Skip to content

ลูกจ้างบริลเลียนท์ฯ ร้องรัฐให้นำเงินภาษีมาจ่ายชดเชยแทนนายจ้าง

08 มี.ค. 2565 | 17:37น.
ลูกจ้างบริลเลียนท์ฯ ร้องรัฐให้นำเงินภาษีมาจ่ายชดเชยแทนนายจ้าง

กระทรวงแรงงานยันช่วยลูกจ้างบริลเลียนท์ฯ ที่นายจ้างปิดกิจการว่า ทำตามกรอบของกฎหมายครบแล้ว ด้านผู้นำแรงงานประณามแกนนำสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ บิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้นำผิด ๆ

วันที่ 8 มีนาคม 2565 จากกรณีที่สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทยออกมากล่าวหาว่า รัฐบาลล้มเหลว ปล่อยทุนต่างชาติเหยียบย่ำแรงงานไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไร้น้ำยา ทั้งยังบังคับใช้กฎหมายช่วยเหลือลูกจ้าง บิดเบือนข้อเท็จจริงว่ารัฐบาลไม่ช่วยเหลือลูกจ้างบริษัท บริลเลียนท์ อัลไลแอนซ์ ไทย โกลบอล จำกัด ที่ได้รับผลกระทบจากนายจ้างปิดกิจการ ทำให้ลูกจ้างที่ถูกลอยแพยังไม่ได้รับค่าชดเชย และจะรวมตัวชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 11 มีนาคม 2565

มาตรการช่วยเหลือลูกจ้าง

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) ชี้แจงว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ติดตามและสั่งการให้ดำเนินการช่วยเหลือดูแลลูกจ้างกลุ่มนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่วันแรกที่มีการปิดกิจการ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 ตามข้อห่วงใยและการกำชับของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยอำนวยความสะดวกในการยื่นคำร้องเพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จัดหางานให้กับลูกจ้างที่ประสงค์ทำงาน

ในวันที่ 23 มีนาคม 2564 พนักงานตรวจแรงงานออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายให้กับลูกจ้างจำนวน 242,689,862.71 บาท ดำเนินการจ่ายเงินสงเคราะห์จากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างให้แก่ลูกจ้างจำนวน 32,973,275.44 บาท แก้ไขระเบียบคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง โดยปรับเพิ่มอัตราเงินสงเคราะห์ กรณีนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย สูงสุด 100 เท่าของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ทำให้ลูกจ้างได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มอีก 10,504,431.44 บาท

สำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินกรณีว่างงาน เป็นเงิน 65,850,768 บาท ซึ่งการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกจ้างทางตัวแทนลูกจ้างได้เข้ามาขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่ช่วยดำเนินการให้อย่างเต็มที่แล้ว

เธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์

ด้านคดีความได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลแรงงานภาค 1 ซึ่งได้มีคำพิพากษาให้นายจ้างจ่ายเงินจำนวน 220,787,592.71 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ด้านคดีอาญาได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางเสาธง พนักงานสอบสวนได้ขอศาลจังหวัดสมุทรปราการออกหมายจับนายจ้าง มีอายุความภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2564 ถึงวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ดำเนินการยื่นขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 เนื่องจากศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 กระทรวงแรงงานได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะนัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 นอกจากนี้ ได้มีหนังสืออายัดเงินฝากไปยังธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชีบริษัท บริลเลียนท์ อัลไลแอนซ์ ไทย โกลบอล จำกัด โดยธนาคารได้ส่งแคชเชียร์เช็ค 3 ฉบับ มูลค่า 91,475.29 บาท สั่งจ่ายคืนบัญชีกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

และมีหนังสือถึงอธิบดีกรมศุลกากรและกรมสรรพากรติดตามผลการอายัดทรัพย์สินบริษัท บริลเลียนฯ โดยเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2564 กรมศุลกากรได้มอบเช็คเงินที่ยึดอายัดจากเงินอากรขาเข้าของบริษัท บริลเลียนฯ จำนวน 1,389,388.80 บาท

กล่าวอ้างภายหลัง รัฐไม่ช่วย

นางเธียรรัตนกล่าวด้วยว่า สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทยได้เคยมายื่นหนังสือให้ทางกระทรวงแรงงานเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และได้มีการประชุมหารือและชี้แจง โดยมีแกนนำที่เข้าร่วมประชุมได้แก่ นายเชีย จำปาทอง นางศรีไพร นนทรี นางสาวธนพร วิจันทร์ นางสาวสุธิลา ลืนคำ นางจิตร ณ วัชรี พะนัด นางสาวเตือนใจ แวงคำ และนางวาสนา คงหินตั้ง หลังจากการประชุมบรรดาแกนนำได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และข้าราชการกระทรวงแรงงานที่ได้เร่งรัด และให้ความช่วยเหลือลูกจ้างบริษัท บริลเลียนฯ

สำหรับประเด็นที่สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ มากล่าวอ้างในภายหลังว่า กระทรวงแรงงานและรัฐบาลไม่ได้ให้ความช่วยเหลือลูกจ้างกลุ่มนี้ และยังขอให้รัฐบาลนำเงินงบกลางจำนวน 242,689,862.71 บาท มาจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี โบนัส และเบี้ยขยันให้กับลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนนั้น ขอยืนยันว่ากระทรวงแรงงานดำเนินการตามขั้นตอนในกรอบของกฎหมาย และช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว

“การนำเงินงบกลางมาจ่ายให้ลูกจ้างไม่สามารถกระทำได้ เพราะเป็นเรื่องระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ทั้งนี้ไม่มีประเทศใดปฏิบัติตามข้อเรียกร้องดังกล่าว และยังได้ชี้แจงให้ผู้แทนที่เข้าร่วมประชุมได้รับทราบและเข้าใจแล้ว”

ป้องกันนักลงทุนต่างชาติหอบเงินหนี

ด้านนายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย และประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน แสดงความคิดเห็นว่า กรณีกลุ่มลูกจ้างกรณีบริษัท บริลเลียนท์ฯ ในนามสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย รวมตัวกันเพื่อติดตามทวงถามความคืบหน้าการดำเนินการช่วยเหลือลูกจ้าง ซึ่งเป็นเงินค่าชดเชยที่นอกเหนืออำนาจของรัฐบาล และ รมว.แรงงาน ที่ทำเนียบรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่องนั้น

ที่ผ่านมาในเรื่องนี้ท่านสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ได้พยายามให้มีการเยียวยาตามกฎหมาย ซึ่งได้มีการแก้ไขปรับปรุงระเบียบโดยเฉพาะกฎกระทรวงให้ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างให้ได้ค่าชดเชยกรณีว่างงาน ซึ่งขณะนั้นสำนักงานประกันสังคม ได้จ่ายเงินว่างงานกรณีลูกจ้างถูกเลิกจ้างไปแล้ว และลูกจ้างกลุ่มดังกล่าวก็ได้ไปขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ รมว.แรงงาน ยังได้มีการผลักดันขับเคลื่อนการเพิ่มเงินสงเคราะห์ลูกจ้าง

ส่วนกรณีขอให้ดำเนินการหามาตรการป้องกันไม่ให้นักลงทุนต่างชาติมาลงทุนแล้วหอบกระเป๋าหอบเงินหนีปล่อยลอยแพลูกจ้างเช่นนายจ้างรายนี้นั้น ขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษารูปแบบแนวทางในการให้ความช่วยเหลือลูกจ้างเพิ่มเติม โดยมีผู้แทนจากฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายละ 3 คน และผู้แทนจากภาครัฐที่เกี่ยวข้องศึกษาข้อมูลเพื่อนำเสนอคณะทำงานต่อไป

“ในมุมมองผมมองว่าการเคลื่อนของไหวของกลุ่มลูกจ้างที่ออกมาเรียกร้องในครั้งนี้เป็นลูกจ้างกลุ่มเดิม ๆ คนเดิม ๆ ที่เคยเรียกร้องกันมาหลายครั้ง ผมในฐานะประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย และประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน เป็นผู้นำแรงงานที่เคยทำงานร่วมกับกลุ่มลูกจ้างมาหลายกลุ่ม ไม่เคยคิดที่จะให้ต้องออกมาเรียกร้องด้วยวิธีการเดิม ๆ แบบนี้

เพราะที่ผ่านมาก็ได้รับการเยียวยาไปแล้ว การออกมาเคลื่อนไหวในสถานการณ์แบบนี้ เชื่อว่าต้องมีกระบวนการนำพา เพราะมีเรื่องของค่าใช้จ่าย ค่ารถเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าเป็นผมมีวิธีการต่าง ๆ ที่ดีกว่านี้ในการตั้งคณะทำงานนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกันดีกว่าเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ” นายมนัสกล่าวในท้ายสุด

ชุมนุมกดดันนำเงินภาษีจ่ายค่าชดเชย

นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า ไม่เห็นด้วยกับสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย ที่ใช้วิธีการชุมนุมกดดันเรียกร้องในประเด็นไม่มีรัฐบาลไหนทำ โดยเฉพาะประเด็นที่จะให้รัฐบาลนำเงินภาษีของประชาชนมาจ่ายค่าชดเชยแทนนายจ้าง

“ถ้าหากทำตามที่เรียกร้อง บ้านเมืองก็ไม่มีกฎเกณฑ์ นายจ้างที่เลิกกิจการจะพากันเบี้ยวทุกราย แล้วภาครัฐจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายให้ก่อน ดังนั้น ผมคิดว่าการเตรียมมาชุมนุมในครั้งนี้ต้องแอบแฝงผลประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และที่สังเกตดูที่ผ่านมาผู้มาชุมนุมมักเป็นมือปืนรับจ้างไม่ใช่ลูกจ้างของบริษัท บิลเลี่ยนฯ โดยส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างที่ตกงานเพราะถูกเลิกจ้าง

ผมขอประณามการกระทำของแกนนำในครั้งนี้ ที่ออกมาบิดเบือนข้อเท็จจริง และชี้นำผิด ๆ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่หวังดีต่อผู้ใช้แรงงานจริง สำหรับผู้ที่ติดตามกรณีนี้มาจะทราบดีว่านายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหานี้อย่างเต็มที่ ได้เร่งรัดการดำเนินงานทุกขั้นตอน และออกแนวทางใหม่ ๆ มาช่วยเยียวยาดูแลลูกจ้าง”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงแรงงาน การชุมนุม