เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
Economic ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
Politics รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
Economic เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
วิจัยกสิกรไทย ฟันธงเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้ง รอบ ก.ย.ยังไม่ปรับ
Finance วิจัยกสิกรไทย ฟันธงเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้ง รอบ ก.ย.ยังไม่ปรับ
Apple เดบิวต์ ‘iPhone Duo’ เขย่าบัลลังก์ Samsung ผู้นำตลาด ‘จอพับ’
Tech Apple เดบิวต์ ‘iPhone Duo’ เขย่าบัลลังก์ Samsung ผู้นำตลาด ‘จอพับ’
ดูทั้งหมด

ยักษ์ชนยักษ์ “บิทคับVSไบแนนซ์” เกมซินเนอร์ยี “กัลฟ์-SCB” เขย่าสมรภูมิคริปโท

19 ม.ค. 2565 | 08:01น.

เรียกเสียงฮือฮาทั่วสารทิศเขย่าแวดวงคริปโทเคอร์เรนซีไทย เมื่อ “กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์” ของ สารัชถ์ รัตนาวะดี เศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 1 ประกาศความร่วมมือกับกลุ่มไบแนนซ์ (Binance) แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก ผ่านบริษัทลูก (กัลฟ์ อินโนวา) เพื่อร่วมลงทุนในธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในประเทศไทย

เพราะทั้ง “กัลฟ์ และไบแนนซ์” ครบเครื่องทั้งคู่ในแวดวงของตัวเอง ทั้งกำลังเงิน, โนว์ฮาว และโนว์ฮู

โดย “กัลฟ์” ระบุว่าความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการขยายธุรกิจ และความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล

แค่ทั้งคู่ประกาศจับมือร่วมทางกันยังไม่เริ่มก้าวแรกก็สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่ว โดยเฉพาะกับสตาร์ตอัพยูนิคอร์นดาวรุ่งของไทย “บิทคับ” (Bitkub) เพราะเท่ากับเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดของบิทคับโดยตรง

อย่างไรก็ตาม “บิทคับ” เองก็มีพันธมิตรที่แข็งแกร่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า “ไบแนนซ์” นั่นก็คือ “กลุ่ม SCBX” ที่เพิ่งประกาศดีลไปเมื่อปลายปี โดยทุ่มเงินกว่า 1.78 หมื่นล้านบาท ซื้อหุ้น 51% ในบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด เพื่อเปิดเกมรุกในสมรภูมิฟินเทค

ระหว่าง “บิทคับ และไบแนนซ์” จึงมี SCBX และกัลฟ์ รวมอยู่ด้วย

“กัลฟ์-ไบแนนซ์” เขย่าวงการ

แหล่งข่าวในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การแข่งขันในตลาดซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีในไทยจะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

จากที่บิทคับครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 90% ขณะที่โครงสร้างธุรกิจของไบแนนซ์ และบิทคับ มีหลายส่วนคล้ายกัน เช่น นอกจากมีธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ดิจิทัลเหมือนกันแล้ว ยังมี native token และบล็อกเชนของตนเอง โดยไบแนนซ์มี BNB และ Binance Smart Chain ส่วนบิทคับมีเหรียญ KUB และ Bitkub Chain

“กัลฟ์มีกระแสเงินสดในมือมาก มีคอนเน็กชั่นที่ดี รวมถึงเข้าไปลงทุนในอินทัช บริษัทแม่เอไอเอส ที่มีฐานลูกค้ามือถือ และอินเทอร์เน็ตบ้านรวมกว่า 44 ล้านราย จึงถือว่าครบเครื่องมาก ๆ ทั้งยังช่วยปิดจุดอ่อนในการเข้ามาขอไลเซนส์ ซึ่งต้องดีลกับหน่วยงานที่กำกับดูแลในประเทศ”

ขณะที่ “ไบแนนซ์” เป็นยักษ์ใหญ่ในวงการคริปโทโลกที่มีของครบ และหลากหลายระดับ “โกลบอลอีโคซิสเต็ม” หากเข้ามาเปิดบริการในประเทศไทยได้ก็จะช่วยสร้างอีโคซิสเต็มนี้ในไทยให้แข็งแรงมากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม มูลค่าตลาดของ BNB Coin (marketcap) ปัจจุบันเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก BTC (Bitcoin) และ ETH (Ethereum)

ขณะที่ในโลก DeFi มีการใช้ Binance Smart Chain รองจาก ETH ขณะที่ Decentralised Applicationd บน KUB ยังไม่ค่อยเห็นการใช้งานจริง

“ต่างแน่ ๆ คือค่าธรรมเนียมการเทรด บิทคับคิด 0.25% ถือว่าสูงสุดในโลก ขณะที่ไบแนนซ์คิดที่ 0.1% ก็ต้องจับตาว่าเมื่อเข้ามาในไทย ทำตาม กม.ไทย ไบแนนซ์จะคิดค่าธรรมเนียมการซื้อขายเท่าไร”

มองเกมซินเนอร์ยียกเครือ

นายศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ดีลนี้อาจไม่ได้ทำให้การแข่งขันของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทในประเทศไทยเพิ่มดีกรีขึ้น แม้ผู้เล่นรายเดิมที่อยู่มาก่อนจะมีฐานแข็งแรง เพราะตลาดไทยยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมากในหลายส่วน เช่น ในมุมของผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล (ICO portal) เป็นต้น แต่เมื่อพูดถึงอุตสาหกรรมนี้ ส่วนใหญ่จะนึกถึงเฉพาะแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทซึ่งเป็นแค่ประตูแรกเท่านั้น

