การค้าชายแดน-ผ่านแดน พุ่ง 34.2% 8 เดือนทะลุ 1.5 ล้านล้าน
การค้าชายแดนและผ่านแดน เดือนสิงหาคม 2569 พุ่ง 34.2% แตะ 201,600 ล้านบาท ดันยอดสะสม 8 เดือนทะลุ 1.54 ล้านล้านบาท ขณะที่การค้าชายแดนไทย-เมียนมากลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 12 เดือน ส่งออกพุ่ง 66.2% ส่วนการค้าผ่านแดนยังแรงต่อเนื่อง โต 42.1% จากดีมานด์จีนทั้งผลไม้สด อิเล็กทรอนิกส์ และยางพารา
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทยในเดือนสิงหาคม 2569 มีมูลค่ารวม 201,600 ล้านบาท ขยายตัว 34.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออก 103,720 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.2% และการนำเข้า 97,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.3% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 5,840 ล้านบาท
ส่งผลให้ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 การค้าชายแดนและผ่านแดนมีมูลค่ารวม 1,543,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% เป็นการส่งออก 864,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% และนำเข้า 679,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1% โดยไทยเกินดุลการค้าสะสม 185,266 ล้านบาท
สำหรับการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ในเดือนสิงหาคม มีมูลค่ารวม 79,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.6% เป็นการส่งออก 41,059 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.9% และนำเข้า 38,009 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.8% ไทยเกินดุล 3,049 ล้านบาท
มาเลเซียเป็นคู่ค้าชายแดนที่มีมูลค่าสูงสุด 39,109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.0% รองลงมา คือ สปป.ลาว 23,593 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% เมียนมา 16,366 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.2% และกัมพูชา 33,241 บาท ลดลง 99.7%
สินค้าส่งออกชายแดนสำคัญในเดือนสิงหาคม ได้แก่ น้ำมันดีเซล 2,763 ล้านบาท เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ 1,652 ล้านบาท และน้ำมันสำเร็จรูปอื่น ๆ 1,500 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ช่วง 8 เดือนแรกของปี การค้าชายแดนรวมยังมีมูลค่า 591,382 ล้านบาท ลดลง 7.1% โดยเป็นการส่งออก 332,178 ล้านบาท ลดลง 12.2% และนำเข้า 259,204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3%
นางอารดากล่าวว่า จุดที่น่าจับตาคือการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งเดือนสิงหาคมกลับมาขยายตัว 18.2% เป็นครั้งแรกในรอบ 12 เดือน ขณะที่การส่งออกของไทยไปเมียนมาขยายตัวถึง 66.2% มีมูลค่า 10,651 ล้านบาท
สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอื่น ๆ เช่น กากถั่วเหลือง บุหรี่ และปลาป่น มูลค่า 689 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 209.5% น้ำมันดีเซล 493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 161.3% และเครื่องดื่มอื่น ๆ 342 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.6%
การขยายตัวดังกล่าวมาจากความต้องการสินค้าที่เมียนมายังจำเป็นต้องนำเข้าจากไทย โดยเฉพาะเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภค
ขณะที่การค้าชายแดนไทย-มาเลเซียยังขยายตัวสูงต่อเนื่อง 45.0% ทั้งด้านการส่งออกและนำเข้า โดยมีสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ แผงวงจรไฟฟ้า เทปแม่เหล็ก และจานแม่เหล็กสำหรับคอมพิวเตอร์
สำหรับการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา เดือนสิงหาคมพบการนำเข้าสินค้าเสื้อผ้าอื่น ๆ มูลค่า 33,241 บาท ผ่านด่านศุลกากรคลองใหญ่ จังหวัดตราด โดยจากการตรวจสอบกับด่านศุลกากรพบว่า เป็นชุดยูนิฟอร์มพนักงานที่ส่งเป็นพัสดุไปรษณีย์ EMS ทางอากาศ และต้องชำระอากรปากระวางที่ด่านศุลกากรปลายทางตามที่อยู่ผู้รับในจังหวัดตราด
ด้านการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สามยังขยายตัวสูงต่อเนื่อง โดยเดือนสิงหาคมมีมูลค่ารวม 122,532 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.1% เป็นการส่งออก 62,661 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.4% และนำเข้า 59,871 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.7%
จีนเป็นตลาดการค้าผ่านแดนที่มีมูลค่าสูงสุด 64,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.1% รองลงมา คือ สิงคโปร์ 24,826 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.9% และเวียดนาม 13,054 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.1%
สินค้าส่งออกผ่านแดนสำคัญ ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ 12,061 ล้านบาท ทุเรียนสด 9,801 ล้านบาท และเครื่องรับโทรศัพท์และอุปกรณ์ 9,481 ล้านบาท
ส่งผลให้ช่วง 8 เดือนแรกของปี การค้าผ่านแดนมีมูลค่ารวม 952,023 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.5% แบ่งเป็นการส่งออก 532,157 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.0% และนำเข้า 419,866 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.5%
“การค้าผ่านแดนยังคงขยายตัวสูงต่อเนื่อง จากความต้องการสูงในตลาดจีน โดยเฉพาะผลไม้สดตามฤดูกาล เช่น ทุเรียน มังคุด และลำไย รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ยางพารา ผ่านทาง สปป.ลาว เข้าสู่ตอนใต้ของจีน” นางอารดากล่าว
นอกจากนี้ การเติบโตของห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ยังส่งผลให้การส่งออกและนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขั้นกลางที่มีมูลค่าสูง เช่น ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เครื่องรับโทรศัพท์และอุปกรณ์ เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็กสำหรับคอมพิวเตอร์ และวงจรพิมพ์ ขยายตัวได้ดี
กรมการค้าต่างประเทศมองว่า ไทยยังมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการประกอบและโลจิสติกส์สำคัญที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และจีน