มิติยั่งยืน สิงห์ เอสเตท จุดประกาย SeaYouTomorrow
ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันถือเป็นโจทย์สำคัญของโลกที่ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไข ตั้งแต่ระดับผู้นำของประเทศไปจนถึงเด็ก ๆ เพราะนับวันปัญหายิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งยังส่งผลกระทบในวงกว้างไปยังทุก ๆ ส่วนของโลกใบนี้ด้วย
ผลเช่นนี้จึงทำให้ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยจึงร่วมมือกับศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาประเทศไทย (Environmental Education Centre-EEC) จัดกิจกรรม SeaYouTomorrow Camp : Fighting Climate Crisis หรือ “ค่ายผู้นำและเยาวชน รวมพลังต้านวิกฤตโลกร้อน”
ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของสิงห์ เอสเตท ที่นำพนักงานระดับหัวหน้างาน 15 คน ร่วมกับเยาวชนในพื้นที่จำนวน 10 คน มาร่วมเรียนรู้บนสภาวการณ์จริงในห้องเรียนธรรมชาติที่โรงแรมทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ เกาะพีพีเมื่อไม่นานผ่านมา
พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองในด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง หรือ change agent ที่จะนำความรู้ไปต่อยอดในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ไขวิกฤตโลกร้อน
“ศิริธร ธำรงนาวาสวัสดิ์” ผู้อำนวยการฝ่ายการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ SeaYouTomorrow หรือ “ทะเลวันพรุ่งนี้อยู่ในมือคุณ” เกิดจากการที่สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทแม่มีนโยบายความยั่งยืนที่มุ่งให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำ เพราะเราใช้น้ำในการดำเนินธุรกิจ
ขณะที่สิงห์ เอสเตทเราเป็นธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำหรือทะเล
“จึงเริ่มนโยบายตั้งแต่ในองค์กรว่าจะไม่ทำให้ขยะหรือของเสียลงสู่ทะเลตั้งแต่ต้นทางหรือในเมือง เช่น ในไซต์ก่อสร้างทั้งหมดต้องไม่ทำให้เกิดขยะพลาสติก หรือเศษวัสดุต่าง ๆ หรือน้ำเสียที่เกิดจากการใช้ในอาคาร องค์กร โรงแรม จะต้องถูกบำบัดและนำไปใช้ในสวน ไม่มีการปล่อยออกสู่ข้างนอก”
“สำหรับโรงแรมทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ เกาะพีพี ที่เราจัดค่าย SeaYouTomorrow ครั้งนี้เป็นหนึ่งในโรงแรมที่เราดำเนินธุรกิจภายใต้การดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย และได้รับประกาศนียบัตรชดเชยคาร์บอน มีนโยบายการจัดการของเสียและขยะพลาสติก มีการบริหารจัดการน้ำ และน้ำทิ้ง กระจายรายได้สู่ชุมชนด้วยการใช้เรือหางยาว หรือเรือท้องถิ่นที่เป็นเรือท่องเที่ยว ฯลฯ”
“ทั้งยังก่อตั้งศูนย์เรียนรู้ทางทะเล Marine Discovery Centre ซึ่งได้รับอนุญาตให้เพาะพันธุ์และอนุบาลปลาการ์ตูนก่อนปล่อยคืนสู่ท้องทะเล พร้อมกับเปิดให้คนทั่วไปเข้ามาเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้อย่างไม่จำกัดเฉพาะแขกของโรงแรม มากไปกว่านั้นยังสามารถเดินเท้าไปเรียนรู้เรื่องป่าชายเลน ซึ่งอยู่ติดกับโรงแรมและเป็นป่าชายเลนแห่งเดียวของเกาะพีพี จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับเรียนรู้”

“ศิริธร” กล่าวต่อว่า SeaYouTomorrow เกิดขึ้นเพราะเราค้นพบว่าเด็กคือ change agent ที่สำคัญ เราหวังว่าภายหลังจากการที่เด็กได้รับความรู้จากค่ายไปแล้วจะนำเรื่องราวที่เขาได้รับไปบอกผู้ใหญ่
“ซึ่งแต่ละปีจะมีการออกแบบค่ายไม่เหมือนกัน อย่างปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่จัดสำหรับผู้บริหารระดับหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ ที่มาจากหลาย ๆ ส่วนขององค์กร เพราะว่าเป็นปีที่ 3 ที่เราได้รับหุ้นยั่งยืน และ roadmap ของบริษัทกำลังก้าวสู่การเป็น Dow Jones Sustainability Index (DJSI)
และเรามองว่าผู้บริหารซึ่งเป็นคนตัดสินใจสุดท้ายของทุก ๆ นโยบายหรือโครงการต้องมีความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมด้วย อีกทั้งอยากให้ทุกการตัดสินใจของผู้บริหารมีประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมแทรกเข้าไปอยู่ด้วย”
“เราวางแผนว่าจะทำแบบนี้กับผู้บริหารทุกระดับในองค์กร ปีนี้เราจะพาองค์กรไปสู่ carbon neutral เพราะตอนนี้เรื่องคาร์บอนเป็นโจทย์ของโลกที่ทุกคนต้องทำ อย่างโรงแรม ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ เกาะพีพี ในปี 2565 จะมีการลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และนำพลังงานไฟฟ้าที่ได้มาใช้ภายในโครงการ”
“ดิฉันคาดว่าจะช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 30% อีกทั้งจะมีการทำโรงบำบัดน้ำเสียให้ชุมชน ตั้งอยู่บนโฉนดของโรงแรมเพื่อให้น้ำเสียจากชุมชนทั้งหมดผ่านโรงบำบัด ขณะเดียวกัน ก็ต้องปลูกจิตสำนึกให้พนักงานช่วยกันดูเรื่องลดคาร์บอน”
“น.สพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์” นักวิชาการคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และประธานมูลนิธิโลกสีเขียว เป็นผู้ร่วมออกแบบค่ายและเป็นวิทยากรกล่าวเสริมว่า ผู้ร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้ในหัวข้อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือ climate chang
“พร้อมทั้งออกสำรวจพื้นที่จริงกิจกรรมนี้เราพยายามทำให้เยาวชนกว่า 10 คนที่ร่วมกิจกรรมกับเราเห็นความเชื่อมโยงของธรรมชาติว่ามีความสำคัญอย่างไร เพราะเยาวชนทั้งหมดคือคนในพื้นที่ เราต้องทำให้เขารู้สึกหวงแหนสิ่งที่เขามี
เพราะถ้าเขาไม่รู้สึกหวงแหนก็ยากที่จะมีคนดูแล ขณะเดียวกัน ปีนี้เป็นปีแรกที่สิงห์ เอสเตทชวนผู้บริหารมาร่วมกิจกรรมด้วย ตรงนี้นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับผมและ EEC มากที่ต้องออกแบบให้มีความน่าสนใจ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่”

“อเล็กซ์ เรนเดลล์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีอีซี เอชคิว จำกัด ผู้ก่อตั้งศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาประเทศไทย (Environmental Education Centre-EEC) กล่าวว่า จากการทำค่ายมากว่า 100 ค่าย ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงระยะยาว คือการเปลี่ยนแปลงที่ต้นเหตุ คือเปลี่ยนที่จิตใจ สิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาได้ด้วยการเปลี่ยนมิติทางจิต สร้างกระบวนการให้เขามีความหวงแหน กล้าออกมาเผชิญหน้า กล้าออกมาปกป้อง และถ่ายทอดสู่สาธารณะ
สิ่งที่เราต้องการคือการสร้างความสามารถในการเป็นตัวแทนมาพูดเรื่องสิ่งแวดล้อม จนนำไปสู่ความสามารถในการจัดการเรื่องความยั่งยืนในอนาคต