เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

ดาบสองคมของ IOT

30 พ.ย. 2560 | 18:00น.

คอลัมน์ Redpillz

โดย พงศ์พีระ ชวาลาธวัช www.Redpillz.com

ครั้งที่แล้วเรากล่าวถึงเรื่องของ IOT คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง และเลือกซื้อเลือกหากันอย่างไร ซึ่งถ้าหากใครอยากปูพื้นก่อนจะอ่านบทความวิเคราะห์ที่ลึกขึ้น ผมแนะนำให้ไปอ่านในเพจหรือบล็อกผมก่อนได้ครับ และครั้งนี้เราจะมาว่ากันถึงด้านมืดของ IOT ที่ผู้บริหารทางสารสนเทศหลาย ๆ คนกลัว และโดยเฉพาะหลาย ๆ คนที่ยังเข้าไม่ถึงด้านมืดของ IOT ยิ่งควรต้องระวังตัวไว้ก่อน

เริ่มจาก 1.แพงเกินความจำเป็น

ในประเด็นนี้ ผมได้บอกไปแล้ว ว่าไม่มีระบบ IOT ที่ไหนแพงเกินความจำเป็น แต่ถ้ามันจะแพงเกินไปก็ต่อเมื่อคนที่ตัดสินใจซื้อไม่ได้วิเคราะห์ปัญหาหรือประโยชน์อย่างถี่ถ้วน คิดแต่ว่าองค์กรตัวเองต้องมี IOT ไว้ใช้ เพื่อดูตัวเลขความเป็นไปขององค์กร แต่เมื่อถามว่าเอาตัวเลขไปทำอะไร คำตอบคือ “ไม่ได้ทำอะไรมาก” แค่เก็บไว้เฉย ๆ ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นการทำให้ IOT เสียชื่อเสียงมาก และถูกมองว่าเป็นระบบที่แพง แต่แท้จริงแล้วปัญหาคือไม่ได้วิเคราะห์ปัญหาและโอกาสของธุรกิจให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อนั่นเอง

2.รอให้มีคนใช้มาก ๆ จะได้ราคาถูกและใช้ง่ายกว่านี้

ปัญหานี้ในเมืองไทยยังไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่นัก แต่จะเห็นในบล็อกของฝรั่ง หลายองค์กรยังไม่กล้าซื้อมาใช้ เพราะเห็นว่า IOT platform มีมากเหลือเกิน ไม่รู้ตัวไหนจะรุ่งหรือจะรอด hardware sensor ก็ยังไม่มีมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้นเลยชะลอการลงทุนไปก่อน อันที่จริงเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ทุกเจ้ามักอ้างว่าของตัวเองคือที่สุดของเทคโนโลยี ทำให้คนที่ใช้งานจริงแยกความแตกต่างไม่ออก เรื่องนี้ผมคงให้คำแนะนำแบบฟันธงไม่ได้ แต่สามารถบอกได้ว่าดีจริงหรือไม่ โดยให้ดูจากลูกค้าที่บริษัทนั้น ๆ เข้าไปทำระบบให้เป็นหลักเพื่อลดความเสี่ยงครับ

3.ลืมเรื่องค่าใช้จ่ายในอนาคต

ว่ากันตามจริง ค่าใช้จ่ายในอนาคตของ IOT ก็ไม่เบาเลย ด้วยความที่ IOT ต้องใช้พื้นฐานโครงข่าย เช่น ถ้าไม่ได้อยู่ในเครือข่ายที่มีสัญญาณถึง ก็อาจจะต้องใช้ 4G ในการส่งข้อมูล ซึ่งแน่นอนว่า Telco รับไปเต็ม ๆ ส่วนคนที่ใช้ก็ต้องจ่ายรายเดือนกันไป แล้วปกติเวลาทำ IOT เราไม่ได้ทำเพียงแค่ตัวเดียว จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายในระยะยาว และยังค่าซ่อมบำรุงระบบเครือข่ายอีก เซ็นเซอร์เองก็มีอายุ ตรงนี้ผู้ออกแบบระบบกับผู้ใช้หรือลูกค้าต้องสอบถามให้ดี ว่ามีการรับประกันในระยะยาวเท่าไหร่ เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายในโครงการขนาดไหน อย่างน้อยต้องประเมินไว้สองระยะ คือ 3 ปีแรก และ 3 ปีหลัง ขึ้นอยู่กับรูปแบบการคิดเงินของแต่ละเจ้าด้วย บางเจ้าคิดเงินครั้งเดียวจบ ส่วนค่าบำรุงจ่ายเป็นคราวๆ บางเจ้าคิดเงินเป็นรายปี ขอให้ดูสัญญาให้ดีว่าครอบคลุมอะไรบ้าง จะได้ไม่ลืมคิดค่าใช้จ่ายในอนาคต

