ดราม่า สาธิตธรรมศาสตร์ เรียนประวัติศาสตร์ให้สนุก หรือล้างสมองเด็ก ?
ไล่เลียงไทม์ไลน์ประเด็นดราม่า “โรงเรียนสาธิตธรรมศาสตร์” ถูกวิจารณ์ล้างสมองเด็กจริงหรือไม่ ? พล.อ.ประยุทธ์ มีท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างไร
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สังคมกำลังวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นเกี่ยวกับ “โรงเรียนสาธิตธรรมศาสตร์” ซึ่งถูกกล่าวหาว่า “ล้างสมองเด็ก” หลังเชิญนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ชื่อดัง เล่าสรุปรายงานการศึกษา “แนวทางการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์” ให้กับทีมครูในโรงเรียน ตั้งแต่ 24 มกราคมที่ผ่านมา
“ประชาชาติธุรกิจ” รายงานเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นตอดราม่า ถึงการสัมภาษณ์ครั้งล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เชิญ “ธงชัย วินิจจะกูล” เยี่ยมชมการเรียนการสอน
ประเด็นนี้มีจุดเริ่มต้นจากวันที่ 24 มกราคม เมื่อ รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี อดีตคณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประธานบริหาร โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า
ได้เชิญ ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล ศาสตราจารย์กิตติคุณประจำภาควิชาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประวัติศาสตร์ไทย ที่ ม.วิสคอนซิน แมดิสัน มาเยี่ยมชมห้องเรียน ดูการสอน และเล่าสรุปรายงานการศึกษา “แนวทางการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์” ให้กับทีมครูโรงเรียนสาธิตธรรมศาสตร์

เปิดบทสัมภาษณ์ “อนุชาติ พวงสำลี”
ต่อมาในวันที่ 31 มกราคม แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ mappa เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ รศ.ดร.อนุชาติ พร้อมยกตัวอย่างบางช่วงบางตอน เช่น
“เราไม่ใส่เครื่องแบบ ไม่เคร่งครัดเรื่องทรงผม ไม่มีวิชาลูกเสือเนตรนารี ไม่สอนวิชาพระพุทธศาสนา ไม่ให้เด็กมายืนเคารพธงชาติตอนเช้า ไม่มีสวดมนต์ตอนเช้า แต่เรามีคำตอบในการอธิบายสิ่งเหล่านี้ว่า เราจะใช้อะไรมาเป็นกติกาในการสร้างความเป็นระเบียบวินัยของเด็ก”
“โรงเรียนไม่ได้มีไว้เพื่อสอนเด็กแต่เป็นการสร้างระบบนิเวศน์การเรียนรู้ให้เกิดขึ้น”
“หลายวิชาเราสลัดทิ้ง เช่น วิชาลูกเสือเนตรนารีก็เปลี่ยนเป็นวิชาอยู่รอดปลอดภัย รื้อเนื้อใหม่หมด เรียนทำไมเงื่อน ปม หรือแบกธง ก็เปลี่ยนเป็นซ้อมหนีไฟให้เป็น เวลาไฟไหม้ดับไฟเป็นมั้ย ปฐมพยาบาลให้เป็น ว่ายน้ำก็ไม่มุ่งกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ แต่เอาพัฒนาการด้านร่างกายก่อน ครูพลต้องตอบโจทย์ว่า ถ้าเด็กตกน้ำ ต้องรอด เอาแค่นี้ ไม่ต้องมาผีเสื้อกับผม”

การศึกษาหรือล้างสมอง ? “อัษฎางค์ ยมนาค” ถาม
ปรากฏว่าทั้งสองโพสต์ดังกล่าวถูกหยิบยกนำไปวิจารณ์เป็นวงกว้าง โดยเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ด้วยหัวข้อว่า “การศึกษาหรือล้างสมอง” เนื้อหาดังนี้
สอนถูกเป็นถูกหรือสอนถูกเป็นผิด ผิดเป็นถูก รัฐบาลและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง จะนิ่งเฉยหรือจะบอกว่าดำเนินการอยู่ (อย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป) ในขณะที่พวกเขารุกคืบหนักข้อขึ้นอย่างรวดเร็วทุกวัน นี่เขาสอนเด็กเล็กในโรงเรียนกันแล้ว จะรอจนคนในชาติ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่กำลังจะเป็นอนาคตของชาติ “ถูกล้างสมองตามแนวคิดที่จะนำไปสู่การปฏิรูปที่ซ่อนเร้น” กันจนหมดประเทศ
คุณ (รัฐบาลและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง) ก็คือคนที่คิดเหมือนกันกับพวกเขาหรือเป็นพวกเดียวกันกับพวกเขาหรืออย่างไร ถึงนั่งดูเขาลงมือทำกันแบบนี้ไปทั่วเมืองแล้ว
คุณเป็นครูอาจารย์ เป็นข้าราชการ คุณสวมเครื่องแบบหรือไม่ ถ้าคุณเองยังสวมใส่เครื่องแบบอยู่ ทำไมจึงฝึกให้เด็กต่อต้านหรือไม่สวมใส่เครื่องแบบ แล้วเมื่อเด็กนักเรียนเติบโตสู่วัยทำงาน เขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อเขาซึ่งไม่เคยอยู่ในระเบียบ ไม่เคยต้องสวมเครื่องแบบ แต่ต้องกลับเข้าสู่การมีระเบียบเมื่อโตแล้ว
นักบวช ข้าราชการ พนักงานบริษัท ผู้อำนวยการ ประธานบริษัท ประธานาธิบดี พระมหากษัตริย์ ล้วนต้องสวมเครื่องแบบ แล้วทำไมฝึกให้เด็กนักเรียนไม่ต้องสวม ตอนประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเข้ารับตำแหน่ง ก็ยังมีการประกอบพิธี ซึ่งคล้ายกับการสวดมนต์ของชาวไทยพุทธ
ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา สวมสูทซึ่งก็คือการสวมเครื่องแบบ เป็นประธานาธิบดีประเทศเสรีนิยมอันดับ 1 ของโลก ก็ยังต้องสวมเครื่องแบบและทำพิธี
นอกจากนี้ ยังมีการระบุถึงประโยชน์ของการสวมเครื่อแบบ 5 ข้อ, ประโยชน์ของวิชาลูกเสือเนตรนารี 3 ข้อ, ประโยชน์ของวิชาพุทธศาสนา 4 ข้อ และ ประโยชน์ของการสวดมนต์ 2 ข้อ
ก่อนปิดท้ายด้วยการตั้งคำถามว่า รัฐบาลและหน่วยงานราชการ จะรอให้เขาล้างสมองเด็กทั้งชาติสำเร็จ จนเด็กเติบโตออกมาปฏิวัติล้มล้างขนบธรรมเนียมประเพณี ล้มล้างสถาบัน ล้มล้างการปกครอง ล้มล้างชาติ หรืออย่างไร จะรอให้ถึงวันนั้นก่อนจริง ๆ หรือ คุณไม่ทำอะไร หรือทำอย่างช้า ๆ เพราะ…. คุณมันไร้น้ำยาหรือคุณเป็นพวกเดียวกันกับเขา ? เราอยากรู้
ประยุทธ์สั่งจับตา ร.ร.สาธิต ม.ธรรมศาสตร์
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระบุว่า กำลังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูอยู่ กรณีที่มีข้อห่วงใยหลักสูตรของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจมีการบิดเบือนประวัติศาสตร์และสถาบัน
“นี่คือเรื่องการศึกษา เป็นสิ่งสำคัญ การศึกษาจะต้องมีเป้าหมายที่ดี ทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ มีความคิดอย่างเป็นระบบ มีไมนด์เซตที่ดี สิ่งเหล่านี้กำลังแก้ โดยได้มีการสั่งการ กำหนดนโยบายไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงศึกษาธิการมาโดยตลอด ทั้งหลักสูตร การศึกษา การสอนของครู การเพิ่มสมรรถนะ ทั้งหมดมีอยู่แล้ว แต่จำเป็นต้องปรับกลไกบางตัวให้ทันสมัยขึ้น และองคาพยพเหล่านั้นต้องทำตามนี้ พัฒนาตนเอง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

อีก 2 วันต่อมา นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะโฆษก อว. เปิดเผยว่า นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการ อว. รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และสั่งการให้ นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. เร่งไปตรวจสอบว่ามีการบิดเบือนเนื้อหาจริงหรือไม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้
“อนุชาติ” ยันไม่ได้บิดเบือน
หลังการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ทางโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ชี้แจงทันที โดย รศ.ดร.อนุชาติกล่าวว่า ได้ยินข่าวแล้วรู้สึกตกใจและเสียใจเล็กน้อย ทั้งนี้ ยืนยันว่าโรงเรียนไม่ได้บิดเบือนประวัติศาสตร์ใดๆ ในการเรียน โรงเรียนใช้ตำราของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
แต่โรงเรียนเน้นการเรียนการสอนที่มากไปกว่านั้น คือการเรียนการสอนของโรงเรียนจะให้นักเรียนอ่านหนังสือจำนวนมาก นักเรียนสามารถเลือกอ่านตำรา และเอกสารอื่น ๆ ได้ โรงเรียนไม่ยึดติดการเรียนการสอนเฉพาะสำนักคิดใดสำนักคิดหนึ่ง เด็กต้องเรียนทุกสำนักคิดที่หลากหลาย สิ่งนี้เป็นหลักการจัดการเรียนการสอนที่สำคัญเพื่อจะสร้างเด็กให้มีวุฒิภาวะ
นอกจากนี้ โรงเรียนยังได้ทำวิจัย จัดอบรมสัมมนาให้กับบุคลากรมาเป็นระยะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยในห้องเรียน วิจัยในประเด็น และหัวข้อต่าง ๆ ซึ่งจะเชิญนักวิชาการมาให้ความรู้เป็นช่วง ๆ
รศ.ดร.อนุชาติกล่าวต่อว่า สาเหตุที่เป็นประเด็นขึ้นมา คาดว่ามาจากโรงเรียนเชิญนายธงชัย วินิจจะกูล นักประวัติศาสตร์ มาเสนอกรอบเนื้อหา และแนวทางการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ เพราะโรงเรียนเห็นว่านายธงชัยเป็นนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียง เขียนตำราออกมามากมาย และโรงเรียนเห็นว่าการเรียนประวัติศาสตร์ในปัจจุบันเด็กอาจจะรู้สึกเบื่อ ต้องท่องจำ เพราะมีเนื้อหาจำนวนมาก
แล้วจะทำอย่างไรที่จะให้เด็กเรียนประวัติศาสตร์แล้วสนุก และเรียนประวัติศาสตร์แล้วรักที่จะเรียน เรียนแล้วได้ความคิดที่ดี คิดวิเคราะห์ได้ รักที่จะไปอ่านหนังสือ และไปค้นคว้าต่อ จึงเป็นโจทย์ที่ให้นายธงชัยเข้ามาช่วยคิด เพราะโรงเรียนไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ และอยากจะได้มุมมองวิธีคิดใหม่ ๆ จากนายธงชัย
“หลังจากเกิดเรื่อง นักเรียนก็เครียด ผู้ปกครองส่วนหนึ่งก็เครียด แต่ในภาพรวมทุกคนให้กำลังใจโรงเรียน และทุกคนเตือนสติกันว่าอย่าไปตอบโต้ด้วยอารมณ์ หากมีอะไรที่ชี้แจงอธิบายได้ ก็ทำ ทั้งนี้ พร้อมที่จะให้นายกฯ รัฐมนตรีว่าการ อว.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบ เพราะโรงเรียนไม่มีอะไรที่เป็นความลับ ยินดีชี้แจงทุกเรื่อง” รศ.ดร.อนุชาติกล่าว
แถลงการณ์โรงเรียน
ขณะที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณชน ระบุว่า ตามที่มีกระแสข่าวในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับหลักสูตรและแนวทางการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความสับสน คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ลดทอนคุณค่าและความมุ่งมั่นอันแท้จริง โรงเรียนจึงขอชี้แจงและทำความเข้าใจในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
1.โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นสถาบันการศึกษาภายใต้สังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ให้ความสำคัญกับการเคารพความหลากหลายทางความคิดและมุมมอง โดยโรงเรียน ร่วมทำงานกับผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อพัฒนาหลักสูตรที่ช่วยเตรียมความพร้อมเยาวชนสำหรับการเป็นพลเมืองไทย และพลเมืองโลกที่พร้อมใช้วิจารณญาณในการเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทัน
2.โรงเรียนให้ความสำคัญกับการพัฒนาหลักสูตรและนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนบนฐานความรู้ที่ทันสมัย ครอบคลุมสาระการเรียนรู้ในแต่ละช่วงชั้น และมีความเหมาะสมกับพัฒนาการของผู้เรียน นอกจากวิชาสาระหลัก โรงเรียนยังได้จัดให้มีการสอนในวิชาต่างๆ เพิ่มเติม อาทิ วิชาอยู่รอดปลอดภัย วิชาว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด วิชาวัยรุ่นศาสตร์ วิชารู้ทันการเงิน วิชาเสพศิลป์และกลิ่นเสี่ยง วิชาผู้ประกอบการ วิชารู้เท่าทันสื่อ วิชาวิถีศรัทธา (ครอบคลุมเนื้อหาทุกศาสนา) เป็นต้น เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริง
