เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
News ‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
เทียบฟอร์ม Thaimart เปิดเกมชิงเค้กอีคอมเมิร์ซ
Tech เทียบฟอร์ม Thaimart เปิดเกมชิงเค้กอีคอมเมิร์ซ
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
ก.ล.ต.เช็กยิบ ‘สุภาพร’ ยื่นทิพย์…ขบวนการสร้างราคา ?
Finance ก.ล.ต.เช็กยิบ ‘สุภาพร’ ยื่นทิพย์…ขบวนการสร้างราคา ?
อัดโปรแรงระบายคอนโดฯ ล้น 2 แสนยูนิต
Real Estate อัดโปรแรงระบายคอนโดฯ ล้น 2 แสนยูนิต
จับตาใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน
Columns จับตาใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน
‘ษัษฐรัมย์’ ปลุกคนทำงาน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำ “ไม่เอาของชำร่วย เราจะเอาสวัสดิการ”
Politics ‘ษัษฐรัมย์’ ปลุกคนทำงาน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำ “ไม่เอาของชำร่วย เราจะเอาสวัสดิการ”
รัฐมนตรีโลกลืม ข้าราชการโควตากลาง
สามัญสำนึก รัฐมนตรีโลกลืม ข้าราชการโควตากลาง
‘โรงกลั่น’ รับบทหนักน้ำมันแพง ถูกหั่นกำไร-DSI ไล่บี้คดีกักตุน
World ‘โรงกลั่น’ รับบทหนักน้ำมันแพง ถูกหั่นกำไร-DSI ไล่บี้คดีกักตุน
สภาพอากาศวันนี้ (11 ก.ค.) ไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กทม.-ปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (11 ก.ค.) ไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กทม.-ปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
ดูทั้งหมด

KKP คาด เฟดเร่งถอนสภาพคล่อง สกัดเงินเฟ้อ ทำเงินบาทผันผวน

15 ก.พ. 2565 | 15:51น.
เงินหุ้น

KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทร เผย เฟดเร่งถอนสภาพคล่อง ขึ้นดอกเบี้ย-ลดลงบดุล ผ่านมาตรการ QT สกัดเงินเฟ้อ กระทบตลาดสินทรัพย์เสี่ยง-ค่าเงินบาทผันผวน-ต้นทุนการกู้ยืมในประเทศสูงขึ้น คาดธปท.ตรึงดอกเบี้ยถึงปลายปีหรือต้นปี 66

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทร ออกรายงาน “เมื่อธนาคารกลางเริ่มแตะเบรก: จาก QE สู่ QT” วิเคราะห์ว่าหลังจากวิกฤตโควิดในปี 2563 ที่ลามสู่วิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องออกมากระตุ้นเศรษฐกิจกันอย่างเต็มที่ ทั้งลดอัตราดอกเบี้ยจนเป็นศูนย์หรือติดลบ และนำมาตรการ QE กลับมาใช้ในรูปแบบที่ใหญ่กว่าและรวดเร็วกว่าเมื่อปี 2551

โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ที่เพิ่มขนาดของงบดุลด้วย QE จาก 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐตอนต้นปี 2563 จนไปแตะระดับ 9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปัจจุบัน

แต่ด้วยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐวันนี้ที่กำลังฟื้นตัวอย่างร้อนแรงและเงินเฟ้อพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 40 ปี ล่าสุด Fed จึงเปลี่ยนท่าทีและส่งสัญญาณจะหยุดกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วขึ้น ตั้งแต่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนไปถึงการปล่อยให้ขนาดของงบดุลเริ่มเล็กลง หรือที่เรียกว่า Quantitative Tightening (QT) และนับเป็นครั้งที่ 2 เท่านั้นของโลกการเงินที่ Fed จะกลับลำนโยบายจากอัดฉีดสภาพคล่องด้วย QE เป็นถอนสภาพคล่องออกจากระบบ

ความแตกต่างของ QT ครั้งนี้

การปรับนโยบายการเงินให้กลับสู่ภาวะปกติในครั้งนี้ต่างจากการปรับนโยบายครั้งก่อน คือเกิดขึ้นในระยะเวลาที่สั้นกว่าและเร็วกว่า จนทำให้เกิดภาวะผันผวนในตลาดหุ้นและดอกเบี้ยระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น โดยมีสาเหตุสามประการ

ประการแรก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่าและมีแรงกดดันเงินเฟ้อสูงกว่ามากจนเริ่มกดดันต่อการทำหน้าที่ของธนาคารกลาง ในบันทึกการประชุม FOMC ประจำเดือนธันวาคม 2564 พูดถึงการลดขนาดของงบดุลไม่นานหลังจากเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งตลาดคาดว่าจะเริ่มในกลางปีนี้ (จากเดิมคาดไว้ปลายปี) และต่างจากรอบที่แล้วที่คงขนาดงบดุลไว้เกือบ 4 ปีก่อนจะเริ่มทำ QT

ประการที่สอง สภาพคล่องในระบบธนาคารรอบนี้สูงกว่าชัดเจน จากธุรกรรมขายคืนพันธบัตร (Reverse Repo) ของ Fed ที่ในรอบนี้ธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากประมาณ 2-3 แสนล้านเหรียญสหรัฐมาอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สภาพคล่องส่วนเกินที่มีอยู่มาก อาจไหลกลับเข้ามาในระบบ ทำให้ Fed ต้องถอนการกระตุ้นในอัตราที่เร็วมากขึ้น

ประการสุดท้าย Fed อาจจะขึ้นดอกเบี้ยได้ไม่มากเท่าครั้งก่อน (ที่ขึ้นไปได้ถึงประมาณ 2.5%) เพราะภาคเศรษฐกิจที่นำการฟื้นตัวรอบนี้คือ ตลาดทุน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งอ่อนไหวต่อต้นทุนทางการเงิน ขณะที่ระดับหนี้ที่อยู่ในระดับสูงมากกว่าในครั้งนี้ ทำให้ภาระหนี้ปรับตัวสูงขึ้นพร้อมๆ กันด้วยจนกระทบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ผลกระทบต่อตลาดการเงิน

ในรอบที่แล้วที่แล้วตลาดหุ้นยังปรับตัวขึ้นได้จากเศรษฐกิจและกำไรที่ปรับตัวดีขึ้น แต่อีกด้านก็ผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงลดขนาดของงบดุล และแม้ว่าดัชนี S&P500 จะไม่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ปรับลดลงเกือบ 10% ในช่วงปลายปี 2561 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรของสหรัฐฯอายุ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นจาก 2.3% ไปถึงจุดสูงสุดที่ 3.2% ก่อนที่จะปรับลดลงเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม ตามหลักการแล้วในสภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานานและสภาพคล่องสูงย่อมเกิดการเก็งกำไรฟองสบู่ในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ดังนั้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้นและสภาพคล่องที่กำลังจะเริ่มหดตัวลง อาจจะทำให้สินทรัพย์ที่มีอายุยาวไม่สามารถปรับกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น พึ่งพาเงินกู้มาก มีความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง และมี Valuation สูงๆ ได้รับแรงกดดัน และอาจปรับตัวลดลงได้

ผลกระทบต่อประเทศไทย

แม้ว่า KKP Research คาดว่า Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายถึง 4 ครั้ง (ครั้งละ 0.25%) ในปีนี้ และอีก 4 ครั้งในปีหน้าและเริ่มลดขนาดงบดุลในช่วงกลางปี แต่ประเมินด้วยว่าจากเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่ยังอยู่ต่ำกว่าระดับศักยภาพค่อนข้างมาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงยังไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้จนถึงช่วงปลายปีหรือต้นปีหน้า หลังจากนั้นอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อย่างช้าๆ ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะไม่ปรับขึ้น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการถอนกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อาจทำให้ดอกเบี้ยในตลาดการเงินและต้นทุนการกู้ยืมเงินในประเทศปรับตัวสูงขึ้นได้

นอกจากนี้ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนและส่งผลให้ค่าเงินบาทมีความผันผวนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศไทยยังคงมีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจากรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ยังไม่กลับมา

อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยพื้นฐานของประเทศที่ยังมีความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ทั้งอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ แม้มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดแต่อยู่ระดับที่ไม่สูงมากนัก และเงินสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง จึงเชื่อว่าเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทยคงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก