Skip to content

โรคประจำถิ่น สุรินทร์ นำร่องจังหวัดแรก เปิดมาตรการที่ประชาชนต้องทำ

28 มี.ค. 2565 | 16:56น.
โรคประจำถิ่น สุรินทร์ นำร่องจังหวัดแรก เปิดมาตรการที่ประชาชนต้องทำ

ผู้ว่าฯสุรินทร์ พาจังหวัดนำร่องเข้าสู่โรคประจำถิ่น ปักหมุด 1 เมษายน 2565 แซงหน้า ศบค.ชุดใหญ่ นับถอยหลัง ดีเดย์ 1 กรกฎาคม 2565 

วันที่ 28 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดสุรินทร์ ออกตัวมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2565 ว่า จะเป็นจังหวัดนำร่อง นำโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประกาศสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2565 ขณะเปิดการสัมมนาเรื่อง การเปิดประเทศตามโครงการ Travel Bubble ระหว่างประเทศ กับประเทศเพื่อนบ้าน (ไทย-กัมพูชา)

กระทั่งล่าสุด (27 มี.ค.) เพจเฟซบุ๊ก สำนักข่าวประชาสัมพันธุ์จังหวัดสุรินทร์ ที่ได้โพสต์ข้อความย้ำอีกครั้งว่า สุรินทร์พร้อมเปลี่ยนโควิด-19 ให้เป็นโรคประจำถิ่นจังหวัดแรกของประเทศ เริ่มวันที่ 1 เมษายนนี้ อีกทั้งยังเชิญชวนให้ประชาชนในพื้นที่ไปฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

มาตรการรองรับโรคประจำถิ่น จ.สุรินทร์

ด้านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุรินทร์ ได้ออกมาตรการเพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นจังหวัดนำโรคโควิด เข้าสู่โรคประจำถิ่น ไว้ 9 ข้อ ประกอบด้วย

  1. อัตราผู้ป่วยครองเตียงผู้ป่วยหนักไม่เกิน 3% ของผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมด
  2. อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคติดเชื้อไม่เกินร้อยละ 0.5
  3. ประชาชนทั่วไปฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 และ 2 ไม่น้อยกว่า 70%
  4. ประชาชนกลุ่ม 608 ได้รับวัคซีนเข็มแรกไม่น้อยกว่า 80%
  5. ทุกหมู่บ้านมีชุดตรวจ ATK ไม่น้อยกว่า 10% ของประชากรในหมู่บ้าน
  6. หมู่บ้านมีการปลูกสมุนไพรเพื่อดูแลสุขภาพ 100%
  7. อสม.ต่อประชากรในหมู่บ้านไม่น้อยกว่า 10 ครัวเรือนต่อ 1 คน
  8. ประชาชนสวมแมสก์ 100% และดำเนินการ D-M-H-T-T 100 %
  9. สถานที่ต้องมีมาตรการ องค์กรและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด COVID Free Setting 100%

จ.สุรินทร์

เกณฑ์พิจารณาโควิด เป็นโรคประจำถิ่น ของ สธ.

ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดแผนเปลี่ยนจากการระบาด  (Pandemic) เป็นระยะเข้าสู่โรคประจำถิ่น (Endemic approach) ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป โดยคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2565 ได้ออกแนวทางการพิจารณาโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นไว้ ดังนี้

  • ผู้ป่วยรายใหม่ไม่เกิน 10,000 คนต่อวัน
  • อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยติดเชื้อไม่เกินร้อยละ 0.1
  • การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล น้อยกว่าร้อยละ 10
  • อัตราครองเตียงระดับ 2 ขึ้นไป ของผู้ป่วยอาการรุนแรง น้อยกว่าร้อยละ 25
  • กลุ่มเสี่ยงป่วยรุนแรง ได้วัคซีนอย่างน้อย 2 โดส มากกว่าร้อยละ 80

โรคประจำถิ่น คืออะไร

สำหรับโรคประจำถิ่น เป็นหนึ่งในระดับการระบาดของโรคจาก 4 ระดับ ดังนี้

ระดับที่ 1 : Endemic (โรคประจำถิ่น)

โรคที่เกิดขึ้นประจำในพื้นที่นั้น มีอัตราป่วยคงที่และสามารถคาดการณ์ได้ โดยขอบเขตของพื้นที่อาจเป็นเมือง ประเทศ หรือใหญ่กว่านั้นอย่างกลุ่มประเทศ หรือทวีป

ระดับ 2 : Outbreak (การระบาด) 

สถานการณ์ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นผิดปกติ ทั้งในกรณีโรคประจำถิ่น แต่มีจำนวนผู้ป่วยมากกว่าที่คาดการณ์ หรือในกรณีโรคอุบัติใหม่ ถึงแม้จะมีผู้ป่วยเพียงรายเดียว

ระดับ 3 : Epidemic (โรคระบาด) 

สถานการณ์การระบาดของโรคที่แพร่กระจายกว้างขึ้นในเชิงภูมิศาสตร์ ซึ่งโรคระบาดที่แผ่ไปในพื้นที่ที่กว้างขึ้นนั้นเป็นการระบาดที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน และมีจำนวนผู้ติดเชื้อเกินกว่าที่คาดการณ์ได้

ระดับ 4 : Pandemic (การระบาดใหญ่/ทั่วโลก)

สถานการณ์การระบาดของโรคที่แพร่กระจายไปทั่วโลก

สธ.ย้ำ ยังต้องเดินตามกรอบ ศบค.

อย่างไรก็ตาม แม้จังหวัดสุรินทร์จะออกมาตรการรองรับการเข้าสู่โรคประจำถิ่นของตนเองแล้ว แต่ในภาพรวมยังคงต้องเป็นไปตามกรอบมาตรการที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดไว้

ตามที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2565 ว่า จังหวัดสุรินทร์ ได้ดำเนินการเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2565 ด้วยระบบของจังหวัด สามารถทำได้ แต่ในภาพรวมจะต้องเป็นไปตามกรอบมาตรการของ ศบค. และ สธ. ที่กำหนดไว้ ซึ่งไม่ได้แตกต่างกัน เพียงแต่จังหวัดก็ประกาศตัวเพื่อสร้างกำลังใจให้ประชาชน เพื่อสร้างความร่วมมือ

ด้านนายอนุทิน ระบุว่า การบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวขึ้นอยู่กับแต่ละจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด มีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) เป็นเลขานุการฯ

“หากผู้ว่าราชการจังหวัดมีความตั้งใจจริง ผมต้องขอชมเชย ส่งกำลังใจให้ท่าน หากแต่ละจังหวัดเกิดความกระตือรือร้น อยากให้กลับสู่สภาวะปกติที่สุด ก็เป็นเรื่องที่ดี กระทรวง พร้อมให้การสนับสนุนทุกจังหวัด จริง ๆ ต้องทำในระดับจังหวัดขึ้นมา หากทำได้อย่างดี ก็จะเกิดเป็นระดับภูมิภาค และมาเป็นระดับประเทศ เราต้องช่วยกัน ต่างคนให้ความร่วมมือกัน ประสานงานกันดีระหว่าง สธ. และกระทรวงมหาดไทย (มท.) และอื่น ๆ เป็นสิ่งที่ต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่”

โควิด จ.สุรินทร์

แม้จะเข้าสู่ประจำถิ่นแล้ว แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัดสุรินทร์ ไม่ได้มีจำนวนลดน้อยลงไปกว่าจังหวัดอื่น โดยผู้ป่วยยืนยันสะสม 16,699 ราย ล่าสุด (ข้อมูล 24 ธ.ค. 64-27 มี.ค. 65) อยู่ระหว่างการรักษา 2,904 ราย โดยมีผู้ป่วยที่รักษา ที่ รพ.สนาม/ศูนย์พักคอย 1,275 ราย ทำให้ขณะนี้จังหวัดสุรินทร์มีผู้ติดเชื้ออยู่อันดับที่ 22 ของประเทศไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุรินทร์