เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 64,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 64,850 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านเป็นไปได้ด้วยดี
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านเป็นไปได้ด้วยดี
ทองดีดกลับเหนือ 4,050 เหรียญ ประธานเฟดชี้เงินเฟ้อเริ่มลด ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ เจรจาเชิงบวก
Finance ทองดีดกลับเหนือ 4,050 เหรียญ ประธานเฟดชี้เงินเฟ้อเริ่มลด ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ เจรจาเชิงบวก
SET วันนี้ (2 ก.ค.) คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,570 – 1,600 จุด จับตาแรงกดดันหุ้นเทคฯ
Finance SET วันนี้ (2 ก.ค.) คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,570 – 1,600 จุด จับตาแรงกดดันหุ้นเทคฯ
ไชยชนก แจงงบ ดีอี พุ่ง 33% จากคลาวด์กลางภาครัฐ 
Uncategorized ไชยชนก แจงงบ ดีอี พุ่ง 33% จากคลาวด์กลางภาครัฐ 
ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ก.ค.) เปิดตลาด 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ก.ค.) เปิดตลาด 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เปิด 72 อรหันต์ “กมธ.พิจารณางบ 70”
Politics เปิด 72 อรหันต์ “กมธ.พิจารณางบ 70”
‘ยาง-มะพร้าว’ สะดุดสงครามราคา โจทย์ใหญ่เกษตรไทยรับมือการค้าโลก
Economic ‘ยาง-มะพร้าว’ สะดุดสงครามราคา โจทย์ใหญ่เกษตรไทยรับมือการค้าโลก
รถอีวี Ferrari Luce ลูกค้าจีน ซื้อหมดเกลี้ยง
Automotive รถอีวี Ferrari Luce ลูกค้าจีน ซื้อหมดเกลี้ยง
ดูทั้งหมด

เปิดผลงาน “INTUCH” หลัง “กัลฟ์” เข้าถือหุ้นใหญ่

05 พ.ย. 2564 | 18:42น.

“อินทัช” เปิดกำไรสุทธิ 9 เดือน พร้อมโชว์ผลตอบแทนหุ้นปีนี้พุ่งกว่า 48% ประกาศสร้างมูลค่าสินทรัพย์ทะลุ 3.2 แสนล้านบาท ภายในปี 2568 หลังกัลฟ์ยักษ์พลังงานเข้าถือหุ้นใหญ่

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) (INTUCH) เปิดเผยผลประกอบการ 9 เดือนแรก(ม.ค.-ก.ย.) ของปี 2564 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังจาก บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) (GULF) เข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 42.25% เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ผลตอบแทนลงทุน 48%

อินทัชแจ้งว่า ณ สิ้นเดือนกันยายน 2564 ราคาหลักทรัพย์บริษัทอยู่ที่ 80.5 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากสิ้นปี 2563 ราคา 56.25 บาทต่อหุ้น หรือเพิ่มขึ้น 43% โดยการปรับขึ้นของราคาหุ้น เป็นผลจาก การทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์อินทัชโดยบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) ซึ่งได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 42.25% และเมื่อรวมกับผลตอบแทนจากเงินปันผล ทําให้ผลตอบแทนรวมจากการลงทุนอินทัชอยู่ที่ 48% สูงกว่าผลตอบแทนจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯถึง 37%

เป้าหมายระยะยาวของอินทัชคือการสร้างผลตอบแทนรวม ให้สูงกว่าผลตอบแทนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯไม่น้อยกว่า 2% ในแต่ละปี เพื่อเป็นการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน และมีความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าสินทรัพย์สุทธิให้เพิ่มขึ้นเป็น 320,000 ล้านบาท ภายในปี 2568 จากณสิ้นเดือนกันยายน2564 อินทัชมีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 53,654 ล้านบาท

โดยการเติบโตของผลตอบแทนและมูลค่าของบริษัทจะมาจากการบริหารสินทรัพย์และการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม สื่อ เทคโนโลยี และดิจิทัล

กำไรสุทธิลดลง 3%

สำหรับ 9 เดือนแรกบริษัทอินทัชมีกําไรสุทธิ 8,136 ล้านบาท ลดลง 3% จากช่วงเดียวกันปี 2563 เนื่องจากส่วนแบ่งกําไรจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และบริษัท ไทยคม (มหาชน)ลดลง ทั้งนี้อินทัชยังคงสัดส่วนการถือหุ้นเอไอเอส 40.44%

โดยมีผลกําไรสุทธิในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 20,059 ล้านบาท ลดลง 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น อันเป็นผลจากการแข็งค่าของเงินดอลล่าร์สหรัฐฯเป็นหลัก โดยรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง 1.6% ขณะที่รายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และรายได้อื่นจากลูกค้าองค์กร(ไม่รวมธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่)ยังคงเติบโตสูง 20% และ 13% ตามลําดับ

อย่างไรก็ตามต้นทุนการให้บริการปรับเพิ่มขึ้น 4.1% เป็นการลงทุนขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อครองการเป็นผู้นําให้บริการ 4G และ 5G โดยมีการใช้งบลงทุนในช่วงครี่งแรกของปี 2564 ประมาณ 18,000 ล้านบาท

สำหรับไทยคม มีส่วนแบ่งผลกําไรลดลง 72% เหตุผลหลักเนื่องจากการรับรู้รายการพิเศษจากเงินชดเชยในไตรมาส 2/2563 ขณะที่ลูกค้าได้ลดลงจากที่ลูกค้าบางรายลดการใช้งานดาวเทียม ทั้งแบบดาวเทียมทั่วไปและดาวเทียม บรอดแบนด์

ทั้งนี้กระแสเงินสดรวมของกลุ่มอินทัชสําหรับงวดเก้าเดือนของปี 2564 เพิ่มขึ้น 1,502 ล้านบาท (ไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน) จากสิ้นปี 2563 ส่วนใหญ่เป็นผลจากการถอนเงินลงทุนชั่วคราวในสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นมาเป็นเงินสด เพื่อเตรียมพร้อมสําหรับการชําระคืนหุ้นกู้ในไตรมาสที่ 4/2564