Skip to content

ครม. เพิ่มวงเงินรถไฟชานเมืองสายสีแดง เป็น 96,868 ล้าน

01 ก.พ. 2565 | 14:22น.
ครม. เพิ่มวงเงินรถไฟชานเมืองสายสีแดง เป็น 96,868 ล้าน

ครม.เคาะ เพิ่มวงเงินรถไฟชานเมืองสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต บางซื่อ-ตลิ่งชัน จาก 93,950 ล้าน เพิ่มขึ้นเป็น 96,868 ล้าน

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ปรับกรอบวงเงินโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ที่เกิดจากภาระภาษีต่างๆ เช่น ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มจากการเปลี่ยนแปลงแหล่งเงินกู้จากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น(JICA) เป็นแหล่งเงินกู้ภายในประเทศ, ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรจากการนำเข้าของโครงการฯสายสีแดง

และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นที่ต้องชำระให้ผู้รับจ้างในส่วนที่เป็นเงินเยนจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมจำนวน 2,917 ล้านบาท ประกอบด้วย ช่วงบางซื่อ-รังสิต จำนวน 2,011 ล้านบาท และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน จำนวน 906 ล้านบาท ทำให้กรอบวงเงินลงทุนโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงตามมติครม.เดิมที่อนุมัติไว้จำนวน 93,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 96,868 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ครม. ได้อนุมัติให้ รฟท. กู้เงินภายในประเทศมาจ่ายค่าอากรนำเข้า(Import Duty) ที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณจากครม.และมีมูลค่างานระบุไว้ในสัญญาแล้วเป็นจำนวนเงิน 660 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ได้ให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินจำนวน 7,985 ล้านบาท ประกอบด้วยช่วงบางซื่อ-รังสิต จำนวน 7,078 ล้านบาท และช่วงบางซื่อ –ตลิ่งชันจำนวน 906 ล้านบาทโดยให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินที่เหมาะสมพร้อมทั้งค้ำประกันเงินกู้ภายใต้กรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติให้แก่ รฟท. โดยรัฐบาลรับภาระค่างานโครงสร้างพื้นฐานงานโยธา และส่วนที่เกี่ยวข้องตามหลักการของมติ ครม. เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2549

โดยให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่อชำระต้นเงิน ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายอื่นในการกู้เงินในส่วนที่รัฐบาลรับภาระต่อไป ส่วนค่างานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาตู้รถไฟฟ้าให้รฟท.เป็นผู้รับภาระ โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาการกู้เงิน วิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียดต่างๆของการกู้เงินตามความเหมาะสมและจำเป็น