เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
ผ่างบฯ-เงินการเมือง ปี’70 6 องค์กรอิสระ 1.15 หมื่นล้าน
Politics ผ่างบฯ-เงินการเมือง ปี’70 6 องค์กรอิสระ 1.15 หมื่นล้าน
ค่าเงินบาทวันนี้ (9 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 32.89 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (9 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 32.89 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 0.79% อยู่ที่ 78,653 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 0.79% อยู่ที่ 78,653 เหรียญสหรัฐ
พยากรณ์อากาศ (9 ก.ย. 69) เตือนฝนหนัก-หนักมาก ภาคเหนือ-อีสาน ก่อนกระทบทั่วไทย
News พยากรณ์อากาศ (9 ก.ย. 69) เตือนฝนหนัก-หนักมาก ภาคเหนือ-อีสาน ก่อนกระทบทั่วไทย
ซีอีโอกลุ่ม ปตท.ถึงเวลาผลัดใบ บิ๊กการบินไทยครบวาระ ม.ค. 70
Business ซีอีโอกลุ่ม ปตท.ถึงเวลาผลัดใบ บิ๊กการบินไทยครบวาระ ม.ค. 70
กรมโยธา-กทม.ชงจัดโซนนิ่ง ดึงดาต้า เซ็นเตอร์ เข้าบัญชีรง.
Tech กรมโยธา-กทม.ชงจัดโซนนิ่ง ดึงดาต้า เซ็นเตอร์ เข้าบัญชีรง.
เศรษฐกิจจีน เครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
World เศรษฐกิจจีน เครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
อ.สุทธิศักดิ์ ผ่าจุดอ่อนน้ำท่วม ‘ปัว’ ชี้กับดักคิดว่าปลอดภัย เตือนอ่างเก็บน้ำเสี่ยงระเบิดเวลา
News อ.สุทธิศักดิ์ ผ่าจุดอ่อนน้ำท่วม ‘ปัว’ ชี้กับดักคิดว่าปลอดภัย เตือนอ่างเก็บน้ำเสี่ยงระเบิดเวลา
BYD ยันไทยฐานผลิตอาเซียน ลุยสร้างสถานีชาร์จเร็วครั้งแรกนอกจีน
Automotive BYD ยันไทยฐานผลิตอาเซียน ลุยสร้างสถานีชาร์จเร็วครั้งแรกนอกจีน
ดูทั้งหมด

ส่องรถไฟฟ้าสายสีชมพู คู่จิ้นรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ราคาที่ดิน 9 ปีดัชนีพุ่ง 200%

13 ธ.ค. 2564 | 11:00น.

2565 ปีชื่นมื่นกับการเปิดบริการรถไฟฟ้าสายใหม่ “สีชมพู แคราย-มีนบุรี”

หน่วยงานต้นสังกัด “รฟม.-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย” ประกาศเป็นทางการถึงแผนเตรียมความพร้อมเปิดบริการรถไฟฟ้าสายใหม่ “สายสีชมพู”

โดยเฟสแรกคาดว่าเปิดให้บริการกลางปี 2565 พร้อมกันหรือใกล้เคียงกับการเปิดบริการสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง)

ชมพูคู่จิ้นสีเหลือง

อัพเดตล่าสุด “ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์” ผู้ตรวจการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ REIC ระบุว่า โครงการรถไฟฟ้า “สายสีชมพู ช่วงแยกแคราย-มีนบุรี” ออกแบบเป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (straddle monorail) ที่เป็นทางยกระดับตลอดเส้นทาง ระยะทางให้บริการ 34.5 กิโลเมตร จำนวน 30 สถานี

โดยบอร์ด รฟม.กำหนดให้ทยอยเปิดบริการรถไฟฟ้าสายสีชมพ 3 เฟส ได้แก่ เฟสแรกช่วง “มีนบุรี-ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ” ระยะทาง 21 กิโลเมตร วางแผนเปิดบริการเดือนมิถุนายน 2565

เฟส 2 ขยายเส้นทางไปถึง “กรมชลประทาน” รวมเป็นระยะทาง 29 กิโลเมตร กำหนดเปิดบริการเดือนสิงหาคม 2565

เฟส 3 เปิดบริการเต็มรูปแบบตลอดเส้นทางจนถึง “ศูนย์ราชการนนทบุรี-สี่แยกแคราย” เดือนกรกฎาคม 2566

รถไฟฟ้าสายใหม่เส้นทางนี้ เชื่อมต่อการเดินทางย่านมีนบุรีกับย่านแคราย ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญในจังหวัดนนทบุรี ผ่านทำเลของกรุงเทพฯและนนทบุรีหลายจุด เชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าอีก 4 สาย

Advertisement

ประกอบด้วย 1.สายสีม่วง เตาปูน-บางใหญ่ 2.สายสีแดงเข้ม บางซื่อ-รังสิต 3.สายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่ และ 4.สายสีส้ม ตลิ่งชัน-มีนบุรี ในอนาคตเมื่อเปิดใช้บริการจะเชื่อมต่อการเดินทางให้ชานเมืองใกล้ชิดในเมืองแบบไร้รอยต่อ

ความสำคัญของสายสีชมพูจึงมีท่วงทำนองเดียวกันกับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่มีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าตามแนวเส้นทาง 4 สายเช่นเดียวกัน

เปิดแนวเส้นทาง 34 กม.

สำหรับแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู จุดเริ่มต้นอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์บริเวณระหว่าง “ศูนย์ราชการนนทบุรี-แยกแคราย” จุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง จากนั้นแนวเส้นทางเลี้ยวซ้ายเข้าถนนติวานนท์ มุ่งหน้าจนถึงแยกปากเกร็ด แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนแจ้งวัฒนะ ผ่านเมืองทองธานี แจ้งวัฒนะ

เมื่อแนวเส้นทางผ่านศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ผ่านแยกหลักสี่ เป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ตลิ่งชัน-รังสิต จากนั้นแนวเส้นทางลอดใต้ทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) และผ่านวงเวียนอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญหรือแยกวงเวียนหลักสี่เดิม ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-คูคต

จากนั้นแนวเส้นทางเลาะตามถนนรามอินทรา ยกระดับข้ามทางพิเศษฉลองรัชบริเวณแยกวัชรพล จนถึงแยกมีนบุรี แล้วแนวเส้นทางมุ่งหน้าเข้าเมืองมีนบุรีตามถนนสีหบุรานุกิจ ข้ามคลองสามวา

เลี้ยวขวาข้ามคลองแสนแสบผ่านพื้นที่ว่างและข้ามเข้าถนนรามคำแหง (สุขาภิบาล 3) มาสิ้นสุดบริเวณทางแยกร่มเกล้า ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี

คลุม 4 เขต 2 อำเภอ

“ดร.วิชัย” ระบุด้วยว่า ตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู มีเส้นทางพาดผ่านพื้นที่ 6 เขตในกรุงเทพฯ ได้แก่ 4 เขตของกรุงเทพมหานคร (กทม.) “เขตมีนบุรี-คันนายาว-บางเขน-หลักสี่” กับ 2 อำเภอของจังหวัดนนทบุรี “อำเภอเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด”

ข้อสังเกตคือตลอดแนวเส้นทางดังกล่าว มีความหนาแน่นของชุมชนพักอาศัยที่สำคัญ และมีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมาอย่างต่อเนื่อง

ไลเซนส์คับ “บางเขน-มีนบุรี”

จากข้อมูล REIC ณ สิ้นไตรมาส 3/64 พบว่าพื้นที่ทั้ง 4 เขต+2 อำเภอ มีหน่วยที่อยู่อาศัยที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรจำนวน 11 โครงการ จำนวนรวม 2,007 หน่วย

ซึ่งมีการขยายตัวลดลง ทั้งจำนวนโครงการ -42.1% และจำนวนหน่วย -5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563

ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ “เขตบางเขน” โดยมีการขอใบอนุญาตจัดสรรในบริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้า “สถานีมัยลาภ-วัชรพล-รามอินทรา 40” เป็นส่วนใหญ่ กับ “เขตมีนบุรี” โดยขอใบอนุญาตจัดสรรกระจายตัวครอบคลุมโซนระหว่าง “สถานีบางชัน-สถานีมีนบุรี”

“ตารางเมตรจัดสรร” ลดลง

ทั้งนี้ REIC นำเสนอข้อมูลเจาะลึก “พื้นที่ตารางเมตร” ตามที่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างในช่วง 9 เดือนแรก 2564 โดยแยกเป็นพื้นที่ตามประเภทที่อยู่อาศัย

ได้แก่ “อาคารชุด” มีสถิติใบอนุญาตจัดสรรจำนวน 62,020 ตารางเมตร ขยายตัวลดลง -24.5% รองลงมาเป็น “บ้านแนวราบ” จำนวน 608,257 ตารางเมตร ขยายตัวลดลง -19.2%

ทั้งนี้ อาคารชุดส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ “เขตคันนายาว-อำเภอปากเกร็ด” ส่วนโครงการบ้านแนวราบส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ “อำเภอปากเกร็ด-เมืองนนทบุรี”

ส่องรัศมี 1 กม.สถานีรถไฟฟ้า

รักษาการผู้อำนวยการ REIC กล่าวด้วยว่า ล่าสุดผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยสะสม ณ มกราคม-มิถุนายน 2564 ในรัศมีแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพูไม่เกิน 1 กิโลเมตร พบว่ามีจำนวน 28 โครงการ รวม 4,497 หน่วย มูลค่า 12,054 ล้านบาท

โดยมีหน่วยที่อยู่อาศัย “เปิดตัวใหม่” เป็นอาคารชุด 1 โครงการ จำนวน 988 หน่วย มูลค่า 2,856 ล้านบาท

โดยแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสีชมพูมีหน่วยเหลือขายรวม 3,829 หน่วย มูลค่า 10,195 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นอาคารชุด 3,611 หน่วย สัดส่วน 94.3% กับทาวน์เฮาส์ 169 หน่วย สัดส่วน 4.4% ของที่อยู่อาศัยทุกประเภท

ยอดขายสะสม-คอนโดฯนำ

สำหรับยอดขายสะสมจากหน่วยที่อยู่อาศัย 6,253 หน่วย มูลค่า 18,592 ล้านบาท พบว่าส่วนใหญ่เป็นอาคารชุด 5,577 หน่วย สัดส่วน 89.2% กับทาวน์เฮาส์ มี 396 หน่วย สัดส่วน 6.3%

โดย “อัตราขายได้” สินค้าอาคารชุดส่วนใหญ่อยู่ในทำเล “สถานีรามอินทรา 83” หรือรามอินทรา กม.9 ระดับราคาขายได้กลุ่มหลักอยู่ที่ 2-3 ล้านบาท กับบ้านจัดสรรกลุ่มหลักอยู่ในทำเล “สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ” โดยสินค้าขายได้ดีเป็นกลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท

อัพเดต 5 สินค้าเหลือขาย

ข้อมูล “ที่อยู่อาศัยเหลือขาย” ยังพบด้วยว่า ซัพพลายโครงการอาคารชุดเหลือขายอย่างน่าสนใจ

รายละเอียดได้แก่ “อาคารชุด” เหลือขายมากสุดในกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 3,003 หน่วย สัดส่วน 83.2% มูลค่าเหลือขายรวม 6,983 ล้านบาท

รองลงมา “บ้านเดี่ยว” เหลือขายมากสุดในกลุ่มบ้านแพงราคามากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป มีจำนวน 24 หน่วย สัดส่วน 88.9% มูลค่า 506 ล้านบาท

“บ้านแฝด” เหลือขายมากสุดราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 16 หน่วย สัดส่วน 88.9% มูลค่า 72 ล้านบาท

“ทาวน์เฮาส์” เหลือขายมากสุดราคา 2-3 ล้านบาท จำนวน 133 หน่วย สัดส่วน 78.7% มูลค่า 365 ล้านบาท

และ “อาคารพาณิชย์/โฮมออฟฟิศ” มีเพียงกลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 4 หน่วย มูลค่า 22 ล้านบาท

คอนโดฯ 2-3 ล้านโอนเฟร่อร์

หนึ่งในไฮไลต์ข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ตามเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู จำแนกตามประเภทที่อยู่อาศัยได้ดังนี้

“อาคารชุด” มีการโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 6,345 หน่วย มูลค่ารวม 12,257 ล้านบาท โดยกลุ่มราคา 2-3 ล้านบาทโอนกรรมสิทธิ์ 2,130 หน่วย สัดส่วน 33.6% มูลค่า 5,260 ล้านบาท

“บ้านเดี่ยว” โอนกรรมสิทธิ์จำนวน 2,514 หน่วย มูลค่ารวม 20,364 ล้านบาท โดยกลุ่มราคา 5-7.5 ล้านบาท มีจำนวน 748 หน่วย สัดส่วน 29.8% มูลค่า 4,651 ล้านบาท

“บ้านแฝด” โอนกรรมสิทธิ์จำนวน 348 หน่วย มูลค่ารวม 1,678 ล้านบาท โดยกลุ่มราคา 5-7.5 ล้านบาท โอนกรรมสิทธิ์ 122 หน่วย สัดส่วน 35.1% มูลค่า 786 ล้านบาท

“ทาวน์เฮาส์” มีการโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 3,237 หน่วย มูลค่ารวม 9,588 ล้านบาท โดยกลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท โอนกรรมสิทธิ์ 1,143 หน่วย สัดส่วน 35.3% มูลค่า 4,399 ล้านบาท

“อาคารพาณิชย์/โฮมออฟฟิศ” มีการโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 371 หน่วย มูลค่ารวม 1,579 ล้านบาท

โดยกลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท โอนกรรมสิทธิ์ 82 หน่วย สัดส่วน 22.1% มูลค่า 326 ล้านบาท

9 ปีที่ดินราคาพุ่ง 200%

สำหรับการเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินตามเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู พบว่าราคาที่ในบริเวณเส้นทาง สถิติตั้งแต่ปี 2555-ไตรมาส 3/64 เพิ่มขึ้น 218.8%

ซึ่งจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลัง 2561 ถึงไตรมาส 4/64 เหตุผลเพราะเป็นช่วงเวลาที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูมีความชัดเจนที่จะเริ่มพัฒนา

แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการก่อสร้างเมกะโปรเจ็กต์รถไฟฟ้าสายสีชมพูมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินอย่างมีนัยสำคัญ