เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รร.นานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เปิดอย่างเป็นทางการ เฟสแรกรับเด็ก 2-11 ปี
การศึกษา รร.นานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เปิดอย่างเป็นทางการ เฟสแรกรับเด็ก 2-11 ปี
กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
News กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
News กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
Real Estate แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
“ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
Finance “ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
Business ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
Politics สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
Politics ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
News กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
นักวิชาการชี้ไทยติดกับดัก “ตั้งรับ-เยียวยา” ถึงเวลาปฏิรูประบบจัดการน้ำ
News นักวิชาการชี้ไทยติดกับดัก “ตั้งรับ-เยียวยา” ถึงเวลาปฏิรูประบบจัดการน้ำ
ดูทั้งหมด

บริหาร HR แบบ Meta

20 พ.ย. 2564 | 11:12น.
meta
เอชอาร์ คอร์เนอร์

HR Recipes 
[email protected]

เมื่อเร็ว ๆ นี้ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ประกาศรีแบรนด์บริษัทใหม่จาก Facebook เป็นชื่อ Meta (เมตา) พร้อมกับแนะนำ Metaverse (เมตาเวิร์ส) โลกเสมือนจริงแบบใหม่ เป็นการพบกันระหว่างโลกจริง ๆ กับโลกดิจิทัลมาเจอกัน โดยเราสามารถสร้างสรรค์ตัวเราให้เป็นตัวละครแฟนตาซีในรูปแบบ avatars (อวตาร) หรือเข้าใจง่าย ๆ คือเราไม่ต้องไปอยู่ ณ สถานที่นั้น แต่จำลองสถานการณ์และสามารถทำทุกอย่างได้เหมือนจริงนั่นเอง

จากการเปลี่ยนแปลงตามแนวคิดของ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” นั้น หากเราพิจารณาในงานฟังก์ชั่น HR แล้วนั้น สามารถนำมาต่อยอดไอเดียกับส่วนงานต่าง ๆ ของ HR ในยุคดิจิทัลนี้ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น การนำเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น augmented reality (AR) และ/หรือ virtual reality (VR) มาช่วยสนับสนุนงานสรรหาคัดเลือกและงานพัฒนาพนักงานในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด อีกทั้งยังช่วยการขับเคลื่อนธุรกิจและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรในยุคดิจิทัลนี้

HR สามารถนำเทคโนโลยี VR เป็นเครื่องมือช่วยสำหรับการสรรหาและคัดเลือกผู้สมัคร โดยเฉพาะกลุ่มเด็กจบใหม่ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตรงกับลักษณะงาน และมีแนวโน้มที่สามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรด้วยการจำลองโลกที่เสมือนจริงผ่านเทคโนโลยี VR

ทั้งนี้ recruiter หลายท่านน่าจะมีประสบการณ์จากคำถามบ่อยครั้งของผู้สมัครเกี่ยวกับลักษณะงานหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งที่จัดรับสวัสดิการพนักงาน บรรยากาศสถานที่ทำงาน และวัฒนธรรมการทำงานขององค์กรเป็นลักษณะไหน หลายครั้งที่ HR เข้าใจว่าตนเองให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทครบถ้วนเพียงพอแล้ว และในบางครั้งที่ผู้สมัครอาจจะเข้าใจไปคนละทิศละทาง จะดีกว่าหากผู้สมัครได้สัมผัสประสบการณ์จำลองเสมือนจริงด้วยตนเองมากกว่าการฟังคำบอกเล่าจากผู้อื่น

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี VR ในรูปแบบโลกเสมือนจริงนี้ ด้วยการจำลองลักษณะงานด้านต่าง ๆ เช่น งานด้านบริการ งานที่ต้องใช้ทักษะในการบริหารจัดการ งานที่ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องมีทักษะการรับมือกับลูกค้าภายใต้ความกดดันที่หลากหลายจากหน่วยงานภายในและภายนอกบริษัท

โดยเทคโนโลยี VR นี้สามารถช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อผู้เข้ามาใช้บริการนั้นผ่านอวตารซึ่งเป็นตัวละครจำลองในบทบาทผู้ใช้บริการหรือลูกค้า เทคโนโลยีนี้จะส่งมอบประสบการณ์จำลองเสมือนจริง เปรียบเสมือนผู้สมัครงานได้เดินเข้ามาในสถานที่ปฏิบัติงานจริง ๆ เห็นกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนรูปแบบการทำงานรวมถึงวัฒนธรรมองค์กร

สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ recruiter ลดเวลาในการให้ข้อมูลต่าง ๆ อีกทั้งยังสร้างความคาดหวังที่ถูกต้องระหว่างองค์กรและผู้สมัคร การร่วมสร้างประสบการณ์ด้านดิจิทัลให้กับผู้สมัคร รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรเช่นกัน

นอกจากนี้ VR ยังสามารถนำมาปรับใช้ในเรื่องของการพัฒนาของพนักงานในองค์กรได้เช่นเดียวกัน เมื่อหลายปีก่อนการฝึกอบรมพัฒนามักจะอยู่ในรูปแบบ classroom และรูปแบบออนไลน์ (e-Learning) และในปีสองปีที่ผ่านมาหลายองค์กรต้องรับมือกับการป้องกันการระบาดของโควิด จึงทำให้การฝึกอบรมพนักงาน งานสัมมนาต่าง ๆ จำเป็นต้องเริ่มปรับเปลี่ยนจากรูปดั่งเดิมมาเป็นแบบออนไลน์ หรือที่เรียกกันว่า virtual classroom มากขึ้น

แม้แต่การจัดนิทรรรศการต่าง ๆ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบเช่นกัน บางท่านอาจจะเคยได้รับประสบการณ์การเข้าร่วมงานนิทรรศการในรูปแบบ virtual exhibition ซึ่งให้ความรู้สึกเสมือนท่านอยู่ในงานนิทรรศการจริง ๆ รูปแบบออนไลน์เช่นปีที่ผ่านมา

ในส่วนของงานฝึกพัฒนาทักษะของพนักงานนั้น บางหลักสูตร อาทิ ทักษะการขาย การนำเสนองาน การพูดในที่สาธารณะ (public speaker) การรับมือกับความขัดแย้งต่าง ๆ และการดูแลให้บริการลูกค้าอย่างมืออาชีพ เป็นต้น

พนักงานผู้เรียนควรจะฝึกฝนทักษะต่อเนื่องหลังการเข้ารับการฝึกอบรม เพื่อให้เกิดความชำนาญซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานนั้น ทักษะเหล่านี้ผู้เข้ารับการพัฒนาทักษะได้ดีหรือรวดเร็วขึ้นอยู่กับการนำผลประเมินและความคิดเห็นจากเทรนเนอร์ผู้สอน หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงานนำมาแก้ไขปรับปรุงพัฒนา ซึ่งอาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของเวลาและสถานที่

แต่ถ้าหากเราพิจารณานำ VR มาใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการฝึกพัฒนาในหัวข้อที่กล่าวข้างต้นนั้น จะสามารถช่วยพัฒนาทักษะของผู้เรียนให้รวดเร็วขึ้น ตัวอย่างหลักสูตร เช่น หลักสูตรด้านการนำเสนอผลงานในที่สาธารณะ (public speaking) การใช้เทคโนโลยี VR จะจำลองอวตารเป็นผู้ฟัง โดยผู้เรียนสามารถฝึกฝนบ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ และหลักสูตรด้านงานบริการนั้น VR จะจำลองสถานการณ์เสมือนจริง โดยอวตารเล่นบทบาทลูกค้า แสดงความไม่พอใจต่อสินค้าและบริการ

ผู้เรียนก็สามารถที่จะเรียนรู้และฝึกรับมือตอบโต้กลับกับอวตารในสถานการณ์นั้น ๆ ได้เช่นกัน ทั้งสองตัวอย่างหลักสูตรนี้หน้าจอจะแสดงผลคะแนนจากการฝึกทักษะของผู้เรียน รวมถึงปรากฏข้อความคำชี้แนะหัวข้อปฏิบัติที่ทำได้ดี และสิ่งที่ควรจะปรับปรุงพัฒนาเพิ่มเติมจากการรับมือกับสถานการณ์จำลองนี้ได้เช่นกัน

การนำเทคโนโลยี VR มาใช้นั้นก่อให้เกิดผลประโยชน์หลากหลายต่อองค์กร จากงานศึกษาของ PWC UK ในหัวข้อ “PwC’s study into the effectiveness of VR for soft skills training” ในปีที่ผ่านมาพบว่าการใช้ VR สำหรับการฝึกอบรมพนักงานนั้นก่อให้เกิดประสิทธิภาพด้านการบริหารต้นทุนฝึกอบรมลดลง โดยพนักงานยังสามารถฝึกฝนพัฒนาทักษะด้วยตนเองผ่านทางมือถือหรือคอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่บ้านพักหรือสถานที่ต่าง ๆ ไม่จำกัดการเรียนรู้ในรูปแบบคลาสรูมเช่นในอดีตที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังพบว่าพนักงานสามารถเก็บชั่วโมงการฝึกอบรมในรูปแบบ VR ได้รวดเร็วกว่าการเข้าเรียนแบบคลาสรูมถึง 4 เท่า และเร็วกว่าการเรียนออนไลน์ (e-Learning) 1.5 เท่า มากไปกว่านั้นผลการศึกษานี้ยังระบุว่าพนักงานรู้สึกถึงความผ่อนคลาย สนุกสนาน เข้าใจเนื้อหา และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมพัฒนาพนักงานถึง 4 เท่า และเร็วกว่า 2 เท่าสำหรับการเรียนออนไลน์เมื่อเทียบกับการเข้าเรียนในรูปแบบดั้งเดิม

การนำเทคโนโลยี VR มาช่วยสร้างประสบการณ์เสมือนจริงผ่านฟังก์ชั่น HR ต่าง ๆ ไม่ได้ถูกจำกัดแค่การสรรหาผู้สมัครและพัฒนาพนักงานในองค์กรเท่านั้น หากแต่ VR นี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานฟังก์ชั่น HR อื่น ๆ ได้อีกมากมายสุดแท้แต่ HR จะนำเสนองานด้านไหนที่ต้องการส่งมอบให้พนักงานก่อน-หลัง เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ในรูปแบบโลกเสมือนจริงตามกลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรขององค์กร

สุดท้าย VR เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มมูลค่าบทบาทงานของ HR โดยเฉพาะในยุคที่ HR มีบทบาทสนับสนุนการทรานส์ฟอร์มองค์กรในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น (digital transformation) หาก HR สามารถนำเทคโนโลยี VR นี้มาต่อยอดในงานฟังก์ชั่น HR พร้อมส่งมอบประสบการณ์เสมือนจริงให้กับพนักงานในองค์กรแล้วนั้น อาจจะกล่าวได้ว่าท่านได้เดินทางเข้ามาในยุคของ “Meta-HR” นั่นเอง

หมายเหตุ – ข้อมูลอ้างอิงจาก www.communiqueconferencing.com, www.Mursion.com

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Metaverse