เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
รำลึก 100 ปี ‘ศ.สังเวียน’ สมคิด ปลุกตลาดทุนไทย ดึงหุ้นอนาคต-รักษา ‘Trust’
Finance รำลึก 100 ปี ‘ศ.สังเวียน’ สมคิด ปลุกตลาดทุนไทย ดึงหุ้นอนาคต-รักษา ‘Trust’
“ชัชชาติ” แจง “แก้มลิงคู้บอน-บางชัน” พิจารณาตามหลักวิชาการ ยันยกเลิกก่อนเป็นผู้ว่าฯ กทม.
Economic “ชัชชาติ” แจง “แก้มลิงคู้บอน-บางชัน” พิจารณาตามหลักวิชาการ ยันยกเลิกก่อนเป็นผู้ว่าฯ กทม.
กทม. เฝ้าระวัง “น้ำปริ่ม” เร่งพร่องน้ำทุกจุด รับมือฝน 10–13 ต.ค.นี้
Economic กทม. เฝ้าระวัง “น้ำปริ่ม” เร่งพร่องน้ำทุกจุด รับมือฝน 10–13 ต.ค.นี้
FTA ไทย-EU เข้าโค้งสุดท้าย เหลือเปิดตลาด-ประเด็นนโยบาย ลุ้นปิดดีลภายในปี’69
Economic FTA ไทย-EU เข้าโค้งสุดท้าย เหลือเปิดตลาด-ประเด็นนโยบาย ลุ้นปิดดีลภายในปี’69
ไทยขยับอันดับนวัตกรรมโลก ขึ้นที่ 44 รั้งเบอร์ 3 กลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง
Economic ไทยขยับอันดับนวัตกรรมโลก ขึ้นที่ 44 รั้งเบอร์ 3 กลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง
‘โรงเรียนไร้งบ = ประเทศไร้อนาคต’ ฝรั่งเศสไม่ทน! สู้แก๊สน้ำตา ทวงงบการศึกษา
Politics ‘โรงเรียนไร้งบ = ประเทศไร้อนาคต’ ฝรั่งเศสไม่ทน! สู้แก๊สน้ำตา ทวงงบการศึกษา
กกร.ขยับ GDP ปี’69 โต 2.1-2.5% จี้รัฐยกเครื่องรับมือน้ำท่วม ดึงเอกชนนั่ง กนช.
Economic กกร.ขยับ GDP ปี’69 โต 2.1-2.5% จี้รัฐยกเครื่องรับมือน้ำท่วม ดึงเอกชนนั่ง กนช.
NEXTTO – DPU เติมทักษะ Data Cleansing ปรับบทบาทนักบัญชียุค AI
Uncategorized NEXTTO – DPU เติมทักษะ Data Cleansing ปรับบทบาทนักบัญชียุค AI
ธปท. ไฟเขียวแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในบอร์ด กนส. ชุดใหม่
Politics ธปท. ไฟเขียวแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในบอร์ด กนส. ชุดใหม่
ดูทั้งหมด

เทรนด์ปีเสือ อสังหาฯฟื้นไข้ 8 ตัวแปรชี้ทิศทางบ้าน-คอนโดขาขึ้น

20 ก.พ. 2565 | 10:39น.

ไปต่อกันอย่างไร ฟื้นหรือไม่ ฟื้นกันแน่ในปี 2565 เป็นคำถามจากวงการธุรกิจที่อยู่อาศัย

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์” ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. หรือ REIC ในฐานะสำนักดาต้าเบสแห่งชาติด้านข้อมูลที่อยู่อาศัย แนวโน้มปี 2565 มีเรื่องใหม่ ๆ อะไรเกิดขึ้นบ้าง

ปีเสือ “ปัจจัยบวก-ลบ” ก้ำกึ่ง

“เศรษฐกิจไทยในปี 2565 กูรูเศรษฐศาสตร์หลายสำนักเชื่อว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น เป็นปัจจัยหลักสำคัญในการกำหนดทิศทางการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคที่อยู่อาศัย แม้ปี 2564 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว แต่ไทยต้องยอมรับว่าอยู่ในกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า เนื่องจากการชะลอตัวของธุรกิจบริการซึ่งไทยมีสัดส่วนพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวสูง”

สำหรับปี 2565 มองว่าเป็นปีแรกที่เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้น มีแรงขับเคลื่อนมาจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในประเทศ อย่างไรก็ตาม REIC มองว่าธุรกิจอสังหาฯ ยังคงต้องเผชิญกับทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบ

