โอไมครอน พาวเวลล์เอฟเฟ็กต์ น้ำมันโลกดิ่งหนัก ฉุดรั้งหุ้นไทยไต่ขึ้นยาก
บล.ฟิลลิป ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้อิงทางลงขึ้นต่อได้ยาก แกว่งตัวในกรอบ 1,550-1,575 จุด ผวาโควิดสายพันธุ์โอไมครอนลดประสิทธิภาพวัคซีนโมเดอร์นา ผสมโรงถ้อยแถลง “พาวเวลล์” ประธานเฟด พร้อมใช้เครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อที่รุนแรงมากเกินไป เตรียมเพิ่มวงเงินลด QE ส่งสัญญาณสะท้อนการเร่งขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น ด้านราคาน้ำมันตลาดโลกดิ่งหนัก
วันที่ 1 ธันวาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำกัด รายงานภาวะตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า ดัชนี SET Index แกว่งตัวอิงทางลง ขึ้นต่อได้ยาก คาดจะแกว่งตัวในกรอบระหว่าง 1,550-1,575 จุด และยังอิงทางลงจากปัจจัยกดดัน 1.การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอนที่ยังต้องรอจับตาดูพัฒนาการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหลัง Moderna เผยวัคซีนปัจจุบันอาจไม่สามารถรับมือกรระบาดของโอไมครอนได้
2.ถ้อยแถลงเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เมื่อคืนนี้ยืนยันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและพร้อมใช้เครื่องมือที่มีในการจัดการภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
3.การดิ่งหนักของราคาน้ำมันในตลาดโลก (WTI ร่วงลงกว่า 5.4%) ท่ามกลางความกังวลความต้องการใช้น้ำมันจะลดน้อยลงจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากโอไมครอน
สำหรับถ้อยแถลงของพาวเวลล์ต่อสภาคองเกรสเกี่ยวกับนโยบายทางการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ มองว่าการจ้างงานกำลังฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่องและ GDP ของสหรัฐปีนี้น่าจะเติบโตได้ 5% เร็วกว่าในรอบหลายปีแม้เผชิญกับการระบาดของสายพันธุ์เดลต้าในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับเงินเฟ้อที่อยู่สูงกว่าเป้าของ Fed ที่ตั้งไว้ในระยะยาว 2% นั้น Fed ยังเชื่อว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะลดลงในปีหน้า แต่ทาง Fed ก็พร้อมใช้เครื่องมือที่มีในการป้องกันภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงมากเกินไปซึ่งในการประชุม FOMC เดือน ธ.ค. 2564 จะมีการหารือเพิ่มวงเงินการลดปริมาณ QE Tapering ซึ่งอาจเป็นสัญญาณสะท้อนการเร่งขึ้นดอกเบี้ยภายหลังการจบการทำ QE เร็วขึ้น
ขณะที่การระบาดของสายพันธุ์โอไมครอนจะเป็นปัจจัยกดดันต่อการจ้างงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่อาจทำให้ตลาดแรงงานชะลอตัวลงและมีปัญหาชะงักงันของ Supply Chain
ด้านนายสเตฟาน บันเซล ประธานเจ้าหน้าบริหารของผู้ผลิตวัคซีน Moderna เปิดเผยต่อสื่อว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจไม่สามารถรับมือการระบาดของสายพันธุ์โอไมครอนได้ และต้องใช้เวลาหลายเดือนในการพัฒนาสูตรใหม่สำหรับสายพันธุ์ดังกล่าว ขณะที่ Merck และ Pfizer ยืนยันว่ายาเม็ดโมนูลพิราเวียร์และแพกซ์โลวิด มีประสิทธิภาพในการต้านโอไมครอน
อย่างไรก็ดี สำหรับประเทศไทยยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ใกล้ชิด หลังในภูมิภาคเริ่มพบผู้ติดเชื่อสายพันธุ์ใหม่แล้ว โดยล่าสุดพบที่สิงคโปร์จำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นผู้โดยสารเปลี่ยนเที่ยวบินที่สนามบินชางงี โดยนักลงทุนอาจกังวลหากพบเคสแรกในประเทศไทย ซึ่งอาจสร้าง Panic Sell ขึ้นมาได้ ส่วนทางรัฐบาลยืนยันหากพบผู้ติดเชื้อจริง ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่จะยังไม่มีการประกาศใช้มาตรการ Lockdown
ทั้งนี้กลยุทธ์การลุงทุน สำหรับนักลงทุนที่ต้องการทำกำไรในขาลง เน้นใช้กลยุทธ์ขาย Short เมื่อมีการเด้งหรือรีบาวนด์ชนแนวต้านและตั้งเป้าขายทำกำไรที่แนวรับถัดไป ส่วนฝั่งซื้อเน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการระบาดของ COVID-19 อาทิ โรงพยาบาล, Work From Home, ถุงมือยาง, หุ้นที่รับประโยชน์เงินบาทอ่อนค่า