“UBE” (อุบล ไบโอ) ปักธงผลงานปีนี้เติบโต 15-20% หลังโชว์งบฯปี’64 สร้างสถิติสูงสุดใหม่กำไร 320 ล้านบาท รายได้รวมทำได้ 6,966.7 ล้านบาท เติบโต 57.1%
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) (บริษัท) หรือ UBE ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังรายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทวางเป้าหมายรายได้ปี 2565 เติบโตไม่ต่ำกว่า 15-20% และวางงบฯลงทุนรวมไม่ต่ำกว่า 1,400-1,500 ล้านบาท
โดยมีแผนปรับพอร์ตธุรกิจขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำที่มีมูลค่าสูง เพื่อผลักดันยอดขาย โดยที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฟลาวมันสำปะหลัง เจาะตลาดคนแพ้กลูเตน (Gluten-free) ภายใต้แบรนด์ Tasuko วางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และในร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ซึ่งได้ผลตอบรับจากกลุ่มผู้บริโภคที่ดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังขยายสู่การผลิตและจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรที่มีมูลค่าสูง (High Value Product หรือ HVP) ชนิดอื่น ๆ เช่น กาแฟอินทรีย์ (Organic Coffee) และข้าวอินทรีย์ (Organic Rice) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรประเภทอื่น ๆ
โดยมุ่งมั่นสร้างสรรค์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีมูลค่าสูงและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ (Premium Agricultural Products) เพื่อให้องค์กรเติบโตไปพร้อมกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของภาครัฐ และแนวโน้มความต้องการอาหารเพื่อสุขภาพของโลก สำหรับในปี 2565 ที่บริษัทวางงบฯลงทุนรวมไม่ต่ำกว่า 1,400-1,500 ล้านบาท นั้นแบ่งเป็น
โครงการขยายกำลังการผลิต ในส่วนฟลาวมันสำปะหลังราว 400-500 ล้านบาท และอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท รองรับแผนร่วมทุนกับพันธมิตร (JV) โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรหลายรายทั้งผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับข้าวออร์แกนิก, สารให้ความหวาน และผลิตภัณฑ์เบเกอรี่และขนมหวาน ซึ่งจะสร้างส่วนเพิ่มฐานรายได้และช่วยสนับสนุนการเติบโตของ UBE ต่อไปอนาคต
นายชุณห์ โภไคศวรรย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบัญชีและการเงิน UBE กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนผลการดำเนินงานในปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 320.9 ล้านบาท เติบโต 223.1% YOY เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 99.33 ล้านบาท และมีรายได้รวมทำได้ 6,966.7 ล้านบาท เติบโต 57.1% YOY เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้ 4,434.5 ล้านบาท ถือเป็นสถิติทำผลการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยบริษัทวางเป้าหมายภายใน 3 ปี ยอดขายจะอยู่ที่หมื่นล้านบาท
ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก อย่างไรก็ตาม UBE มีปริมาณขายเอทานอลอุตสาหกรรม (Industrial Grade Alcohol) เติบโตกว่า 2 เท่าของปริมาณการขายทั้งปี 2563 จากนำมาใช้ผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ (Alcohol-based Sanitizer) ภายใต้แบรนด์ “UBON BIO” และ “KLAR” หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้น
ขณะที่การเปิดเมืองในช่วงไตรมาส 4/2564 ทำให้มีความต้องการใช้เอทานอลเกรดเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ทั้งปี 2564 มีปริมาณการขายเอทานอลโดยรวมเพิ่มเป็น 140 ล้านลิตร จากกำลังผลิต 4 แสนลิตรต่อวัน ขณะที่ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ทั้งผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังทั่วไป และแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิd ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะในประเทศคู่ค้าหลัก เช่น ประเทศจีน สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังรวมในปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 198,947 ตันจากปี 2563 ที่ทำได้ 79,299 ตัน พร้อมกันนี้ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ทำการตลาดฟลาวมันสำปะหลังสำหรับใช้ทำขนมเบเกอรี่เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้บริโภคคนไทย จึงเป็นโอกาสที่ดีในการเปิดตลาดฟลาวมันสำปะหลังเป็นเจ้าแรกๆ ในประเทศไทย หลังจากที่ UBE จะขยายกำลังการผลิตฟลาวสำปะหลังเพิ่มเป็น 300 ตันในปีนี้
“ธุรกิจเอทานอลมียอดขายในระดับที่ดี จากช่วงสองปีที่เจอโควิดลดลง แต่ตอนนี้ดีขึ้นทั้งเกรดเชื้อเพลิง และเกรดอุตสาหกรรม นำไปทำเป็นส่วนผสมแอกอฮอล์ทำความสะอาด และหลังจากที่มีประชาชนกลับมาเดินทางกันมากขึ้นทำให้ความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นด้วย ส่วนราคาขายเอทานอลก็ยังอยู่ในระดับที่ดีเช่นเดียวกัน”