SO กำไรปี’64 โตกว่า 20.8% บอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.2 บาทต่อหุ้น
สยามราชธานี โกยกำไรปี’64 กว่า 168 ล้านบาท เติบโต 20.86% แรงหนุนทุกหน่วยธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้ปี’65 โต 10% บอร์ดอนุมัติให้หุ้นปันผล 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้น-เงินปันผล 0.2 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่ายวันที่ 6 พ.ค.65
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 นายณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้นำด้านธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจร (Outsourcing Services) เปิดเผยว่า ผลประกอบการปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 168 ล้านบาท เติบโต 20.86% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 139 ล้านบาท
เป็นการเติบโตจากทุกหน่วยธุรกิจของบริษัท โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 8.1% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 6.8% ขณะเดียวกันยังสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ระดับ 18.8% ใกล้เคียงปีก่อนที่ทำได้ 18.3%

ด้านรายได้บริษัททำได้ 2,086 ล้านบาท เติบโตเล็กน้อย 2.4% จากปีก่อนอยู่ที่ 2,037 ล้านบาท เป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัวตามสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่มีเป้าหมายลดค่าใช้จ่ายและการดำเนินงานภายในบริษัทลงตามสภาพเศรษฐกิจ
ปัจจัยที่ทำให้กำไรโตกว่า 20% ส่วนหนึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากที่บริษัทมีนโยบายใช้กลยุทธ์การลดหรือตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นทั้งเรื่องของเวลาและเงินทุน (Lean) ที่ทำมาต่อเนื่องตลอด 2-3 ปี และที่สำคัญคือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาปรับใช้ในการดำเนินงานที่สามารถช่วยลดความซ้ำซ้อนการทำงานให้กับลูกค้า เช่น ระบบการลงเวลาและคำนวณค่าใช้จ่าย
ซึ่งลดความซับซ้อนในเรื่องการคำนวณเงินล่วงเวลา (โอที) ให้กับพนักงานตามความต้องการของลูกค้าเฉพาะราย ที่จะมีวิธีคิดและระบบการจัดการที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังช่วยทำให้มีลูกค้าใหม่เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันลูกค้าเก่าก็มีอัตราการต่อสัญญาสูงถึง 90%
นายณัฐพล กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นทั้งในรูปแบบเงินปันผลและหุ้นปันผล โดยอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ที่ 0.2 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 74.4 ล้านบาท และจ่ายเป็นหุ้นปันผล 5 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล หรือขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 20 เมษายน 2565 และจะมีการจ่ายเงินปันผลและหุ้นปันผลในวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดผลประกอบการครึ่งปี 2564 แล้วที่ 0.2 บาทต่อหุ้น
อย่างไรก็ดี ปี 2565 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% จากปีก่อนที่ทำได้ 2,086 ล้านบาท จาก 2 แรงขับเคลื่อนหลักคือ 1.การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการบริการการจ้างเหมาบริการครบวงจรมากขึ้น เพื่อให้เกิดการวิจัยและการพัฒนา (R&D) และเกิดนวัตกรรมใหม่เพิ่มขึ้น และ
2.การพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ กับพันธมิตรของบริษัท รวมถึงพร้อมที่จะลงทุนธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นเมื่อมีโอกาส เนื่องจากมองว่าจะช่วยให้เกิดทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ และการบริการรูปแบบใหม่ที่จะสามารถตอบโจทย์ตามความต้องการลูกค้าได้หลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทขยายฐานได้กลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
ภายหลังจากที่ SO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้วก็ยิ่งทำให้บริษัทมีสถานะทางการเงินที่เข้มแข็งอย่างเห็นได้ชัดมากในระยะกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.62 เท่า ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่ 0.76 เท่า ขณะที่มีหนี้สินทั้งหมด 588 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 665 ล้านบาท
ส่วนตัวเลขทางการเงินอื่นๆ ของบริษัทก็เข้มแข็งมาก ตั้งแต่สินทรัพย์บริษัท ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 1,540 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2563 ที่ 1,534 ล้านบาท อัตราส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 952 ล้านบาท เมื่อเทียบปี 2563 ที่ 869 ล้านบาท และอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.37 เท่า เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 2.07 เท่า
นายณัฐพล กล่าวต่อว่า ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ตั้งหน่วยงานใหม่ที่รับผิดชอบและดูแลเรื่องโครงการและการลงทุนต่างๆ โดยตรง (Investment and Project) รวมถึงการหาบริษัทสตาร์ตอัพที่มีความโดดเด่นทางด้านเทคโนโลยี หรือหาบริษัทร่วมการลงทุน (Venture Capital หรือ VC) เข้ามาเป็นพันธมิตรต่อเนื่อง อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้พันธมิตรร่วมมาเป็นคณะกรรมการบริษัทสยามราชธานี เพื่อร่วมกำหนดนโยบายและทิศทางของบริษัท ซึ่งส่วนนี้ในฐานะซีอีโอจะเข้ามาดูแลโดยตรง