Skip to content

ชง ครม. จ่ายประกันรายได้ข้าว-ยางพารา 8.6 หมื่นล้าน ท็อปอัพข้าวไร่ละ 1 พัน

30 พ.ย. 2564 | 11:14น.
ชง ครม. จ่ายประกันรายได้ข้าว-ยางพารา 8.6 หมื่นล้าน ท็อปอัพข้าวไร่ละ 1 พัน

“จุรินทร์” ชงประกันรายได้ข้าวเข้า ครม. จ่ายส่วนต่างเพิ่มงวด 3-33 วงเงิน 76,000 ล้านบาท พร้อมค่าปรับปรุงคุณภาพไร่ละ 1,000 พ่วงประกันราคายางพารา 10,000 ล้าน

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนโยบายประกันรายได้เกษตรกรว่าตนได้ลงนามทำเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี เรื่องประกันรายได้ข้าว ซึ่งได้มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้ชาวนาไปแล้ว 2 งวด เป็นเงินประมาณ 13,000 ล้านบาท แต่ที่เหลืออีก 31 งวด ยังไม่ได้จ่าย เพราะต้องรอการเพิ่มเพดานวินัยการคลัง

ซึ่งขณะนี้ได้มีการเพิ่มเพดานจาก 30% เป็น 35% แล้ว โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา วันนี้ตนได้เสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี สำหรับเงินส่วนต่างที่เหลืออีก 76,000 ล้านบาท คาดว่าถ้าผ่าน ครม.วันนี้จะได้จ่ายเงินส่วนต่างที่เหลือได้

ประเด็นที่สอง เงินช่วยปรับปรุงคุณภาพข้าวไร่ละ 1,000 บาท ได้เสนอเช่นกันในวันนี้ ถ้า ครม.เห็นชอบจะดำเนินการจ่ายให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวต่อไป ไร่ละ 1,000 บาทไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ คือไม่เกินครัวเรือนละ 20,000 บาท

ส่วนประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา กระทรวงเกษตรฯได้เสนอเข้า ครม.วันนี้ และตนเห็นชอบให้ผ่านเข้า ครม. ซึ่งจะมีการเตรียมวงเงินไว้ประมาณ 10,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ราคายางพาราสูงกว่ารายได้ที่ประกัน โดยเฉพาะน้ำยางข้นกับยางก้อนถ้วย สำหรับน้ำยางข้นประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 57 บาท ขณะนี้ราคา 60 บาท และเลย 60 บาทในบางช่วง ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินส่วนต่าง แต่เตรียมวงเงินไว้

สำหรับยางก้อนถ้วย ประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 23 บาท ตอนนี้ 24-26 บาทเป็นเวลาเกือบปีแล้ว ไม่ต้องจ่ายเงินส่วนต่างแต่เตรียมวงเงินไว้

สำหรับโครงการประกันรายได้ เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว จะได้ประสานงานกับ ธ.ก.ส.ให้ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ปลูกข้าวได้ต่อไป

ด้านนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การประกันรายได้ข้าวผลการผลิตปีที่ 3 ฤดูกาลปลูก 2564/2565 การเก็บเกี่ยวเริ่มตั้งแต่ 15 ตุลาคมเป็นต้นไปนั้น กรอบวงเงินงบประมาณรวมทั้งหมด 33 งวด ขณะนี้ชาวนาที่เกี่ยวข้าวแล้วได้รับเงินของงวดที่ 1-2-3 ไปแล้ว แต่งวดที่ 3 ยังเหลือบางส่วน ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงไปถึงงวดที่ 7 แล้ว ส่วนงวดที่เหลือกำลังทยอยประกาศรายสัปดาห์

ขอแจ้งรายละเอียดสำหรับข้าว เพื่อให้เกษตรกรพี่น้องชาวนาได้ทราบทั่วกันอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบสิทธิด้านส่วนต่างของตนในงวดที่ประกาศแล้ว คืองวดที่ 1-7 โดยตามประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเรื่อง การกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง และการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 1-7)

งวดที่ 1
ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 1) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง ๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้

(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 10,864.23 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,407.75 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,947.87 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 8,065.38 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 7,662.53 บาท

การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้ กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงมีอัตราส่วนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 1 ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้

(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 4,135.77 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 3,592.77 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,052.13 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 1,934.62 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 4,337.47 บาท

งวดที่ 2
ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 2) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 15-21 ตุลาคม 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้

(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 10,869.56 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,280.84 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,980.93 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 8,081.31 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 7,651.21 บาท

การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้ กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงมีอัตราส่วนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 2 ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้

(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 4,130.44 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 3,719.16 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,019.07 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 1,918.69 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 4,348.79 บาท

งวดที่ 3
ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 3) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 22-28 ตุลาคม 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้

(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 10,863.54 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,280.84 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,955.56 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 8,030.69 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 7,605.02 บาท

การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้ กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงมีอัตราส่วนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 3ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้

(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 4,136.46 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 3,719.16 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,044.44 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 1,969.31 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 4,394.98 บาท

งวดที่ 4
ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 4) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้

(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 10,786.53 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,280.84 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,876.24 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 7,910.09 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 7,533.41 บาท

การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้ กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงมีอัตราส่วนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 4 ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้

(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 4,213.47 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 3,719.16 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,123.76 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 2,089.91 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 4,466.59 บาท

งวดที่ 5
ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 5) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 5-11 พฤศจิกายน 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้

(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 10,828.98 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,244.62 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,770.08 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 7,746.54 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 7,671.50 บาท

การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้ กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงมีอัตราส่วนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 5 ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้

(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 4,171.02 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 3,755.38 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,229.92 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 2,253.46 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 4,328.50 บาท

งวดที่ 6
ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่าง ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 6) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 12 – 18 พฤศจิกายน 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง ๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15 % ดังนี้

(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 10,871.48 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,295.49 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,545.67 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 7,753.19 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 7,903.56 บาท

การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว สำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 6
ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้

(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 4,128.52 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 3,704.51 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,454.33 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 2,246.81 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 4,096.44 บาท

งวดที่ 7
ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่าง ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 7) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 19 – 25 พฤศจิกายน 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง ๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้

(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 11,089.76 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,644.44 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,574.25 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 7,903.19 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 8,183.24 บาท

การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว สำหรับการจ่ายเงินงวดที่ 7 ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้

(1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 3,910.24 บาท
(2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 3,355.56 บาท
(3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,425.75 บาท
(4) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 2,096.81 บาท
(5) ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 3,816.76 บาท

“สำหรับการเก็บเกี่ยวในงวดต่อไป ทางกระทรวงพาณิชย์ทยอยประกาศเพราะทราบว่าเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนแห่งการเก็บเกี่ยวข้าวมากที่สุด เราพบปะพี่น้องชาวนาและเกษตรกรทั่วประเทศอย่างสม่ำเสมอตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่าที่นายจุรินทร์นำพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาลชุดนี้ และประกาศวาระนี้ต่อรัฐสภาและประชาชนไว้ วันนี้เดินหน้าปีที่3 ทำให้ชาวนากว่า 5 ล้านครัวเรือนได้ 3 เด้งมาตลอดในรัฐบาลนี้ โดยพรรคประชาธิปัตย์ ยุคนายจุรินทร์ คือ เด้ง 1 ได้ข้าวไว้กินและขาย เด้ง 2 ได้ “ส่วนต่าง” เด้ง 3 ได้ค่าไถหว่านหรือค่าปรับปรุงข้าวและยังไม่รวมนาน้ำท่วมที่ได้ค่าภัยพิบัติด้วยอยู่แล้ว จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน”