โควิด
ศบค.อัพเดตสถานการณ์ท็อป 20 ประเทศที่ติดเชื้อโควิดสูงสุดในโลก “เกาหลีใต้” ยังนำโด่ง ยอด 7 วันย้อนหลังล่าสุดเพิ่มกว่า 1.5 ล้านราย ตามด้วยเยอรมนี ส่วนเพื่อนบ้านเรา “เวียดนาม” มาแรง ทำสถิติพุ่งสูงสุด นับตั้งแต่เกิดการระบาด ไทยรั้งอันดับ 18 และอันดับ 5 เสียชีวิตน้อยสุดในโลก
วันที่ 8 มีนาคม 2565 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาล รายงานสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 พบผู้ป่วยรายใหม่ 18,943 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 843,365 ราย หายป่วยแล้ว 650,609 ราย เสียชีวิตสะสม 1,671 ราย
ส่วนข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,066,800 ราย หายป่วยแล้ว 2,819,103 ราย และเสียชีวิตสะสม 23,369 ราย โดยวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากสุด 69 คน นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา


แนวโน้มผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น
สำหรับสถานการณ์ของผู้ป่วยปอดอักเสบมีจำนวน 1,189 ราย ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 400 ราย หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของผู้ป่วยปอดอักเสบ ซึ่งมีอัตราการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และก็ล้อไปกับผู้ติดเชื้อรายวันที่ตัวเลขดูเหมือนว่าเริ่มจะทรงๆตัว ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตกลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (ตามกราฟิก)
ขณะที่รายงานผลตรวจ ATK จากกรมควบคุมโรควันนี้ พบผู้ติดเชื้อเข้าข่ายเพิ่มจำนวน 19,622 ราย รวมสะสม 954,541 ราย ร้อยละของการตรวจพบเชื้ออยู่ที่ 27.23%

ส่วนผู้มารับวัคซีน ณ วันที่ 7 มีนาคม 2565 มีผู้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 35,115 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 13,535 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน 71,838 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 – 7 มีนาคม 2565 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 125,036,572 โดส
- จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม : 53,983,869 ราย
- จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม : 49,878,379 ราย
- จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 3 สะสม : 21,174,324 ราย

10 จังหวัดป่วยมากสุด “ชลบุรี” กลับมาแตะพันราย/วัน
ส่วน 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันนี้ อันดับ 1.ยังเป็นกรุงเทพมหานคร (กทม.) 2,939 ราย รวมยอดสะสมตั้งแต่ต้นปี 2565 อยู่ที่ 120,809 ราย อันดับสองรองลงมาเป็นชลบุรี ซึ่งกลับมาแตะระดับหลักพันราย/วันอีกครั้ง หลังลดลงไป 2 วันก่อนหน้า โดยตัวเลขอยู่ที่ 1,003 ราย ถัดมาเป็นนครศรีธรรมราช 833 ราย สมุทรปราการ 769 ราย นนทบุรี 701 ราย สมุทรสาคร 587 ราย ภูเก็ต 563 ราย นครราชสีมา 555 ราย พระนครศรีอยุธยา 528 ราย และบุรีรัมย์ 446 ราย

ส่วนผู้เสียชีวิต 69 รายในวันนี้ เป็นชาย 39 ราย หญิง 30 ราย เป็นคนไทย 68 ราย เมียนมา 1 ราย ค่ามัธยฐานวันที่พบเชื้อกระทั่งเสียชีวิตอยู่ที่ 6 วัน และพบเชื้อวันเสียชีวิต 6 ราย และค่ามัธยฐานผู้เสียชีวิตวันนี้อายุอยู่ที่ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งมีจำนวนผู้เสียชีวิตถึง 59 ราย
สำหรับผู้เสียชีวิตโดยรวมอยู่ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป และมีโรคเรื้อรังรวม 67 ราย คิดเป็นสัดส่วน 97% และมีผู้เสียชีวิตที่ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 2 ราย
ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงยังมาจากโรคมะเร็ง 2 ราย ภาวะอ้วน 9 ราย โรคไต 16 ราย และติดเตียง 10 ราย ส่วนการติดเชื้อมาจากคนรู้จัก 25 ราย ติดกันภายในครอบครัว 12 ราย อาศัยอยู่ในพื้นที่ระบาด 30 ราย และอยู่ในเรือนจำ 2 ราย
และเมื่อแยกตามพื้นที่ของผู้เสียชีวิตพบว่า อยู่ในพื้นที่ภาคใต้มากที่สุด 21 ราย รองลงมาเป็นภาคตะวันออกและภาคกลางรวม 18 ราย ภาคอีสาน 11 ราย จังหวัดปริมณฑล ปทุมธานี สมุทรสาคร สมุทรปราการ นครปฐม นนทบุรี รวม 10 ราย กรุงเทพมหานคร 6 ราย และภาคเหนือที่กำแพงเพชร ตาก และพะเยา รวม 3 ราย

“ภูเก็ต-สุราษฎร์ฯ” อัตราครองเตียงมากสุด
สำหรับจำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบ 10 จังหวัดอันดับแรกกับอัตราการครองเตียงระดับ 2-3 หรือสีเขียวอ่อนเขียวเข้ม (อาการน้อย) พบว่าในภาพรวมของประเทศอยู่ระหว่าง 11-46% โดยจังหวัดที่มีอัตราการครองเตียงในส่วนนี้มากที่สุดคือภูเก็ต มีผู้ป่วยปอดอักเสบ 39 ราย อัตราการครองเตียง 46.10%
รองลงมาเป็นสุราษฎร์ธานี ชลบุรี สมุทรปราการ นนทบุรีตามลำดับ ขณะที่ กทม.มีผู้ป่วยปอดอักเสบใน รพ. 176 ราย แต่อัตราการครองเตียงระดับ 2-3 ยังอยู่ที่ 31.40%
วานนี้ (7 มี.ค.) แพทย์หญิงสุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า นำตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลกว่า 98% เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่ไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการน้อย สามารถแยกกักรักษาตัวที่บ้าน หรือรักษาตัวในชุมชนได้ จะช่วยสงวนเตียงให้ผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดงได้จำนวนมาก
“คนกลุ่มนี้สามารถแยกกักรักษาตัวที่บ้าน หรือรักษาตัวในชุมชนได้ ก็ต้องขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ในสถานพยาบาลช่วยคัดกรองผู้ที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการให้รักษาตัวที่บ้าน เพื่อที่จะสงวนเตียงไว้ให้สำหรับผู้ที่มีอาการปานกลางและอาการหนักได้” แพทย์หญิงสุมนีกล่าว
ส่วนผลการดำเนินงานผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรในเดือนมีนาคม ตัวเลขสะสมตั้งแต่ 1-7 มีนาคม 2565 มียอดรวมอยู่ที่ 57,258 ราย พบผู้ติดเชื้อโควิดจำนวน 680 ราย โดยล่าสุดประเทศที่เดินทางเข้าไทยมากสุดวันนี้ 66 ราย มาจากอินโดนีเซีย 12 คน รัสเซียรองลงมา 9 คน สหราชอาณาจักร 6 คน ที่เหลือประเทศละ 1-3 คน

“เวียดนาม” ทำสถิติป่วยใหม่พุ่งสูงสุด
ขณะที่สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก ข้อมูล ณวันอังคารที่ 8 มีนาคม 2565 เวลา 10.00 น. มียอดผู้ติดเชื้อรวม 448,153,047 ราย อาการรุนแรง 70,246 ราย รักษาหายแล้ว 382,096,234 ราย และเสียชีวิต 6,027,317 ราย
โดยอันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1.สหรัฐอเมริกาจำนวน 80,979,977 ราย 2.อินเดียจำนวน 42,970,454 ราย 3.บราซิล จำนวน 29,069,469 ราย 4.ฝรั่งเศส จำนวน 23,071,822 ราย 5.สหราชอาณาจักร จำนวน 19,245,301 ราย สำหรับประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 33 ของโลก จากจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,066,800 ราย
อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง 7 วันล่าสุด พบว่า เกาหลีใต้ยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 5 วันมากที่สุดในโลก หรืออยู่ที่ 1,532,521 ราย รองลงมาเป็นเยอรมนี 1,127,202 ราย อันดับ 3 เป็นเวียดนาม 897,481 ราย โดยวานนี้เวียดนามตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID รายใหม่ 142,136 ราย สูงที่สุดตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID
อันดับ 4 รัสเซีย 616,782 ราย อันดับ 5 เป็นญี่ปุ่น 442,884 ราย โดยที่ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 18 ของโลกที่ในรอบ 7 วันมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 155,930 ราย และเสียชีวิตสะสม 367 ราย อยู่ในอันดับที่ 5 ของโลกที่มีผู้เสียชีวิตน้อยสุด
โดยก่อนหน้านี้ ศบค.ระบุว่า ประเทศในทวีปเอเชียกำลังเป็นช่วง “ขาขึ้น” ของผู้ติดเชื้อรายใหม่จากสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งในท็อป 20 ประเทศแรกที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากสุดในรอบ 7 วัน พบว่ามีประเทศในเอเชียอยู่ถึง 6 ประเทศรวมประเทศไทย และอีก 1 เขตบริหารพิเศษคือฮ่องกง
ส่วนสถานการณ์โควิดในต่างประเทศที่น่าสนใจ สิงคโปร์ ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้โดยสารทางอากาศให้ได้ร้อยละ 50 ของจำนวนผู้โดยสารช่วงก่อนวิกฤต COVID ภายในปี 2565 จากปัจจุบันที่มีจำนวนผู้โดยสารร้อยละ 15