3.โรงเรียนมีเป้าหมายในการบ่มเพาะเยาวชน ให้เป็นผู้มีจิตสำนึกพลเมืองที่เข้มแข็ง เป็นพลเมืองโลกที่ยึดโยงกับบริบทของสังคมไทย มีทักษะและสมรรถนะแห่งอนาคต รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ มีภาวะผู้นำ มีความสามารถในการกำกับตนเอง เข้าอกเข้าใจผู้อื่น และสามารถทำงานเป็นทีม ผ่านกระบวนการเรียนรู้ในชั้นเรียน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาเยาวชนให้มีคุณลักษณะดังกล่าว
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงเรียนตระหนักดีว่า การบุกเบิกสร้างการเปลี่ยนแปลงไปเรื่องที่ต้องอาศัยระยะเวลา มีข้อจำกัดต่างๆ มากมาย ในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจ โรงเรียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เจตนารมณ์ในการสร้างและพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนจะเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ และได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนให้สามารถขยายผลได้ต่อไป

ความเห็น อ.ปริญญา
ด้าน ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Prinya Thaewanarumitkul ระบุว่า
ปัญหาหลักของการศึกษาของประเทศไทยคือ การเอาแต่สอนให้ท่องจำและทำตามอาจารย์สั่ง โดยไม่ต้องใช้ความคิดอะไรมาก การศึกษาแบบนี้เป็น การศึกษาแบบอำนาจนิยม ซึ่งนอกจากจะไม่อาจทำให้ประเทศไทยเกิดกำลังทางความคิดและสติปัญญา ไม่อาจพาประเทศไทยไปไหนได้ แล้วก็ยังเป็นการศึกษาที่ไม่ส่งเสริมประชาธิปไตยเลยครับ
เพราะเป็นการศึกษาแบบสอนให้คนเชื่อฟังผู้มีอำนาจ แม้ว่าอำนาจนั้นจะได้มาโดยมิชอบ การปฏิวัติรัฐประหารถึงยังไม่หมดไป และประชาธิปไตยที่ตั้งอยู่บนหลักการความเสมอภาคเท่าเทียม และสิทธิเสรีภาพที่รับผิดชอบต่อส่วนรวม จึงไม่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยเสียที
โรงเรียนสาธิตธรรมศาสตร์ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อ “สาธิต” การศึกษาแบบให้นักเรียน “คิด” และมีวินัยแบบ “รับผิดชอบ” ทั้งต่อคนเอง ต่อคนอื่น และต่อส่วนรวม เป็นการศึกษาเพื่อสร้างสติปัญญา ไม่ได้สอนให้ทำตามสั่ง จึงย่อม แตกต่างไปจากการศึกษาแบบที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยได้รับการศึกษามา เราจึงพอเข้าใจได้ว่าทำไมท่านนายกรัฐมนตรีจึงไม่เข้าใจ
แต่ที่ไม่เข้าใจเลยคือที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ทราบไปฟังมาจากไหนหรือไปอ่านเฟซบุ๊กใครมา มากล่าวหาว่าโรงเรียนสาธิตธรรมศาสตร์บิดเบือนประวัติศาสตร์และสถาบัน ทั้ง ๆ ที่เขาแค่สอนให้คิด ให้ตั้งคำถาม และให้มีวินัยแบบคิดเองและรับผิดชอบต่อส่วนรวม
ท่านยังไม่ได้ตรวจสอบอะไรเลยก็พูดผิด ๆ ไปแล้ว เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีอย่างยิ่งต่อเยาวชน จะว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ไม่ได้ เพราะท่านเป็นถึงนายกรัฐมนตรีนะครับ
หน่วยงานที่ท่านสั่งให้จับตา ก็คงลำบากใจเพราะรู้ว่าเรื่องจริงไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูด ทั้งหมดนี้ ผมกล่าวในนามอาจารย์ธรรมศาสตร์คนหนึ่ง เพราะไม่ได้เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัย ก็ขอให้หน่วยงานที่จะมาจับตาก็ช่วยจับตาและกลับไป บอกท่านนายกฯว่าท่านพูดผิด และ โปรดตรวจสอบข้อมูลก่อนจะพูดอะไรนะครับ
ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ล่าสุด
ล่าสุดวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง ระบุว่า การตรวจสอบเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เขาต้องตรวจสอบว่ามีการเรียนการสอนกันอย่างไร ไม่ใช่เรื่องไปบังคับหรืออะไรกับเขา แต่ไปดูที่สาระให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลองเข้าไปดูที่มีข่าวออกมาก็ให้ไปตรวจสอบเท่านั้นเอง