โดย “ปัจจัยบวก” มีทั้งมาตรการรัฐในการลดค่าโอน-จดจำนองจาก 3% เหลือ 0.01% โดยให้สิทธิการโอนบ้านมือสอง, มาตรการผ่อนปรน LTV 100% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สภาพคล่องธนาคารมีมากพอสำหรับสินเชื่อปล่อยใหม่ ผู้ประกอบการยังคงแข่งขันจัดโปรโมชั่นระบายสต๊อก

ด้าน “ปัจจัยลบ” มีเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มจะปรับขึ้น สถานการณ์โอมิครอน ภาวะหนี้ครัวเรือนระดับสูง 90% ของ GDP การจ้างงานและการมีรายได้ของประชาชนที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของหนี้เสียหรือ NPL ที่ทำให้สถาบันการเงินระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อใหม่ ต้นทุนค่าก่อสร้างแพงขึ้น ราคาที่อยู่อาศัยโครงการใหม่อาจมีการปรับราคาขึ้น และภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว

ปี 2564 ตัวชี้วัดติดลบยกแผง

สำหรับภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยปี 2564 การออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั่วประเทศมีจำนวน 66,835 หน่วย ลดลง -23.9% จากปี 2563 ต่ำสุดในรอบ 15 ปี นับตั้งแต่ปี 2550 แต่ยังสูงกว่าปี 2549 ที่เกิดรัฐประหารที่มีการออกใบอนุญาตจัดสรร 50,109 หน่วย

โดยกรุงเทพฯ-ปริมณฑลมีซัพพลายเปิดตัวใหม่ 46,602 หน่วย ลดลง -29.6% มูลค่าเปิดตัวใหม่ 191,226 ล้านบาท ลดลง -42.8% ต่ำสุดในรอบ 11 ปี นับตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ มีจำนวน 82,595 หน่วย และที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนมีจำนวน 77,823 หน่วย ลดลง -30.5% ต่ำสุดในรอบ 11 ปี

ในด้านดีมานด์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยปี 2564 มีจำนวน 265,493 หน่วย ลดลง -21.6% ต่ำสุดในรอบ 7 ปีนับตั้งแต่ปี 2558 แบ่งเป็นบ้านแนวราบลดลง -25.7% อาคารชุดลดลง -26.6% มูลค่าโอนอยู่ที่ 802,720 ล้านบาท ลดลง -13.5% โดยบ้านแนวราบลดลง -11.0% อาคารชุดลดลง -18.5%

สินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ทั่วประเทศมีมูลค่า 612,074 ล้านบาท ลดลงเพียง -0.002% สินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลคงค้างมีมูลค่า 4,501,460 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8%

ในส่วนตลาดที่อยู่อาศัยของคนต่างชาติมีหน่วยโอนทั่วประเทศ 8,198 หน่วย ลดลง -1.1% สัดส่วนอยู่ที่ 9.1% ยังคงต่ำกว่าสัดส่วนค่าเฉลี่ย 2 ปี (2561-2562) ที่มี 10.0% มูลค่าโอน 39,610 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% สัดส่วนโอน 15.6% ยังคงต่ำกว่าสัดส่วนค่าเฉลี่ย 2 ปี (2561-2562) ที่มี 15.9%

สัญชาติโอนของลูกค้าจีนมีจำนวน 4,867 หน่วย คิดเป็น 59% ของตลาดลูกค้าต่างชาติ มีมูลค่าการโอน 22,874 ล้านบาท สัดส่วน 58% รองลงมาคือ รัสเซีย โอน 306 หน่วย 4% มูลค่าโอน 1,299 ล้านบาท 3% และอังกฤษ 280 หน่วย 3% มูลค่าโอน 1,252 ล้านบาท สัดส่วน 3%

ประเมิน 3 ด้าน Worst-Base-Best Case

สำหรับแนวโน้มปี 2565 REIC ประเมินสถานการณ์จาก 8 ตัวแปรหลัก ประกอบด้วย 1.อัตราการขยายตัวของ GDP 2.อัตราเฉลี่ยของดอกเบี้ย MRR (ผู้กู้รายย่อยชั้นดี) 3.ผลกระทบเชิงนโยบายและสถานการณ์ที่สำคัญ 4.อัตราเงินเฟ้อทั่วไป 5.อัตราดูดซับบ้านจัดสรร 6.อัตราดูดซับอาคารชุดพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล 7.อัตราดูดซับบ้านจัดสรรต่างจังหวัด และ 8.อัตราดูดซับอาคารชุดต่างจังหวัด

