“เก็ทฟิน” ปิดจุดอ่อนแม่ค้าออนไลน์ หนุนนักไลฟ์เพิ่มรายได้
เก็ทฟิน
เก็ทฟินปิดจุดอ่อนพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ชูจุดขาย ไม่ต้องสต๊อกสินค้า ไม่ต้องมีโกดัง แค่เลือกสินค้าไปไลฟ์ขายบนช่องทางออนไลน์ ฟีเจอร์ช่วยขายเพียบ หวังสร้างมาตรฐานตลาดอีคอมเมิร์ซไทย
นายกัณจ์ พัฒนเสรี ประธานบริหาร และผู้ก่อตั้งบริษัท เก็ทฟิน จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลซเชื่อมต่อนักขายออนไลน์ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยคุ้นชินกับการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น
โดยเฉพาะโซเชียลคอมเมิร์ซ หรือการไลฟ์ขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลต่าง ๆ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างมาก เนื่องจากสามารถสื่อสารกับแม่ค้า พ่อค้าได้โดยตรง ทำให้ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จำนวนนักไลฟ์ หรือพ่อค้า แม่ค้าโซเชียลคอมเมิร์ซเพิ่มจำนวนขึ้น โดยคาดว่ามีจำนวนมากกว่า 10 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดที่บรรดาแม่ค้า พ่อค้าออนไลน์ หรือนักไลฟ์ขายของออนไลน์ต้องเผชิญ คือ การแข่งขันด้านราคาที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากมีการขายตัดราคากัน เพื่อดึงลูกค้า ดังนั้น พ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้ก็ต้องลงทุนจำนวนมากในการซื้อสินค้าจำนวนมาก ๆ เพื่อให้ราคาที่ถูก
โดยบางครั้งก็เจอปัญหาสินค้าหมดอายุ สินค้าไม่ได้คุณภาพ และปัญหาที่เกิดขึ้นก็จะส่งผลต่อเนื่องถึงผู้ซื้อสินค้า เพราะจะได้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ด้วยช่องว่างที่เกิดขึ้น บริษัทได้พัฒนาแพลตฟอร์ม “เก็ทฟิน” ขึ้นและเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคมปี 2564
สำหรับแพลตฟอร์มเก็ทฟิน เป็นแพลตฟอร์มที่เข้ามาช่วยปิดจุดอ่อนให้แก่นักขายของออนไลน์ โดยมีระบบช่วยขายผ่าน 5 ฟีเจอร์หลัก คือ
1.live ขายสินค้าผ่าน Facebook page ฟีเจอร์ที่โดดเด่นเรื่องส่วนลด เพื่อกระตุ้นการขายให้ลูกค้า
2.dropship ระบบที่ไม่ต้องสต๊อกสินค้า ไม่ต้องจัดส่งสินค้าด้วยตนเอง
3.share สินค้าหรือบทความจาก Getfin ไปยังช่องทางการขายของตนเอง
4.review สินค้าที่ตนเองซื้อผ่าน Getfin ได้บนหน้ารายละเอียดสินค้านั้น ๆ
5.website เป็นหน้าร้านขายออนไลน์ส่วนตัวที่สร้างความน่าเชื่อถือของนักขายออนไลน์ สามารถเลือกสินค้าที่ตนเองถนัดมาขายได้ที่ getfin.me ได้ทันที
ในส่วนโมเดลธุรกิจที่วางไว้จะให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์แบบวิน ๆ ทั้งแบรนด์ นักขายและผู้ซื้อ โดยบริษัทจะเป็นผู้คัดเลือกแบรนด์สินค้าที่จะเข้ามาวางขายบนแพลฟอร์มตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งปัจจุบันมีเจ้าของสินค้าเข้าร่วมแล้วกว่า 800 แบรนด์ รวมกว่า 20,000 รายการใน 31 หมวด เช่น ความงาม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สินค้าแฟชั่น ไอที แม่และเด็ก เป็นต้น และมีแผนจะขยายเป็น 1,500 แบรนด์
“บริษัทมีเป้าหมายเพื่อต้องการสร้างมาตรฐานที่ดีให้แก่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะเรื่องราคา เนื่องจากที่ผ่านมามีการแข่งขันกันตัดราคาค่อนข้างสูง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าขาดทุน โดยเก็ทฟินจะทำหน้าที่เชื่อมระหว่างแบรนด์กับนักขายให้ โดยนักขายสามารถสมัครเข้ามาเลือกสินค้าบนแพลตฟอร์มไปไลฟ์ขาย เชื่อมระบบกับเก็ทฟิน เมื่อมีการสั่งซื้อสินค้า ทางแบรนด์ก็จะเป็นผู้ส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าโดยตรง โดยไม่ต้องมีโกดัง ไม่ต้องสต๊อกสินค้า ขณะที่ลูกค้าก็จะได้รับสินค้าแท้ ส่งตรงจากแบรนด์ โดยไม่เสียค่าส่ง”
สำหรับทิศทางปีนี้ จะเดินหน้าสร้างอคาเดมี ฝึกอบรมนักขาย เตรียมจะเปิดตัวเดือนมีนาคมนี้ มีเป้าหมายว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มจำนวนนักขายจาก 25,000 คน เป็น 350,000 คน และจะเพิ่มเป็น 1 ล้านคนในอนาคต ล่าสุดได้เดินหน้าสื่อสารการตลาดเต็มที่ ด้วยการขึ้นป้ายโฆษณาดิจิทัล รับสมัครนักไลฟ์ขายของออนไลน์ทั่วประเทศ ผ่านคลิปวิดีโอ #มารยาสาวออฟฟิส โดยได้ “แอริน ยุตะทัต” นักแสดงมาพูดถึงการขายของยุคใหม่ เพื่อจูงใจนักขาย
“เมื่อจำนวนนักขายเพิ่มขึ้น รายได้ของบริษัทก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยบริษัทจะมีรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมจากแบรนด์ 3% ของยอดขาย และเก็บ 5% จากยอดถอนเงินของนักไลฟ์ ส่วนนักไลฟ์ก็จะได้รับเงินจากแบรนด์ ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะให้เปอร์เซ็นต์แตกต่างกันไปโดยสูงสุดอยู่ที่ 48%”