“สิ่งที่น่าตื่นเต้นของดีลนี้คือ การนำจุดแข็งที่ทั้งกัลฟ์ และไบแนนซ์ มาต่อยอดธุรกิจ เช่น คริปโทโดนโจมตีเรื่องพลังงานสะอาด หากจับมือกับกัลฟ์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตพลังงาน แล้วมีการทำเหมืองขุดบิตคอยท์ ภาพลักษณ์ของคริปโทก็อาจจะดีขึ้น

“อย่างไรก็ตาม หลายคนเริ่มกังวลเรื่องการผูกขาด เพราะกัลฟ์กำลังคืบคลานเข้าไปหลาย ๆ อุตสาหกรรม ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่า กัลฟ์เป็นบริษัทที่มีเครดิตดี มีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ ทั้งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในอินทัช บริษัทแม่ของเอไอเอส จึงน่าจะซินเนอร์ยีธุรกิจร่วมกันได้หมด”

เชื่อว่าเมื่อซินเนอร์ยีกันแล้ว จะได้โปรดักต์ใหม่ ๆ อีกหลายอย่างที่น่าสนใจ

ส่วนประเด็นที่นักลงทุนคริปโทกังวล กรณีไบแนนซ์เข้ามาเปิดบริการในไทยจะทำให้ข้อมูลในไบแนนซ์เดิมจะโดนเปิดเผยข้อมูลหรือไม่นั้น ก็อาจทำให้เกิดการย้ายจากไบแนนซ์ไปยังศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายอื่น ๆ แต่ท้ายสุดแล้วประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น การพัฒนาบริการที่ดีขึ้น จะตกอยู่กับผู้บริโภคมากกว่า

“อินทัชยังมีความร่วมมือกับสิงเทล ทำดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่เอไอเอสถือหุ้นในซีเอสแอลที่มีดาต้าเซ็นเตอร์อยู่แล้ว รวมเข้ากับฐานลูกค้าที่มีอยู่ทั้งอินเทอร์เน็ตบ้าน และมือถืออีก ซึ่งเป็นโอกาสที่จะเจาะเข้าไปยังลูกค้ากลุ่มนี้เพิ่มเติมได้อีก”

ทางลัด กัลฟ์บุก ตปท.

ยังไม่นับว่าเอไอเอสมีความร่วมมือในธุรกิจสินเชื่อดิจิทัล กับ “เอสซีบี” ผ่านบริษัทร่วมทุน “AISCB” ทั้งหมดยังสามารถนำมาต่อยอดได้อีก

“ถ้ามองให้สุด ต่อไปอาจจะนำคริปโทมาปล่อยสินเชื่อก็ได้ มวยคู่นี้จึงถือเป็นศึกยักษ์ล้มยักษ์ มองว่าเป็นโอกาสของผู้บริโภคที่จะได้โอกาสจากการแข่งขันที่เกิดขึ้น”

นอกจากนี้ ยังทำให้กัลฟ์กับไบแนนซ์มีช่องสมประโยชน์กันหลายเรื่อง โดยไบแนนซ์ถือว่าอยู่ยากบนโลกคริปโท เพราะไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นมิตรกับประเทศไหนที่มีผู้กำกับดูแลแรง ๆ จึงต้องการใช้ “กัลฟ์” เป็นสะพานเชื่อม

ขณะที่กัลฟ์ก็จะรุกเข้าสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ในโลกการเงินดิจิทัลได้เร็วขึ้น เพราะไบแนนซ์มีเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีจำนวนมาก ทั้ง exchange และ LAB พัฒนาโปรดักต์ใหม่ ๆ ถ้า “กัลฟ์” จะเปลี่ยนตัวเองเป็นแบงก์ยุคใหม่ก็ทำได้ และไม่จำกัดอยู่เฉพาะในประเทศเท่านั้น แต่หมายถึงการขยายในต่างประเทศด้วย

บิทคับเร่งเกมผนึกพันธมิตร

ด้าน นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือบิทคับ (Bitkub) ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับดีลดังกล่าวและว่า ความร่วมมือดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ โดยกล่าวถึงภาพรวมตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในปัจจุบันว่าเปลี่ยนไปมาก จาก 8 ปีก่อน เม็ดเงินมาจากนักลงทุนรายย่อย

กระทั่งปีที่ผ่านมาเริ่มมีสัดส่วนมาจากนักลงทุนสถาบันการเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ เฉพาะแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล (coinbase) มีสัดส่วนนักลงทุนสถาบันเกือบ 30-40% จากเดิมไม่ถึง 10%

“ปีนี้เราจะเดินหน้าจับมือกับพาร์ตเนอร์เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างสิ่งใหม่ ๆ ทั้ง Play to Earn, Learn to Earn โดยถือว่าเป็นปีแห่งการลงทุน การร่วมทุน และการจับมือร่วมกับพาร์ตเนอร์ ปัจจุบันจับมือกับพาร์ตเนอร์ไปแล้ว 120 โปรเจ็กต์ เช่น กับเดอะมอลล์ ล่าสุดกับกลุ่มทองแตง ตั้ง Bitkub World Tech สร้างบุคลากรด้านบล็อกเชน และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในไทย”

ปัจจุบันบิทคับมีจำนวนผู้เปิดบัญชี 3.24 ล้านบัญชี เป็นบัญชีที่แอ็กทีฟ 1.2 ล้านบัญชี

แม้ปัจจุบันบิทคับจะมีส่วนแบ่งในตลาดซื้อขายคริปโทในไทยถึง 95% แต่ตลาดนี้ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

การตัดสินใจเข้าสู่ตลาดไทยผ่าน “กัลฟ์” ของ “ไบแนนซ์” ก็เช่นกันเป็นเกมที่เพิ่งเริ่มต้น