ประเมินว่าในด้านซัพพลายมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยมีการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน 85,538 หน่วย กรณี worst case เพิ่มขึ้น 15.2% จากปี 2564 base case เพิ่มขึ้น 28.0% และ best case เพิ่ม 40.8% และที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนอยู่ที่ 105,307 หน่วย กรณี worst case เพิ่มขึ้น 21.8% base case เพิ่มขึ้น 35.3% และ best case เพิ่ม 48.8%

ด้านดีมานด์แนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยคาดว่ามีหน่วยโอน 332,192 หน่วย กรณี worst case เพิ่มขึ้น 10.5% base case เพิ่มขึ้น 26.1% หรือ best case เพิ่ม 35.5% ในด้านการโอนบ้านแนวราบ กรณี worst case เพิ่มขึ้น 12.2% base case เพิ่มขึ้น 24.6% และ best case เพิ่ม 37.1% ขณะที่การโอนอาคารชุด กรณี worst case เพิ่มขึ้น 7.2% base case เพิ่มขึ้น 26.1% และ best case เพิ่ม 32.4%

ด้านมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ 909,864 ล้านบาท กรณี worst case เพิ่มขึ้น 0.9% base case เพิ่มขึ้น 13.3% และ best case เพิ่ม 23.9%

การโอนบ้านแนวราบ กรณี worst case ลดลง -0.9% base case เพิ่มขึ้น 10.2% และ best case เพิ่ม 21.2% ขณะที่การโอนอาคารชุด กรณี worst case เพิ่มขึ้น 4.6% base case เพิ่มขึ้น 20.2% และ best case เพิ่ม 29.9%

ด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ทั่วประเทศอยู่ที่ 627,548 ล้านบาท กรณี worst case ลดลง -7.7% base case เพิ่มขึ้น 2.5% และ best case เพิ่ม 12.8% และคาดว่ามูลค่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลคงค้าง 4,748,189 ล้านบาท กรณี worst case ลดลง -5.1% base case เพิ่มขึ้น 5.5% และ best case เพิ่ม 10.8%

เรื่องใหม่ “ดัชนีรวมที่อยู่อาศัย”

“ดร.วิชัย” ระบุว่า ที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานใดจัดทำดัชนีที่จะสามารถบ่งชี้ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย REIC จึงได้จัดทำ “ดัชนีรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ (หมวดที่อยู่อาศัย)” ขึ้น เพื่อใช้เป็นดัชนีอ้างอิงสำหรับการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย โดยทำขึ้นจากชุดข้อมูลทั้งด้านดีมานด์และซัพพลาย พบว่า ปี 2564 ค่าดัชนีรวมหมวดที่อยู่อาศัย ปรับตัวลดลง -2.9% จากปี 2563

และคาดว่าปี 2565 จะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 83.8 จุด เพิ่มขึ้นจากปี 2564 แบ่งเป็น กรณี worst case เพิ่มขึ้น 8.4% base case เพิ่มขึ้น 14.2% และ best case เพิ่ม 20.0% โดยคาดว่าตลาดที่อยู่อาศัยจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนยุคโควิดในปี 2567

“ภาพรวมปี 2565 จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2564 โดยเปิดโครงการบ้านแนวราบมากกว่าอาคารชุด โครงการบ้านใหม่จะยังคงมีโปรโมชั่นส่วนลดและของแถมเพื่อจูงใจให้คนซื้อ แต่ไม่ลดราคามากเท่ากับปี 2564 และจะมีการขยายตัวในกลุ่มการโอนบ้านมือสอง รวมทั้งชาวต่างชาติไม่ใช่ฐานลูกค้าหลักของห้องชุด แต่เป็นคนไทยกลุ่ม Gen Y, Gen Z ที่ประกอบอาชีพอิสระมากขึ้น”

เทรนด์สำคัญคือปี 2565 REIC มองว่าเป็นบันไดขั้นแรกที่จะก้าวขึ้นจากหุบเหวผลกระทบจากโควิด เพื่อกลับเข้าสู่ภาวะปกติในปี 2567

แท็กที่เกี่ยวข้อง

REIC