลงทะเบียนไฟเซอร์ไว้ 12 ขึ้นไป จากยอดรวมที่ 3.5 ล้านทั่วประเทศ ก็จะระดมฉีดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

คาดเปิดเรียน 1 พ.ย.พร้อมกัน

นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคได้แนะให้ทุกสถานที่ฉีด เน้นย้ำมาตรการด้านสาธารณสุข ให้เว้นระยะห่าง ดูแลเรื่องความแออัด อย่าให้จุดฉีดวัคซีนกลายเป็นสถานที่แพร่ระบาด ซึ่งจะทำให้โรงเรียนกลายเป็น Covid Free Setting กลายเป็นโรงเรียนปลอดโควิดต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการระดมฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการศึกษาไปก่อนหน้านี้แล้ว ลำดับถัดไปก็จะเป็นเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง และเด็กพิเศษ ด้วย ซึ่งอาจจะทำให้เราเห็นการเปิดโรงเรียนพร้อม ๆ กันในช่วงวันที่ 1 พ.ย.นี้ ซึ่งคงต้องรอดูความคืบหน้ากันต่อไป

นอกจากนี้ วันนี้ภูเก็ตมีรายงานการฉีดวัคซีนเข็ม 3 อยู่ที่ 193,754 คน ซึ่งเป็นการเพิ่มตัวเลขอย่างรวดเร็ว เพราะภูเก็ตใช้วิธีการฉีดแบบ เข้าใต้ผิวหนัง ทำให้ยอดการฉีดวัคซีนก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวด้วย

พบคลัสเตอร์ใหม่หลายจว. กทม.สุ่มตรวจ 5 ตลาดเจอป่วย 75 คน

ส่วนอื่น ๆ มีรายงานคลัสเตอร์โรงงานที่ชลบุรี สงขลา สมุทรปราการ พัทลุง ตัวเลขที่รายงานสูงเป็นเรือนจำ ส่วน กทม.เป็นเรื่องของแคมป์คนงาน ที่กรุงเทพเหนือ กรุงเทพตะวันออก ทาง กทม.ก็ได้เน้นย้ำว่า สำนักงานเขต สำนักงานโยธา ก็ได้เข้าไปดูแคมป์คนงาน แม้บางแคมป์ที่ยังไม่มีการระบาดแพร่เชื้อก็มีการไปเฝ้าระวังสุ่มตรวจเป็นระยะๆด้วย รวมทั้งตลาดด้วยที่มีการสุ่มตรวจ ใน 5 ตลาด ใน กทม. พบรายงานผู้ติดเชื้อ 75 ราย คิดเป็น 5 % ซึ่งคงต้องเน้นย้้ำไปยังพื้นที่อื่น ๆ ด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญคนต่างชาติหรือแรงงานต่างด้าวไร้สิทธิการรักษา เมื่อเจ็บป่วยก็ดูแลอย่างถูกต้องไม่มีเลือกปฏิบัติ โดยมีการของบกลางมาใช้จ่าย แม้เขาจะไม่มีสิทธิเบิกเพื่อมาช่วยดูแลรักษาคนเหล่านี้ และยังมีการหารือกับ รพ.สังกัด กทม. สมาคม รพ.เอกชน สามารถที่จะให้แรงงานต่างด้าวไร้สิทธิเข้าถึงกระบวนการการรักษาที่มีมาตรฐานด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศบค.