“ประยุทธ์” แบก พปชร.ทัวร์น้ำท่วม ภูมิใจไทย ปักหมุดเพิ่ม ปชป.ดึงเลือดใหม่
ปี่กลอง-นับถอยหลังเลือกตั้ง หลังร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (มาตรา 83 และมาตรา 91) “บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ” และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) เลือกตั้ง ส.ส.-พรรคการเมืองคลอดออกมา
“วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี “เนติบริกร” กางไทม์ไลน์ร่างรัฐธรรมนูญประกาศลงในราชกิจจาฯไม่เกินวันที่ 2 มกราคม 2565 เช่นเดียวกับ “กฎหมายลูก” ว่าด้วยการเลือกตั้งกรกฎาคมปีหน้า ได้เห็นหน้าเห็นหลัง
สอดรับกับการลงพื้นที่ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” สัปดาห์ละ 1-2 จังหวัด วันไหนร่างกายพร้อม-ฟิตจัด 2-3 จังหวัดยังกลับมาประชุมคณะกรรมการระดับชาติ-แถลงการณ์เวทีระดับโลกในวันรุ่งขึ้น
การลงพื้นที่บางครั้งประชุมเช้า ลงพื้นที่เที่ยง-บ่าย กลับตกเย็น บางวัน “ควง 2 จังหวัด”
แม้กระทั่ง “วันหยุดราชการ” พล.อ.ประยุทธ์ก็ได้ปรับลุก-สลัดภาพ “ข้าราชการประจำ” ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน-ให้กำลังใจประชาชน เรียกเสียงเชียร์-สุดเสียง แต่บางจังหวัดก็มีเสียงต้าน
พลังประชารัฐ ขี่กระแสประยุทธ์
นับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ “เซ็นแฟ้มที่บ้าน” สลับทำงานตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนจะกลับมาประชุมคณะรัฐมนตรี “เต็มคณะ” เดินสาย-ลงพื้นที่ไปแล้ว 10 จังหวัด โดยมี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐไปคอยต้อนรับประกบซ้าย-ขวา จังหวัดแรกวันที่ 12 กันยายน 2564 จ.สมุทรปราการ ตรวจเยี่ยมสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ตรวจความพร้อมแผนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง
สนามเลือกตั้ง “เมืองปากน้ำ” รับประกันความดุ-เดือด “เจ้าถิ่น” บ้านใหญ่อัศวเหม “ผูกขาด” การเมืองท้องถิ่น “ขาอีกข้าง” เกี่ยวกับการเมืองระดับชาติ-ส.ส.พลังประชารัฐ “โบ๋” ไปเพียง 1 ที่นั่ง จาก 7 ที่นั่ง เลือกตั้งครั้งหน้า “แรงตก” เมื่อไหร่ เพื่อไทย-ก้าวไกล “สอยร่วง”
จังหวัดที่ 2 วันที่ 15 กันยายน 2564 จ.ชัยนาท ประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้ จ.ชัยนาท พลังประชารัฐ “เก็บแต้ม” ไม่ยากเย็น 2 ที่นั่ง บ้านใหญ่นาคาศัย-สงฆ์ประชา ยัง “แข็งโป๊ก”
จังหวัดที่ 3 วันที่ 17 กันยายน 2564 จ.ชลบุรี ตรวจเยี่ยมโรงงานตามโครงการ Factory Sandbox ตรวจติดตามความก้าวหน้าสถานีดาวเทียมและศูนย์กลางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอวกาศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์มหาชน) (GISTDA)
พื้นที่นี้ของพลังประชารัฐยัง “แข็งแกร่ง” กวาดไป 5 ที่นั่ง จาก 8 ที่นั่ง มี “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น เป็น “ตัวชูโรง”
จังหวัดที่ 4 วันที่ 22 กันยายน 2564 จ.เพชรบุรี ตรวจสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำและแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำเพชรบุรี เตรียมความพร้อมรองรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวพื้นที่นำร่อง
“เมืองเพชร” พลังประชารัฐ “กวาดยกจังหวัด” 3 ที่นั่ง
จังหวัดที่ 5 วันที่ 26 กันยายน 2564 จ.สุโขทัยตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอศรีสำโรง โดยพื้นที่ของพลังประชารัฐ ที่มี “สมศักดิ์ เทพสุทิน” แกนนำสามมิตรเป็น “คีย์แมน” เกณฑ์ ส.ส.เข้าสภาไม่ครบ 3 ถูก “เจาะ” ไป 1 ที่นั่งให้ “ภูมิใจไทย”
รักษาฐานที่มั่น-เจาะยางเพื่อไทย
จังหวัดที่ 6 วันที่ 29 กันยายน 2564 จ.ชัยภูมิ และแวะที่ จ.นครราชสีมา ตรวจสถานการณ์อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรจากเฮลิคอปเตอร์ ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัย มอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนอำเภอเมืองชัยภูมิ
“แดนชัยภูมิ” พลังประชารัฐ “แหกด่าน” เพื่อไทยมาได้เพียง 2 จาก 6 ที่นั่ง เจอกระแส “โทนี่ วูดซัม” เที่ยวหน้า “หืดขึ้นคอ”
จังหวัดที่ 7 วันที่ 30 กันยายน 2564 จ.นนทบุรี ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา การก่อสร้างแนวกำแพงป้องกันน้ำท่วม และเยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ
ไม่แปลกใจ “พล.อ.ประยุทธ์” ต้อง “เปลี่ยนเส้นทาง” จากเสียงต้าน เพราะ “เมืองนนท์” เพื่อไทยกวาดไป “เกือบยกจังหวัด” มีบ้านใหญ่เรี่ยวแรง “แหวกอากาศ” มาเพียงคนเดียว
จังหวัดที่ 8 วันที่ 7 ตุลาคม 2564 จ.นครศรีธรรมราช ตรวจการบริหารจัดการน้ำในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่สะพานคลองหน้าเมือง (จุดตั้งเครื่องสูบน้ำ) ตรวจแผนการป้องกันอุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
กระแส “พล.อ.ประยุทธ์” กับ “คนเมืองคอน” ยังขายได้ “ตีป้อมค่าย” ประชาธิปัตย์ “แตกกระเจิง” จนต้องหยอดคำหวาน “รักจังฮู้”
จังหวัดที่ 9 วันที่ 15 ตุลาคม 2564 จ.อุบลราชธานี ตรวจเยี่ยมแหล่งเรียนรู้พลังงานทดแทน “โคกอีโด่ยวัลเล่ย์” ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำ และการใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าโดยใช้นวัตกรรม “โซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดกับพลังน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” เขื่อนสิรินธร
อุบลราชธานี ฐานเสียงเพื่อไทย-คนเสื้อแดง และยัง “ทิ้งร่องรอย” สมรภูมิเก่าอย่างประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ จึง “เบียด” มาเพียง 1 ที่นั่ง
จังหวัดที่ 10 วันที่ 20 ตุลาคม 2564 จ.สิงห์บุรี ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัย บ้านใหญ่ธนาคมานุสรณ์ “ส่งไม้ต่อ” ให้ “โชติวุฒิ” น้องชาย “เสี่ยโอ๋-ชัยวุฒิ” ไม่ขยันทำการบ้าน-แผ่วปลาย อาจ “ตกเก้าอี้” พล.อ.ประยุทธ์จึงต้องไป “ตอกขา” ให้แข็งแรง
ฟื้น ครม.สัญจร ตีปี๊บคนละครึ่ง
นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์แล้ว “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี-หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ “ไม่น้อยหน้า” ลงพื้นที่บัญชาการแก้ไขน้ำท่วมในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ด้วยตัวเอง
ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของการบริหารจัดการน้ำหลาก ในพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง อำเภอบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.นครราชสีมา จ.สระแก้ว จ.ขอนแก่น จ.กาญจนบุรี
“บิ๊กป้อม” คำรามแต่ละครั้ง “ใจถึงพึ่งได้” ส่งเสียงก้อง “อยู่ดีกินดี”
การกลับมาประชุม “ครม.สัญจร” อีกครั้งที่ จ.กระบี่ ในวันที่ 8-9 พฤศจิกายนนี้ หลังจาก “ครั้งล่าสุด” ที่ จ.ภูเก็ต ช่วงโควิดระลอกแรก-ตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็น “ศูนย์” ติดต่อกัน
การฟื้น ครม.สัญจรก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง “พล.อ.ประยุทธ์” จะลงไป “ติดปลายนวม” งบประมาณ-โครงการในจังหวัดต่าง ๆ และ “ตอกย้ำ” กระแส “คนละครึ่ง” ฟีเวอร์ เพื่อ “ตอกฝาโลง” สร้างความมั่นใจจะได้กลับมาเป็น “นายกฯสมัยที่ 3”
ปชป.เลือดเก่าไหลกลับ
ขณะที่รองนายกรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาล “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ “ออนทัวร์” และ “ชิงเปิดตัว” ผู้สมัคร ส.ส.แต่ละเขต-จังหวัดภายใต้แคมเปญ “เลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ” เพื่อทวงฐานที่มั่นเดิมที่เสียไป กู้วิกฤตพรรคต่ำร้อย-สูญพันธุ์
โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่ประชาธิปัตย์ “เสียแชมป์” ไปหลายจังหวัด โดยไปดึง “เลือดเก่า” กลับมา เช่น “เจะอามิง โตะตาหยง” อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย นายกูอาเซ็ม กูจินามิง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ โดยมี “นิพนธ์ บุญญามณี” รองหัวหน้าพรรค รับผิดชอบภาคใต้ เป็น “มือดีล”
ขณะที่ “เลือดใหม่” ได้เปิดตัว “เมธี อรุณ” นักร้องดังวง “ลาบานูน” เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส
ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ประชาธิปัตย์ได้ดึง “คนรุ่นใหม่” ที่เป็น “นักธุรกิจรุ่นใหม่” เข้ามาเติมเลือดเก่าที่ “ไหลออก” ไปจากพรรค พร้อม ๆ กับพลพรรคประชาธิปัตย์ “ไม่อ้อมค้อม” ชู “จุรินทร์” เป็น “นายกฯสมัยแรก”
ภูมิใจไทยหาน่านน้ำใหม่
ส่วน “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แม้จะลงพื้นที่น้อยแต่มียุทธศาสตร์ “ล็อกเป้า” และ “เหนี่ยวไก” ไม่หว่านแห-ขี่กระแส “หมอหนู” ออกจากฝั่งอีสานใต้-เนวินบุรี หาน่านน้ำใหม่
โดยเฉพาะจังหวัดภาคใต้ติดทะเล-เกาะท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ สตูล มี “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” เป็น “มือทำงาน” เจาะไปที่พื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้ตอนบน “ต่อยอด” จาก “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” และ “สมุยพลัส”
พลังประชารัฐ-ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย ยังต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จนกว่าเสียงนกหวีดเลือกตั้งจะดังขึ้น