4.ความปลอดภัยของระบบเครือข่าย IOT

ทีแรกประเด็นนี้ผมจะเขียนแยกเป็นอีกบท แต่ยังไม่อยากสร้างความกลัวให้เกินกว่าเหตุ ผมอยากให้ระวังเอาไว้ เพราะอุปกรณ์ใด ๆ ก็ตามในโลกนี้ ถ้ามีการส่งสัญญาณไม่ว่าจะผ่านสายหรือไร้สาย ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น ยิ่งเรื่องของ IOT จุดเข้าของเซ็นเซอร์ก็เยอะ จุดส่งข้อมูลก็มาก แน่นอนว่า hacker สามารถเข้ามาแทรกได้ทุกเมื่อ แล้ว hacker หรือคนสร้าง malware มักจะใช้วิธีโจมตีแบบ DDos พูดภาษาเข้าใจง่าย ๆ คือคนพวกนี้จะสร้างโปรแกรมเป็น malware หรือไวรัสคอมพิวเตอร์ ส่งไปฝังตามคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ IOT ทั้งหลาย เราจะเรียกตัวที่โดนยาสั่งนี่ว่า Bot หรือบางคนเรียกว่า Zombie เมื่อโดนมากเข้า จะเรียกว่า BOTNET ตัวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดชื่อว่า Mirai เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “อนาคต” ซึ่งในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2016 มีเครื่องติดไวรัส malware ตัวนี้ถึง 493,000 ตัว โดยตัว malware นั้นจะทำงานโดยส่งสัญญาณให้ท่อส่งสัญญาณเต็มและเข้าหาอุปกรณ์ต่อเชื่อมจากรหัสที่ตั้งมาจากโรงงานเป็นหลัก จนองค์กร homeland security ของอเมริกา ถึงกับออกมาประกาศว่าเหตุการณ์ BOTNET นั้น เป็นภัยคุกคามต่อมาตุภูมิ ข้อมูลจากเว็บไซต์ Thaicert ได้แนะนำผู้ใช้งาน IOT ไว้ข้อแรก ๆ เลยว่าขออย่าใช้รหัสที่ติดมากับเครื่องเด็ดขาด พยายามควบคุมอุปกรณ์ให้วิ่งภายในองค์กรให้มาก อย่าเปิดทางให้คุมจากอินเทอร์เน็ตได้ และอัพเดตเฟิร์มแวร์ ถ้าพบสิ่งผิดปกติให้ reboot หรือ hard reset ไปเลย

5.ติดปัญหาอุปกรณ์ไม่ปล่อยข้อมูลให้ (ทั้ง ๆ ที่ปล่อยได้)

ปัญหานี้จะรู้กันมากในหมู่ผู้พัฒนาและติดตั้งระบบ IOT แต่ลูกค้ามักไม่ค่อยทราบ คือหลายเคส IOT จะต้องดูดข้อมูลจากอุปกรณ์เช่น ECU ของรถยนต์ และในหลายครั้งรถยนต์เองก็มีการล็อกรหัสไว้ทำให้ข้อมูลไม่ออกมา ถึงแม้จะต่อท่อออกมาแล้วก็ตาม แต่เมื่อจะหาทางลัด ทางเจ้าของผู้ผลิตอุปกรณ์นั้น ๆ ก็จะถือว่าประกันสิ้นสุดทันที ซึ่งเรื่องนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการที่ผู้ใช้ระบบต้องตรวจสอบกับผู้ผลิตอุปกรณ์เสียก่อน ว่าสามารถปลดล็อกได้หรือไม่ เพราะผู้ผลิตบางรายก็มีระบบ IOT สำหรับตรวจสอบอุปกรณ์ระยะไกลเช่นกัน เลยทำให้ต้องล็อกเอาไว้

อย่างไรก็ตาม ดาบสองคมของ IOT ไม่ได้หมายความว่าให้ทุกคนเกิดความกลัวที่จะใช้ระบบ เพียงแต่ต้องรู้ล่วงหน้าและป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะ IOT นั้นเอาเข้าจริงแล้วมีประโยชน์มากมาย ในตอนหน้าเราจะคุยกันเรื่องกรณีศึกษาการใช้งาน IOT ในเมืองไทย และต่างประเทศว่าเขาใช้กันอย่างไร ได้ประโยชน์กันอย่างไร และนำมาปรับใช้กับองค์กรของเราเองอย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

IoT